ลิฟติ้ง ควรไปหาแพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่ง?
หลายคนเชื่อว่าเรื่องยกกระชับต้องไปหาศัลยแพทย์เท่านั้น จริง ๆ แล้วถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ บทความนี้แยกให้ชัดว่าลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดกับแบบผ่าตัดอยู่ในขอบเขตของใคร และเลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเอง

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหมคะ พอเริ่มรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แล้วลองหาข้อมูลเรื่องลิฟติ้ง ก็จะเจอคำแนะนำสวนทางกันไปหมด บางคนบอกให้ไปหาศัลยแพทย์เพราะน่าจะเชี่ยวชาญกว่า อีกคนบอกว่าคลินิกผิวหนังก็ทำได้ สุดท้ายเลยไม่รู้ว่าควรเดินเข้าประตูไหนก่อน
ความสับสนนี้เกิดขึ้นเพราะคำว่าลิฟติ้งคำเดียว จริง ๆ แล้วครอบคลุมสองโลกที่ต่างกันมาก โลกหนึ่งคือการใช้พลังงานกระตุ้นผิวโดยไม่ต้องลงมีด อีกโลกหนึ่งคือการผ่าตัดจริง ๆ ทั้งสองแบบไม่ได้แข่งกันว่าใครดีกว่า แต่ตอบโจทย์คนละแบบตั้งแต่ต้น
บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปแยกให้ชัดว่าลิฟติ้งสองแบบนี้ต่างกันตรงไหน แบบไหนอยู่ในขอบเขตของแพทย์สาขาใด และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ
ลิฟติ้งคืออะไร มีกี่แบบกันแน่
ลิฟติ้ง (Lifting) เป็นคำรวมที่ใช้เรียกทุกวิธีที่ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยกลับขึ้นมาเข้าที่ ไม่ว่าจะด้วยการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวเอง หรือด้วยการผ่าตัดดึงขึ้นไปจริง ๆ
ถ้าเทียบกับหัตถการกลุ่มอื่นจะเห็นภาพง่ายขึ้น ฟิลเลอร์ (Filler) ทำหน้าที่เติมส่วนที่แฟบลง โบท็อกซ์ (Botox) ทำหน้าที่ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบางมัด ส่วนลิฟติ้งคือการยกและกระชับ คนละแนวคิดกันตั้งแต่ต้น
พอเป็นคำรวมแบบนี้ เวลาค้นข้อมูลจึงเจอทั้งเครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องคลื่นความถี่วิทยุ ร้อยไหม และการผ่าตัดยกกระชับปนกันอยู่ในคำเดียว ความสับสนเรื่องควรไปหาใครจึงเริ่มจากตรงนี้ค่ะ

ความลึกต้องแม่น งานของแพทย์ผิวหนัง
ลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดคือกลุ่มที่ใช้พลังงานส่งลงไปในผิวโดยไม่มีการลงมีด เครื่องที่คนไทยคุ้นชื่อกันดีก็เช่น Ulthera ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ และ Thermage FLX ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ หลักการร่วมกันคือทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัว แล้วกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา
สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์ของกลุ่มนี้ไม่ใช่ยี่ห้อเครื่อง แต่คือการวางพลังงานให้ลงตรงชั้นที่ต้องการ และกระจายให้สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น Ulthera ที่เล็งไปที่ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งอยู่ลึกราว 4.5 มิลลิเมตร ความคลาดเคลื่อนเพียง 1 ถึง 2 มิลลิเมตรก็ทำให้ผลออกมาต่างกันได้แล้ว
การอ่านโครงสร้างผิวเป็นชั้น ๆ และประเมินว่าผิวของแต่ละคนควรใช้พลังงานระดับไหน เป็นทักษะที่สะสมจากการดูแลผิวเป็นงานประจำ นี่คือเหตุผลที่ลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดถูกจัดอยู่ในขอบเขตของแพทย์ผิวหนัง ไม่ใช่เพราะสาขาไหนเก่งกว่ากัน แต่เพราะเนื้องานตรงกับความชำนาญคนละด้าน

แบบที่ต้องผ่าตัด คือขอบเขตของศัลยแพทย์
อีกกลุ่มคือลิฟติ้งแบบผ่าตัด เช่น การผ่าตัดดึงหน้าและการยกชั้น SMAS ซึ่งมีการลงมีดจริง มีการใช้ยาระงับความรู้สึก และมีช่วงพักฟื้นที่ต้องวางแผนล่วงหน้า งานลักษณะนี้อยู่ในขอบเขตของศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรง
ข้อดีคือเมื่อความหย่อนคล้อยมาถึงระดับหนึ่ง การดึงเนื้อเยื่อขึ้นไปวางใหม่ให้ผลที่ชัดและอยู่ได้นานกว่ากลุ่มไม่ผ่าตัดมาก ส่วนสิ่งที่ต้องแลกคือเวลาพักฟื้น ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงที่มากับการผ่าตัดทุกชนิด
จุดที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือ การที่คลินิกแห่งหนึ่งมีเครื่องลิฟติ้งรุ่นใหม่ ไม่ได้แปลว่าผลจะดีกว่าโดยอัตโนมัติ และการที่แพทย์เป็นสาขาผ่าตัด ก็ไม่ได้แปลว่าจะตั้งค่าเครื่องได้แม่นกว่าเสมอไป สิ่งที่ควรถามคือประสบการณ์กับเครื่องรุ่นนั้นและจำนวนเคสที่เคยดูแล

เทียบให้เห็นภาพ ต่างกันตรงไหน
วางสองแบบไว้ข้างกันแล้วจะเลือกง่ายขึ้นเยอะค่ะ
| หัวข้อ | ลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัด | ลิฟติ้งแบบผ่าตัด |
|---|---|---|
| ตัวอย่าง | Ulthera, Thermage FLX, HIFU | ผ่าตัดดึงหน้า ยกชั้น SMAS |
| การลงมีด | ไม่มี | มี |
| ช่วงพักฟื้น | แทบไม่มี กลับไปใช้ชีวิตได้เลย | ราว 1 ถึง 3 สัปดาห์ขึ้นไป |
| ระยะที่อยู่ได้ | ราว 6 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง | ราว 3 ถึง 7 ปี |
| ระดับความหย่อนที่เหมาะ | ระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง | ปานกลางถึงมาก |
| สาขาที่ดูแล | แพทย์ผิวหนัง | ศัลยแพทย์ตกแต่ง |
ตัวเลขในตารางเป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการดูแลตัวเองหลังทำ อีกอย่างที่ควรจำไว้คือแม้จะผ่าตัด ผิวก็ยังมีอายุที่เดินต่อของมันเอง

เลือกยังไงดี และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
คำถามแรกที่เรามักถามคนไข้คือ ตอนนี้คุณรับกับการพักฟื้นได้แค่ไหน ถ้าคำตอบคือยังไม่อยากลงมีด อยากดูแลไปเรื่อย ๆ โดยไม่กระทบงาน กลุ่มไม่ผ่าตัดมักเป็นจุดเริ่มที่เหมาะกว่า ถ้าเคยทำกลุ่มไม่ผ่าตัดมาหลายรอบแล้วรู้สึกว่าไปไม่ถึงที่หวัง การไปปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งก็เป็นทางที่สมเหตุสมผล
ที่เจอบ่อยคือคนที่ความหย่อนอยู่ระดับกลาง ๆ ซึ่งมักพอใจกับกลุ่มไม่ผ่าตัดได้ และในทางกลับกันก็มีคนที่คิดจะผ่าตัดอยู่แล้ว แต่พอปรับแนวทางของกลุ่มไม่ผ่าตัดให้ตรงจุด ก็เลือกที่จะยังไม่ผ่าตัดในตอนนี้ การประเมินโดยแพทย์จึงมาก่อนการเลือกเครื่องเสมอ
ด้านข้อควรระวัง หัตถการที่ใช้พลังงานไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง ถ้าตั้งค่าไม่เหมาะกับผิว อาจเกิดรอยไหม้หรืออาการจากการกระตุ้นเส้นประสาทได้ อาการบวมแดงเล็กน้อยหลังทำมักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวพอง หรือรู้สึกชาที่ไม่หายไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ส่วนคนที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ได้แก่ กำลังตั้งครรภ์ มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย มีการอักเสบหรือแผลบริเวณที่จะทำ และมีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าเหมาะกับแนวทางไหน

สรุป : ไม่ใช่ใครเก่งกว่า แต่คนละขอบเขต
สรุปสั้น ๆ คือลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดอย่าง Ulthera หรือ Thermage FLX เป็นงานที่ต้องอ่านชั้นผิวและคุมความลึกให้แม่น จึงอยู่ในขอบเขตของแพทย์ผิวหนัง ส่วนการผ่าตัดยกกระชับอยู่ในขอบเขตของศัลยแพทย์ตกแต่ง คำถามที่ควรตอบก่อนจึงไม่ใช่สาขาไหนดีกว่า แต่คือคุณอยากได้ผลแบบไหนและรับการพักฟื้นได้แค่ไหน
อีกเรื่องที่อยากฝากไว้คือ การบอกว่าทำครั้งเดียวแล้วอยู่ได้ตลอดไปนั้นเกินจริงค่ะ ทั้งสองแนวทางต้องการการวางแผนดูแลต่อเนื่อง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายดูได้ที่หน้า ราคาหัตถการ ซึ่งเป็นราคาที่คลินิกในกรุงโซล อาจเปลี่ยนแปลงได้
หากคุณกำลังลังเลว่าความหย่อนคล้อยของตัวเองควรเริ่มจากแบบไหน แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล




