ภาพแสดงบรรยากาศการทำหัตถการ Onda และ InMode
ลิฟติ้ง

Onda vs InMode ต่างกันยังไง? เจาะลึกพลังงานและวิธีเลือก

Onda ใช้ไมโครเวฟเข้าถึงชั้นลึก ส่วน InMode ใช้ RF เน้นชั้นหนังแท้และผิวชั้นตื้น บทความนี้เปรียบเทียบกลไกและช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 14 สิงหาคม 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

Onda กับ InMode ต่างกันตรงไหน? เจาะลึกพลังงานที่ใช้

เคยไหมคะ ที่ปรึกษาเรื่องโปรแกรมยกกระชับแล้วได้ยินชื่อ Onda และ InMode พร้อมกัน จนไม่แน่ใจว่าสองโปรแกรมนี้ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองโปรแกรมจัดอยู่ในกลุ่มยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด (non-invasive lifting) เหมือนกัน แต่พลังงานที่ใช้และชั้นผิวที่เข้าถึงนั้นแตกต่างกันตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละคนจึงต่างกันไปด้วย

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Onda และ InMode พร้อมแนะนำแนวทางเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณค่ะ

Onda ใช้พลังงานไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz (Microwave) ส่งเข้าถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) พร้อมกันในครั้งเดียว ระหว่างทำหัตถการจะมีระบบทำความเย็นปกป้องผิวชั้นบน ขณะที่ความร้อนจะกระตุ้นให้คอลลาเจนในชั้นลึกหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่

InMode เป็นโปรแกรมกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) ใช้หัวจ่ายพลังงานแบบ Bipolar และ Unipolar RF เช่น Forma และ Morpheus8 ให้ความร้อนที่ชั้นหนังแท้เป็นหลัก จึงช่วยกระชับรูขุมขน ปรับผิวเรียบเนียน และยกกระชับผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน ใกล้เคียงกับโปรแกรม RF อื่น ๆ อย่าง Thermage และ Oligio

  • Onda ใช้ไมโครเวฟ เข้าถึงชั้นลึก (ไขมันและหนังแท้ชั้นล่าง) ได้ในครั้งเดียว
  • InMode ใช้ RF เน้นความร้อนที่ชั้นหนังแท้ พร้อมกระชับรูขุมขนและผิวชั้นตื้น

แม้จะอยู่ในกลุ่มยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดเหมือนกัน แต่เพราะพลังงานต่างชนิดกัน ผิวที่เหมาะกับแต่ละโปรแกรมจึงต่างกันไปด้วยค่ะ

Onda คืออะไร และเหมาะกับใคร

ในหัวข้อนี้ เราจะพาไปดูว่า Onda เหมาะกับสภาพผิวแบบไหนบ้าง

เพราะไมโครเวฟของ Onda เข้าถึงชั้นไขมันและหนังแท้ชั้นล่างได้พร้อมกัน โปรแกรมนี้จึงเหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้เป็นพิเศษ

  • มีปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คาง คางสองชั้น หรือแก้มหย่อน
  • หย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนัก หรือรูปหน้าเปลี่ยนจนเส้นกรอบหน้าไม่ชัด
  • ต้องการจัดการปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึกให้ได้ในครั้งเดียว
  • อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่คอลลาเจนเริ่มบางลง
  • กังวลเรื่องหย่อนคล้อยมากกว่าเรื่องรูขุมขนหรือผิวสัมผัส

จากรายงานทางคลินิกฉบับหนึ่งพบว่า เครื่องไมโครเวฟความถี่ 2.45GHz ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และใต้ผิวหนังหดตัว และหลังทำหัตถการ 2 ครั้งห่างกัน 30 วัน คะแนนความหย่อนคล้อยใต้คางเฉลี่ยลดลงจาก 3.6 เหลือ 2.3 ที่สัปดาห์ที่ 12

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ใช่โปรแกรมที่เห็นผลทันที แต่จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 4-12 สัปดาห์ จึงแนะนำให้ประเมินผลลัพธ์อีกครั้งที่ 8-12 สัปดาห์หลังทำ จำนวนครั้งมักอยู่ที่ 1 ครั้ง หรือแบบแพ็กเกจ 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาพแสดงชั้นผิวที่ Onda เข้าถึง

InMode คืออะไร และเหมาะกับใคร

มาดูกันว่า InMode เหมาะกับใครบ้าง

  • กังวลเรื่องรูขุมขน ผิวสัมผัส และหย่อนคล้อยชั้นตื้นไปพร้อมกัน
  • หย่อนคล้อยบริเวณโหนกแก้ม แก้มบน หรือหน้าผากเป็นหลัก
  • อายุช่วง 30 ต้น ๆ ถึง 40 ต้น ๆ ที่คอลลาเจนยังค่อนข้างหนา
  • ต้องการดาวน์ไทม์สั้น
  • ต้องการผสมผสานหัวจ่ายพลังงานหลายแบบ เช่น Forma และ Morpheus8 เพื่อปรับผิวหลายชั้นในครั้งเดียว

กลไกที่ RF ให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ มีรายงานว่าหลังทำหัตถการคอลลาเจนจะหดตัวทันที และหลังจากนั้นความหนาแน่นของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา ผลลัพธ์จึงเป็นแบบสะสมทีละน้อย มากกว่าจะเห็นผลแบบก้าวกระโดดในครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม หากกังวลเฉพาะไขมันใต้คางหรือคางสองชั้นซึ่งเป็นปัญหาชั้นลึกเพียงอย่างเดียว Onda อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า ส่วนใครที่มีทั้งปัญหาผิวสัมผัสและหย่อนคล้อยไปพร้อมกัน InMode ก็ตอบโจทย์ได้ดีค่ะ

ภาพแสดงชั้นผิวที่ InMode เข้าถึง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และเจ็บไหม

หลายคนสงสัยว่าผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และทำแล้วเจ็บมากน้อยแค่ไหน

โดยทั่วไป Onda ซึ่งกระตุ้นคอลลาเจนสะสมในชั้นลึก มักให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ส่วน InMode ซึ่งเน้นความร้อนที่ชั้นหนังแท้ มักอยู่ได้ประมาณ 4-9 เดือน ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการสร้างคอลลาเจน การดูแลผิวจากแสงแดด และน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง ยิ่งทำต่อเนื่อง ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานขึ้น จึงแนะนำให้ประเมินอีกครั้งที่ 6-12 เดือน มากกว่าตัดสินจากครั้งเดียว

ทั้งสองโปรแกรมมักใช้ยาชาเฉพาะที่หรือระบบทำความเย็นร่วมด้วย แต่ InMode มักให้ความรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อย ขณะที่ Onda ซึ่งให้ความร้อนถึงชั้นลึก มักมาพร้อมความรู้สึกร้อนอึดอัดที่ลึกกว่า ความรู้สึกเจ็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากกังวล สามารถแจ้งแพทย์ก่อนทำเพื่อปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมได้ค่ะ

ทำ Onda และ InMode พร้อมกันได้ไหม

เพราะ Onda และ InMode เข้าถึงชั้นผิวที่ต่างกัน จึงใช้เสริมกันได้ในคนที่มีทั้งปัญหาหย่อนคล้อยชั้นลึกและปัญหาผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำทั้งสองโปรแกรมในวันเดียวกัน เพราะอาจทำให้ผิวได้รับการกระตุ้นความร้อนสะสมมากเกินไป มักแนะนำให้รอผิวจากโปรแกรมแรกฟื้นตัวเต็มที่ก่อน แล้วจึงทำอีกโปรแกรมเพื่อเสริมผลลัพธ์ในภายหลัง

ที่ BeautyStone Clinic แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาความหนาของผิว ชั้นไขมัน และผิวชั้นตื้นของแต่ละคนก่อน แล้ววางแผนลำดับโปรแกรมให้เหมาะสม หากหย่อนคล้อยชั้นลึกเป็นปัญหาหลัก มักเริ่มจาก Onda ก่อน แต่หากผิวชั้นตื้นเป็นปัญหาหลัก มักเริ่มจาก InMode ก่อนค่ะ

ผลข้างเคียงและใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

หลังทำหัตถการอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิว ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือฝังอุปกรณ์ทางการแพทย์ในร่างกาย (โดยทั่วไปถือเป็นข้อห้ามในกลุ่มนี้)
  • มีการอักเสบ สิว หรือเริมในบริเวณที่จะทำหัตถการ
  • มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์
  • เพิ่งทำหัตถการเชิงลึกอื่น ๆ ภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา

การเลือกโปรแกรมไม่ควรตัดสินจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาความหนาของผิวและชั้นไขมันร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยค่ะ

ภาพแสดงผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Onda และ InMode

สรุป

Onda และ InMode เป็นโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่ใช้พลังงานต่างชนิดกัน และเข้าถึงผิวคนละชั้น หากกังวลเรื่องหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คางหรือแก้มหย่อน Onda มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า ส่วนใครที่กังวลเรื่องรูขุมขนและผิวชั้นตื้นไปพร้อมกัน InMode ก็ตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องหย่อนคล้อยชั้นลึกหรือผิวชั้นตื้นไม่เรียบเนียน BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมให้คำปรึกษาผ่าน LINE ทักมาปรึกษาได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Onda และ InMode ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป Onda มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ส่วน InMode มักอยู่ได้ประมาณ 4-9 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคนค่ะ

Q2. ทำ Onda หรือ InMode เจ็บไหม?

ทั้งสองโปรแกรมมักใช้ยาชาเฉพาะที่หรือระบบทำความเย็นร่วมด้วย InMode มักให้ความรู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยที่ชั้นหนังแท้ ส่วน Onda มักมาพร้อมความรู้สึกร้อนอึดอัดที่ลึกกว่า ความรู้สึกเจ็บอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากกังวลสามารถแจ้งแพทย์ก่อนทำเพื่อปรับระดับพลังงานได้ค่ะ

Q3. ครั้งแรกควรเริ่มจาก Onda หรือ InMode ดี?

ขึ้นอยู่กับปัญหาหลักของแต่ละคน หากหย่อนคล้อยชั้นลึก เช่น ใต้คางหรือคางสองชั้นเป็นปัญหาหลัก มักแนะนำให้เริ่มจาก Onda ก่อน แต่หากรูขุมขนและผิวชั้นตื้นเป็นปัญหาหลัก มักแนะนำให้เริ่มจาก InMode ก่อน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจนะคะ

Q4. ทำ Onda และ InMode พร้อมกันในวันเดียวอันตรายไหม?

โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำทั้งสองโปรแกรมในวันเดียวกัน เพราะอาจทำให้ผิวได้รับการกระตุ้นความร้อนสะสมมากเกินไป มักแนะนำให้รอจนผิวจากโปรแกรมแรกฟื้นตัวเต็มที่ก่อนจึงทำอีกโปรแกรมค่ะ

บทความแนะนำ

InMode FX และการเติมไขมันใบหน้า — วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ InMode FX หลังเติมไขมันหน้า ไขมันที่ฉีดไปจะละลายหรือเปล่า?

หลังเติมไขมันใบหน้า หลายคนอยากทำ InMode FX เพิ่มความกระชับ แต่ยังลังเลว่าความร้อน RF จะทำให้ไขมันที่ฉีดไว้ละลายหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าไขมันนั้นยึดติดแล้วหรือยัง

Shurink Universe กับโบท็อกซ์คาง ลำดับและระยะห่างที่ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? คำตอบอยู่ที่ลำดับการทำและการกระจายตัวของสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ต้องพิจารณาร่วมกับความร้อนจาก HIFU

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

บทความล่าสุด

InMode FX และการเติมไขมันใบหน้า — วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ InMode FX หลังเติมไขมันหน้า ไขมันที่ฉีดไปจะละลายหรือเปล่า?

หลังเติมไขมันใบหน้า หลายคนอยากทำ InMode FX เพิ่มความกระชับ แต่ยังลังเลว่าความร้อน RF จะทำให้ไขมันที่ฉีดไว้ละลายหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าไขมันนั้นยึดติดแล้วหรือยัง

Shurink Universe กับโบท็อกซ์คาง ลำดับและระยะห่างที่ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? คำตอบอยู่ที่ลำดับการทำและการกระจายตัวของสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ต้องพิจารณาร่วมกับความร้อนจาก HIFU

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors