Onda vs InMode ต่างกันยังไง? เจาะลึกพลังงานและวิธีเลือก
Onda ใช้ไมโครเวฟเข้าถึงชั้นลึก ส่วน InMode ใช้ RF เน้นชั้นหนังแท้และผิวชั้นตื้น บทความนี้เปรียบเทียบกลไกและช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

Onda กับ InMode ต่างกันตรงไหน? เจาะลึกพลังงานที่ใช้
เคยไหมคะ ที่ปรึกษาเรื่องโปรแกรมยกกระชับแล้วได้ยินชื่อ Onda และ InMode พร้อมกัน จนไม่แน่ใจว่าสองโปรแกรมนี้ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองโปรแกรมจัดอยู่ในกลุ่มยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive lifting) เหมือนกัน แต่พลังงานที่ใช้และชั้นผิวที่เข้าถึงนั้นแตกต่างกันตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละคนจึงต่างกันไปด้วย
บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Onda และ InMode พร้อมแนะนำแนวทางเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณค่ะ
Onda ใช้พลังงานไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz (Microwave) ส่งเข้าถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) พร้อมกันในครั้งเดียว ระหว่างทำหัตถการจะมีระบบทำความเย็นปกป้องผิวชั้นบน ขณะที่ความร้อนจะกระตุ้นให้คอลลาเจนในชั้นลึกหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่
InMode เป็นโปรแกรมกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) ใช้หัวจ่ายพลังงานแบบ Bipolar และ Unipolar RF เช่น Forma และ Morpheus8 ให้ความร้อนที่ชั้นหนังแท้เป็นหลัก จึงช่วยกระชับรูขุมขน ปรับผิวเรียบเนียน และยกกระชับผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน ใกล้เคียงกับโปรแกรม RF อื่น ๆ อย่าง Thermage และ Oligio
- Onda ใช้ไมโครเวฟ เข้าถึงชั้นลึก (ไขมันและหนังแท้ชั้นล่าง) ได้ในครั้งเดียว
- InMode ใช้ RF เน้นความร้อนที่ชั้นหนังแท้ พร้อมกระชับรูขุมขนและผิวชั้นตื้น
แม้จะอยู่ในกลุ่มยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดเหมือนกัน แต่เพราะพลังงานต่างชนิดกัน ผิวที่เหมาะกับแต่ละโปรแกรมจึงต่างกันไปด้วยค่ะ
Onda คืออะไร และเหมาะกับใคร
ในหัวข้อนี้ เราจะพาไปดูว่า Onda เหมาะกับสภาพผิวแบบไหนบ้าง
เพราะไมโครเวฟของ Onda เข้าถึงชั้นไขมันและหนังแท้ชั้นล่างได้พร้อมกัน โปรแกรมนี้จึงเหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้เป็นพิเศษ
- มีปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คาง คางสองชั้น หรือแก้มหย่อน
- หย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนัก หรือรูปหน้าเปลี่ยนจนเส้นกรอบหน้าไม่ชัด
- ต้องการจัดการปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึกให้ได้ในครั้งเดียว
- อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่คอลลาเจนเริ่มบางลง
- กังวลเรื่องหย่อนคล้อยมากกว่าเรื่องรูขุมขนหรือผิวสัมผัส
ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ใช่โปรแกรมที่เห็นผลทันที แต่จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 4-12 สัปดาห์ จึงแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์อีกครั้งที่ 8-12 สัปดาห์หลังทำ จำนวนครั้งมักอยู่ที่ 1 ครั้ง หรือแบบแพ็กเกจ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

InMode คืออะไร และเหมาะกับใคร
มาดูกันว่า InMode เหมาะกับใครบ้าง
- กังวลเรื่องรูขุมขน ผิวสัมผัส และหย่อนคล้อยชั้นตื้นไปพร้อมกัน
- หย่อนคล้อยบริเวณโหนกแก้ม แก้มบน หรือหน้าผากเป็นหลัก
- อายุช่วง 30 ต้น ๆ ถึง 40 ต้น ๆ ที่คอลลาเจนยังค่อนข้างหนา
- ต้องการดาวน์ไทม์สั้น
- ต้องการผสมผสานหัวจ่ายพลังงานหลายแบบ เช่น Forma และ Morpheus8 เพื่อปรับผิวหลายชั้นในครั้งเดียว
กลไกที่ RF ให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีรายงานว่าหลังทำหัตถการคอลลาเจนจะหดตัวทันที และหลังจากนั้นความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา ผลลัพธ์จึงเป็นแบบสะสมทีละน้อย มากกว่าจะเห็นผลแบบก้าวกระโดดในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม หากกังวลเฉพาะไขมันใต้คางหรือคางสองชั้นซึ่งเป็นปัญหาชั้นลึกเพียงอย่างเดียว Onda อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า ส่วนใครที่มีทั้งปัญหาผิวสัมผัสและหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน InMode ก็ตอบโจทย์ได้ดีค่ะ

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และเจ็บไหม
หลายคนสงสัยว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และทำแล้วเจ็บมากน้อยแค่ไหน
โดยทั่วไป Onda ซึ่งกระตุ้นคอลลาเจนสะสมในชั้นลึก มักให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ส่วน InMode ซึ่งเน้นความร้อนที่ชั้นหนังแท้ มักอยู่ได้ประมาณ 4-9 เดือน ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการสร้างคอลลาเจน การดูแลผิวจากแสงแดด และน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำต่อเนื่อง ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานขึ้น จึงแนะนำให้ประเมินอีกครั้งที่ 6-12 เดือน มากกว่าตัดสินจากครั้งเดียว
ทั้งสองโปรแกรมมักใช้ยาชาเฉพาะที่หรือระบบทำความเย็นร่วมด้วย แต่ InMode มักให้ความรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อย ขณะที่ Onda ซึ่งให้ความร้อนถึงชั้นลึก มักมาพร้อมความรู้สึกร้อนอึดอัดที่ลึกกว่า ความรู้สึกเจ็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากกังวล สามารถแจ้งแพทย์ก่อนทำเพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมได้ค่ะ
ทำ Onda และ InMode พร้อมกันได้ไหม
เพราะ Onda และ InMode เข้าถึงชั้นผิวที่ต่างกัน จึงใช้เสริมกันได้ในคนที่มีทั้งปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึกและปัญหาผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำทั้งสองโปรแกรมในวันเดียวกัน เพราะอาจทำให้ผิวได้รับการกระตุ้นความร้อนสะสมมากเกินไป มักแนะนำให้รอผิวจากโปรแกรมแรกฟื้นตัวเต็มที่ก่อน แล้วจึงทำอีกโปรแกรมเพื่อเสริมผลลัพธ์ในภายหลัง
ที่ BeautyStone Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาความหนาของผิว ชั้นไขมัน และผิวชั้นตื้นของแต่ละคนก่อน แล้ววางแผนลำดับโปรแกรมให้เหมาะสม หากหย่อนคล้อยชั้นลึกเป็นปัญหาหลัก มักเริ่มจาก Onda ก่อน แต่หากผิวชั้นตื้นเป็นปัญหาหลัก มักเริ่มจาก InMode ก่อนค่ะ
ผลข้างเคียงและใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
หลังทำหัตถการอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิว ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์ในร่างกาย (โดยทั่วไปถือเป็นข้อห้ามในกลุ่มนี้)
- มีการอักเสบ สิว หรือเริมในบริเวณที่จะทำหัตถการ
- มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์
- เพิ่งทำหัตถการเชิงลึกอื่น ๆ ภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา
การเลือกโปรแกรมไม่ควรตัดสินจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความหนาของผิวและชั้นไขมันร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยค่ะ

สรุป
Onda และ InMode เป็นโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้พลังงานต่างชนิดกัน และเข้าถึงผิวคนละชั้น หากกังวลเรื่องหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คางหรือแก้มหย่อน Onda มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า ส่วนใครที่กังวลเรื่องรูขุมขนและผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน InMode ก็ตอบโจทย์ได้ดี
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องหย่อนคล้อยชั้นลึกหรือผิวชั้นตื้นไม่เรียบเนียน BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมให้คำปรึกษาผ่าน LINE ทักมาปรึกษาได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Onda และ InMode ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป Onda มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ส่วน InMode มักอยู่ได้ประมาณ 4-9 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคนค่ะ
Q2. ทำ Onda หรือ InMode เจ็บไหม?
ทั้งสองโปรแกรมมักใช้ยาชาเฉพาะที่หรือระบบทำความเย็นร่วมด้วย InMode มักให้ความรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยที่ชั้นหนังแท้ ส่วน Onda มักมาพร้อมความรู้สึกร้อนอึดอัดที่ลึกกว่า ความรู้สึกเจ็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากกังวลสามารถแจ้งแพทย์ก่อนทำเพื่อปรับระดับพลังงานได้ค่ะ
Q3. ครั้งแรกควรเริ่มจาก Onda หรือ InMode ดี?
ขึ้นอยู่กับปัญหาหลักของแต่ละคน หากหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คางหรือคางสองชั้นเป็นปัญหาหลัก มักแนะนำให้เริ่มจาก Onda ก่อน แต่หากรูขุมขนและผิวชั้นตื้นเป็นปัญหาหลัก มักแนะนำให้เริ่มจาก InMode ก่อน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจนะคะ
Q4. ทำ Onda และ InMode พร้อมกันในวันเดียวอันตรายไหม?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำทั้งสองโปรแกรมในวันเดียวกัน เพราะอาจทำให้ผิวได้รับการกระตุ้นความร้อนสะสมมากเกินไป มักแนะนำให้รอจนผิวจากโปรแกรมแรกฟื้นตัวเต็มที่ก่อนจึงทำอีกโปรแกรมค่ะ









