ภาพแสดงการฉีด Juvelook Volume เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume คืออะไร? เจาะลึกกลไกและผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

Juvelook Volume คือโปรแกรมที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองแทนการเติมฟิลเลอร์ทันที ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามเวลา

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าแก้มหรือขมับดูตอบลงไป จนคิดว่าต้องฉีดฟิลเลอร์เติมให้เต็มทันที

ความตอบลงของใบหน้าส่วนใหญ่เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลงตามวัย การดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างเดียวมักไม่พอที่จะเติมเต็มปริมาตรที่หายไป จึงมีการพัฒนาโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Juvelook Volume ขึ้นมาเป็นอีกทางเลือก

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Juvelook Volume ทำงานอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปตรงไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร?

หลายคนเข้าใจว่าการเติมเต็มร่องใบหน้าต้องใช้ฟิลเลอร์เท่านั้น แต่ Juvelook Volume (จูวีลุค วอลลุ่ม) เป็นโปรแกรมที่ทำงานต่างออกไป โดยใช้สาร PDLLA ร่วมกับกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ฉีดเข้าชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองแทนการใช้วัสดุไปเติมเต็มพื้นที่โดยตรง

พูดง่าย ๆ คือ แทนที่จะเติมปริมาตรเข้าไปทันที โปรแกรมนี้จะกระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างเนื้อเยื่อของตัวเองขึ้นมาแทนที่ ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นแทนที่จะเห็นทันทีหลังฉีด

ภาพแสดงกลไกการทำงานของ PDLLA ในการกระตุ้นคอลลาเจน

Juvelook Volume ทำงานอย่างไร

ในหัวข้อนี้ เราจะพาไปดูกลไกการทำงานของ Juvelook Volume แบบละเอียดขึ้น

สาร PDLLA ที่เป็นส่วนประกอบหลักจัดอยู่ในกลุ่มกรดแลคติกที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อฉีดเข้าชั้นผิว ร่างกายจะรับรู้สารนี้และกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน (แมคโครฟาจ) ให้ทำงาน ส่งผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา

ตามงานวิจัยเรื่อง กลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของ PDLLA ระบุว่า PDLLA ช่วยปรับการทำงานของเซลล์แมคโครฟาจเพื่อเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน และผลด้านปริมาตรจากการฉีดนี้คงอยู่ได้นานถึงประมาณ 20 สัปดาห์ นั่นหมายความว่ากระบวนการนี้ไม่ใช่การเติมเต็มพื้นที่ว่างในทันที แต่เป็นการค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน

Juvelook Volume ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

มาดูกันว่าโปรแกรมนี้ต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกทั่วไปตรงไหนบ้าง

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกที่คุ้นเคยกันดีนั้น ตัวสารจะเข้าไปครองพื้นที่ในชั้นผิวโดยตรง ทำให้เห็นปริมาตรเพิ่มขึ้นทันทีหลังฉีด การเปลี่ยนแปลงจึงรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ สลายสารนี้ไป

ในขณะที่ Juvelook Volume เน้นกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงจึงค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเนื้อเยื่อที่เป็นส่วนหนึ่งของผิวจริง ๆ

  • ฟิลเลอร์ทั่วไป: ตัวสารเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ทันที
  • Juvelook Volume: คอลลาเจนค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเติมเต็ม
  • ความเร็วที่รู้สึกได้และลักษณะการคงอยู่จึงต่างกัน

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

หัวข้อนี้จะพาไปดูช่วงเวลาที่ผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดและอยู่ได้นานแค่ไหน

เนื่องจาก Juvelook Volume ต้องใช้เวลาให้คอลลาเจนค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ผลลัพธ์จึงมักเห็นชัดในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังฉีด มากกว่าจะเห็นทันทีในวันที่ทำ

จากงานทบทวนทางคลินิกเกี่ยวกับสารกระตุ้นคอลลาเจนกลุ่ม PLLA พบว่าสารกลุ่มนี้จะค่อย ๆ สะสมคอลลาเจนขึ้นทีละน้อย และมักต้องฉีดหลายครั้งกว่าผลลัพธ์จะเข้าที่ โดยบางกรณีผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่า 18 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง จึงไม่ควรตัดสินผลลัพธ์จากช่วงสัปดาห์แรกเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวศึกษา PLLA ส่วน Juvelook Volume ใช้ PDLLA ครับ ทั้งสองอยู่ในกลุ่มกรดแลกติกเหมือนกัน กลไกกระตุ้นคอลลาเจนจึงใกล้เคียงกัน แต่เป็นไอโซเมอร์คนละชนิดและสลายตัวไม่เท่ากันครับ

ภาพแสดงระยะเวลาที่ผลลัพธ์ของ Juvelook Volume ค่อย ๆ ปรากฏ

Juvelook Volume เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

มาดูกันว่าใครที่เหมาะกับโปรแกรมนี้ และใครที่ควรระวังเป็นพิเศษ

โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีแก้มหรือขมับตอบลงเล็กน้อยถึงปานกลาง และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที

ในทางกลับกัน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้อาจไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ PDLLA หรือ HA
  • ผู้ที่มีภาวะคีลอยด์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อนเริ่มโปรแกรมเสมอ

ผลข้างเคียงที่ควรรู้

ในส่วนนี้ เราจะพาไปดูผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-5 วัน หากมีอาการบวมมาก ปวดผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นภายในเวลาดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เนื่องจากเป็นการฉีดเข้าชั้นผิว ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากตำแหน่งและปริมาณที่ไม่เหมาะสม

ภาพแสดงอาการบวมแดงเล็กน้อยหลังฉีด Juvelook Volume ที่หายได้เอง

สรุป

Juvelook Volume ไม่ใช่การเติมเต็มพื้นที่ว่างในทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน ผลลัพธ์จึงมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ทันทีที่ฉีดเสร็จ

ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนจำนวนครั้งที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

Beautystone Clinic ตั้งอยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล หากคุณกำลังกังวลเรื่องแก้มหรือขมับที่ดูตอบลง ทักมาปรึกษาผ่าน LINE ได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Juvelook Volume ฉีดแล้วเห็นผลทันทีไหม?

Juvelook Volume ไม่ได้เห็นผลทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ต้องใช้เวลาให้คอลลาเจนค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Q2. ทำร่วมกับฟิลเลอร์ทั่วไปได้ไหม?

ทั้งสองแบบมีลักษณะการเติมเต็มที่ต่างกัน บริเวณที่ต้องการผลลัพธ์ทันทีกับบริเวณที่เหมาะกับการกระตุ้นคอลลาเจนอาจมีจุดประสงค์ต่างกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Q3. ต้องทำกี่ครั้ง?

เนื่องจากเป็นโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน มักต้องทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างกัน อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความตอบลงและการตอบสนองของผิวแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

Q4. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

งานวิจัยทางคลินิกพบว่าในบางกรณีผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่า 18 เดือน แต่ระยะเวลาที่คงอยู่จริงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การดูแลผิว และจำนวนครั้งที่ทำค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษารูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษา

ยูนิตของโบทูลินัม ท็อกซินแต่ละยี่ห้อแปลงกันไม่ได้ และรูปแบบการขมวดคิ้วก็ต่างกันในแต่ละคน รวมคำถามที่ควรใช้ตอนปรึกษา ข้อมูลที่ควรเก็บกลับบ้าน และอาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?กำจัดขน

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?

แพ็กเกจ 5 ครั้งราคาเท่ากัน แต่ถ้าราคาครั้งที่ 6 และเงื่อนไขรอบที่เหลือต่างกัน ยอดรวมก็ต่างกัน รวมช่องที่ควรเช็กในใบเสนอราคา ความหมายของคำว่า permanent และอาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษารูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษา

ยูนิตของโบทูลินัม ท็อกซินแต่ละยี่ห้อแปลงกันไม่ได้ และรูปแบบการขมวดคิ้วก็ต่างกันในแต่ละคน รวมคำถามที่ควรใช้ตอนปรึกษา ข้อมูลที่ควรเก็บกลับบ้าน และอาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors