ไม่ต้องผ่าตัด! หน้า V-Shape ด้วยการทำหัตถการอย่างเดียว — ทำได้แค่ไหน?
โบท็อกซ์กราม ฟิลเลอร์ และการยกกระชับ แต่ละวิธีแก้ปัญหาอะไร? คุณหมอเผยขอบเขตและข้อจำกัดของการปรับกรอบหน้าแบบไม่ผ่าตัด


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เมื่อต้องการปรับกรอบหน้า คำถามแรกที่หลายคนนึกถึงคือ "ต้องตัดกระดูกด้วยไหมนะ" แต่ทุกวันนี้มีหลายคนที่ปรับเส้นสายใบหน้าได้โดยไม่ต้องใช้มีดผ่าตัด เพียงแค่ฉีดยาและการยกกระชับเท่านั้น แล้วการทำหัตถการแบบไม่ผ่าตัดจะสร้างหน้า V-Shape ได้แค่ไหนครับ?
ตอบสั้นๆ คือ การลดกระดูกโดยตรงไม่สามารถทำได้โดยไม่ผ่าตัด แต่ปัญหาด้านกล้ามเนื้อ ปริมาตร และความหย่อนคล้อยนั้นสามารถปรับปรุงได้มากทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่ากรอบหน้าของเราเสียความสมดุลตรงจุดไหน ก็เลือกหัตถการให้เหมาะสมครับ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะได้รู้
· ขอบเขตที่การปรับกรอบหน้าแบบไม่ผ่าตัดทำได้
· หัตถการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ ปริมาตร หรือความหย่อนคล้อย
· ระยะเวลาที่ผลลัพธ์ของแต่ละหัตถการจะเริ่มเห็นได้ชัด
· ข้อจำกัดของหัตถการแบบไม่ผ่าตัดที่ควรรู้ล่วงหน้า
การปรับกรอบหน้าแบบไม่ผ่าตัดทำได้แค่ไหน?
พูดตรงๆ ก่อนเลยนะครับ หัตถการแบบไม่ผ่าตัดไม่สามารถลดกระดูกขากรรไกรหรือกระดูกโหนกแก้มได้โดยตรง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระดูกยังคงเป็นเรื่องของการผ่าตัดครับ
แต่สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กรอบหน้าดูไม่คมชัดนั้น เราสามารถจัดการได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อที่หนาเกินไป ปริมาตรที่หายไปหรือกระจุกตัวผิดที่ หรือผิวที่หย่อนคล้อยจนเส้นสายพร่าเลือน ถ้ารู้ว่าปัญหาของเราอยู่ที่ไหน การเลือกหัตถการก็จะง่ายขึ้นมากครับ
ถ้าปัญหาอยู่ที่กล้ามเนื้อ — โบท็อกซ์กราม
คนที่มีนิสัยกัดฟันแน่น หรือกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) พัฒนามากเกินไป มักจะทำให้เส้นขากรรไกรดูเป็นเหลี่ยม ในกรณีนี้มักนิยมใช้โบทูลินัม ท็อกซิน* เพื่อลดปริมาตรของกล้ามเนื้อครับ
โบทูลินัม ท็อกซิน*: เป็นสารที่ช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อที่มากเกินไปเป็นการชั่วคราว รู้จักกันทั่วไปในชื่อสินค้าว่า โบท็อกซ์
ข้อมูลโบทูลินัม ท็อกซินจาก American Academy of Dermatology ระบุว่า สารนี้ออกฤทธิ์โดยการคลายกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะส่วน เมื่อฉีดบริเวณกราม กล้ามเนื้อที่พัฒนาจะค่อยๆ ลดลง ทำให้เส้นขากรรไกรดูนุ่มนวลขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ไม่ถาวรนะครับ โดยทั่วไปจะต้องกลับมาทำซ้ำทุกไม่กี่เดือนครับ
ถ้าปัญหาอยู่ที่ปริมาตรและเส้นสาย — ฟิลเลอร์และการฉีดปรับกรอบหน้า
เมื่ออายุมากขึ้นหรือน้ำหนักลด ปริมาตรของแก้ม ขมับ และคางอาจหายไป ทำให้เส้นสายใบหน้าดูหย่อนคล้อย ในทางกลับกัน ปริมาตรที่กระจุกตัวในบางจุดก็ทำให้ดูทู่ลงได้เช่นกัน ในกรณีเหล่านี้ การเติมส่วนที่บุ๋มเพื่อจัดเรียงเส้นสายใหม่เป็นแนวทางที่เหมาะสมครับ
ข้อมูลฟิลเลอร์จาก American Society for Dermatologic Surgery ระบุว่า ฟิลเลอร์ใช้เพิ่มปริมาตรบริเวณแก้ม ขมับ และเส้นขากรรไกรเพื่อปรับกรอบหน้า โดยขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปีครับ การตัดสินใจว่าจะเติมตรงไหนและเท่าไหร่นั้น ต้องพิจารณาความสมดุลของใบหน้าโดยรวม จึงควรดูภาพรวมทั้งหน้าแทนที่จะโฟกัสแค่จุดเดียวครับ
ถ้าปัญหาอยู่ที่ความหย่อนคล้อย — การยกกระชับ
ถ้าปริมาตรยังดีอยู่แต่ความยืดหยุ่นของผิวลดลง จนเส้นขากรรไกรด้านล่างพร่าเลือน การยกกระชับคือแนวทางที่เหมาะสมครับ ซึ่งได้แก่การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวด์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ
ข้อมูลการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดจาก American Society for Dermatologic Surgery ระบุว่า พลังงานคลื่นวิทยุและอัลตราซาวด์ทำให้เกิดความร้อนในชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนหลังจาก 3–6 เดือนครับ นั่นหมายความว่าไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ แต่เป็นการค่อยๆ ปรับความยืดหยุ่นให้ดีขึ้นในช่วงหลายเดือนครับ
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด — เริ่มจากวิเคราะห์สาเหตุก่อนเสมอ
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ไม่ได้แนะนำหัตถการเดียวแล้วบอกว่า "จะทำให้หน้า V-Shape ให้นะครับ" แต่เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ก่อนว่ากรอบหน้าที่พร่าเลือนนั้นมีสาเหตุจากกล้ามเนื้อ ปริมาตร หรือความหย่อนคล้อยครับ เพราะแม้จะเป็นปัญหาหน้า V-Shape เหมือนกัน แต่ถ้าสาเหตุต่างกัน หัตถการที่เหมาะสมก็ต่างกันครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปนะครับ สำหรับสาเหตุและการผสมผสานหัตถการที่เหมาะกับกรอบหน้าของคุณโดยเฉพาะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการครับ คลินิกของเราอยู่ในระยะเดินเท้าจากสถานีฮับจอง หากสะดวกแวะมาก่อนก็สามารถมาประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาร่วมกันได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. หัตถการแบบไม่ผ่าตัดทำให้หน้าเรียวเป็น V-Shape ได้จริงไหมครับ?
A. ไม่สามารถลดกระดูกได้โดยตรง แต่การแก้ปัญหากล้ามเนื้อ ปริมาตร และความหย่อนคล้อย สามารถทำให้กรอบหน้าดูเรียบเนียนและคมชัดขึ้นได้ครับ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่เห็นได้จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูกและสภาพเดิมของแต่ละคนครับ
Q. ต้องทำทุกอย่างในครั้งเดียวเลยไหมครับ?
A. ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุคือกล้ามเนื้อ ปริมาตร หรือความหย่อนคล้อย เราสามารถเลือกเฉพาะหัตถการที่จำเป็น หรือดำเนินการเป็นขั้นตอนก็ได้ครับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญครับ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. ขึ้นอยู่กับแต่ละหัตถการครับ โบทูลินัม ท็อกซินโดยทั่วไปอยู่ได้ไม่กี่เดือน ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด ส่วนการยกกระชับแบบกระตุ้นคอลลาเจนจะเริ่มเห็นผลภายใน 3–6 เดือนครับ
Q. มีผลข้างเคียงไหมครับ?
A. แต่ละหัตถการอาจมีอาการบวม รอยช้ำ หรือผิวแดงชั่วคราวได้ครับ เนื่องจากมีความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการครับ







