ภาพหน้าปกอธิบายช่วงเวลาการจางของจ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume
รูปหน้าและวอลุ่ม

จ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume กี่วันหาย? วิธีดูแลและสัญญาณที่ควรรู้

จ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume เป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่มักจางลงเองภายในหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน บทความนี้สรุปช่วงเวลาการจางของจ้ำเลือด วิธีดูแลในไม่กี่วันแรก และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 12 สิงหาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วเห็นรอยจ้ำเขียว ๆ ม่วง ๆ ขึ้นบริเวณที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือคอลลาเจนไปเมื่อวาน แล้วรู้สึกกังวลว่า "รอยนี้จะอยู่นานไหม" หรือ "ต้องคอยปิดไว้ตลอดเลยหรือเปล่า" ตัวหัตถการนั้นใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ แต่สิ่งที่หลายคนกังวลใจจริง ๆ กลับเป็นช่วงไม่กี่วันที่จ้ำเลือดยังคาอยู่บนใบหน้า

โดยทั่วไปจ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume ถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่มักค่อย ๆ จางลงเองภายในหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน ความเร็วในการจางขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพผิวของแต่ละบุคคล การดูแลตัวเองในไม่กี่วันแรกจึงช่วยให้ช่วงพักฟื้นผ่านไปได้สบายขึ้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมจ้ำเลือดจึงเกิดขึ้น ปกติใช้เวลากี่วันจึงจาง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลและสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ ไปดูกันเลย

Juvelook Volume คืออะไร และทำไมถึงเกิดจ้ำเลือด?

ในหัวข้อนี้เราจะมาทำความเข้าใจกลไกของจ้ำเลือดกันก่อน Juvelook Volume (จูวีลุค โวลุ่ม) เป็นหัตถการที่ฉีดสาร PDLLA ซึ่งเป็นสารในกลุ่มกรดแลคติก เข้าสู่ผิวหนังในชั้นที่กำหนด เพื่อเติมวอลุ่มและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ในระหว่างที่เข็มหรือแคนนูลา (Cannula) เคลื่อนผ่านชั้นผิว หากไปสัมผัสกับเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ เลือดก็อาจซึมออกมาเล็กน้อยและปรากฏเป็นจ้ำเขียว จึงถือเป็นร่องรอยจากเส้นทางของเข็มมากกว่าจะเป็นปัญหาของตัวหัตถการเอง

PDLLA*: สารในกลุ่มกรดแลคติก (Poly-D,L-Lactic Acid) ที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ เป็นส่วนประกอบหลักของ Juvelook Volume

ข้อมูลจากเอกสารความเห็นพ้องของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางการใช้หัตถการ PDLLA ก็ระบุว่า จ้ำเลือดและอาการบวมที่เกิดขึ้นระหว่างการฉีดเป็นปฏิกิริยาที่พบรายงานได้บ่อย ตำแหน่งและวิธีการฉีดมีผลต่อโอกาสเกิดจ้ำเลือดที่แตกต่างกัน การวางแผนหัตถการและการดูแลหลังทำจึงควรพิจารณาไปพร้อมกัน

ภาพแสดงเข็มฉีดผ่านชั้นผิวลึกและสัมผัสเส้นเลือดฝอยจนเกิดจ้ำเลือด

จ้ำเลือดจากการฉีด Juvelook Volume กี่วันหาย?

จ้ำเลือดจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีไปพร้อมกับการจางลง เมื่อแบ่งตามช่วงเวลาคร่าว ๆ จะได้ภาพรวมดังนี้ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่ฉีด แต่โดยทั่วไปมักดูจางลงจนแทบไม่สังเกตเห็นภายในราวสิบวัน

ช่วงเวลาลักษณะของจ้ำเลือดหมายเหตุ
วันที่ 1–2สีแดงหรือเขียวอมน้ำเงินช่วงที่สีเข้มที่สุด
วันที่ 3–5เปลี่ยนเป็นม่วงหรือน้ำตาลเริ่มจางลง
วันที่ 6–10จางลงเป็นสีเหลืองอ่อนเกือบหายสนิท

สรุปให้สั้นลงคือ จ้ำเลือดมักจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีและจางหายไปภายในราวสิบวัน ความเร็วในการจางขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดและสภาพผิว หากอยู่ในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย หลายคนก็เลือกใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดไว้ระหว่างรอให้จางลงตามธรรมชาติ

ภาพแสดงจ้ำเลือดเปลี่ยนสีและจางลงในราวสิบวัน

วิธีดูแลให้จ้ำเลือดค่อย ๆ จางลงอย่างสบายใจ

แม้จ้ำเลือดจะจางลงเองตามเวลา แต่การดูแลในไม่กี่วันแรกก็ช่วยให้ช่วงพักฟื้นผ่านไปได้สบายขึ้น ข้อมูลจากเอกสารที่รวบรวมปฏิกิริยาของหัตถการฉีดในกลุ่มกรดแลคติก ก็อธิบายว่า อาการแดง บวม และจ้ำเลือดบริเวณจุดฉีดมักค่อย ๆ สงบลงภายในหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน

ในช่วงราวหนึ่งวันแรกหลังทำ การประคบเย็นแบบเบา ๆ สามารถช่วยลดอาการบวมและจ้ำเลือดได้ หลังจากนั้นคุณสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหัตถการเพื่อพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์อย่างครีมวิตามินเค (Vitamin K) หรือครีมอาร์นิกา (Arnica) ได้ ส่วนยาแก้อักเสบและแก้ปวดอย่างแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน อาจเพิ่มโอกาสเกิดจ้ำเลือดได้ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการ อย่างไรก็ตาม หากมียาที่รับประทานเป็นประจำอยู่ ไม่ควรหยุดยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาก่อนเสมอ

ภาพแสดงการประคบเย็นและประคบอุ่นเพื่อดูแลจ้ำเลือด

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการดูแลจ้ำเลือด

ในช่วงไม่กี่วันที่จ้ำเลือดยังอยู่ การดูแลตามข้อควรระวังต่อไปนี้จะช่วยให้พักฟื้นได้สบายขึ้น

  • ประคบเย็นและประคบอุ่น — วันแรกประคบเย็นเบา ๆ หลังจากนั้นการประคบอุ่นจะช่วยได้
  • ลดการกระตุ้น — ไม่ควรถูหรือกดบริเวณจ้ำเลือดแรง ๆ
  • ระวังเรื่องยาและเครื่องดื่ม — ยาแก้อักเสบและแอลกอฮอล์อาจทำให้จ้ำเลือดชัดขึ้น ควรเลี่ยงสักสองสามวัน
  • เผื่อเวลาให้ตารางนัด — หากมีงานสำคัญ ควรเผื่อเวลาราวสิบวันก่อนวางแผนทำหัตถการ

จ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาที่ค่อย ๆ ผ่านไป เมื่อเข้าใจแนวทางการจางและดูแลอย่างเหมาะสมก็ช่วยให้สบายใจขึ้น อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป การจะบอกว่าจ้ำเลือดของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือควรกลับไปตรวจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจจริงเพื่อประเมิน หากจ้ำเลือดไม่จางแม้ผ่านไปเกินสิบวัน มีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือคลำเจอก้อนแข็งเพียงข้างเดียว ไม่ควรปล่อยไว้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย

ทำไมต้อง BeautyStone ย่านฮับจอง กรุงโซล

BeautyStone เป็นคลินิกเกาหลีที่มักแนะนำแนวทางการฉีดเพื่อลดโอกาสเกิดจ้ำเลือด พร้อมการดูแลหลังทำไปด้วยกันเมื่อพิจารณาโปรแกรม Juvelook Volume เพราะแม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ผู้ที่ผิวบางหรือเห็นเส้นเลือดชัดก็อาจมีจ้ำเลือดเด่นกว่า เราจึงช่วยวางจังหวะและตารางการทำล่วงหน้าไปด้วยกัน ในฐานะคลินิกเล็ก ๆ ย่านฮับจอง กรุงโซล ที่ดูแลผู้เข้ารับบริการทีละคน จึงสามารถดูความเร็วในการพักฟื้นของแต่ละคนแล้วนัดหมายช่วงเวลาถัดไปร่วมกันได้

สรุป

จ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume เป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่มักค่อย ๆ เปลี่ยนสีและจางลงภายในหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน โดยเน้นการประคบเย็นเบา ๆ ในวันแรกและประคบอุ่นในวันถัด ๆ ไป พร้อมเลี่ยงการกระตุ้นและยาแก้อักเสบสักสองสามวัน ก็จะช่วยให้ช่วงพักฟื้นผ่านไปได้สบายขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากจ้ำเลือดไม่จางแม้เกินสิบวัน ปวดมากขึ้น หรือมีก้อนแข็ง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องจ้ำเลือดหลังฉีดว่าจะหายเมื่อไหร่ ที่ BeautyStone ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. จ้ำเลือดหลังฉีด Juvelook Volume กี่วันหาย?

โดยทั่วไปจ้ำเลือดมักค่อย ๆ จางลงเองภายในหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวัน โดยวันที่ 1–2 จะเห็นสีเข้มที่สุด จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นม่วง น้ำตาล และเหลืองอ่อนก่อนจางหายไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล หากเกินสิบวันแล้วยังไม่จาง ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

Q2. แต่งหน้าทับบริเวณที่มีจ้ำเลือดได้ไหม?

หากจุดฉีดสมานดีแล้ว โดยทั่วไปสามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดจ้ำเลือดได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่หากยังมีรอยแดงหรือรู้สึกแสบ ควรเลี่ยงเครื่องสำอางสีสักหนึ่งถึงสองวัน เวลาเช็ดออกก็ควรแตะเบา ๆ ไม่ถู เพื่อช่วยให้พักฟื้นได้ดีขึ้นค่ะ

Q3. นวดบริเวณจ้ำเลือดเพื่อให้หายเร็วขึ้นได้ไหม?

ในช่วงไม่กี่วันแรกเป็นระยะที่สารที่ฉีดกำลังเข้าที่ จึงไม่แนะนำให้ถูหรือนวดบริเวณจ้ำเลือดแรง ๆ ค่ะ ควรดูแลด้วยการประคบเย็นเบา ๆ ในวันแรกและประคบอุ่นในวันถัดไป ส่วนช่วงเวลาที่เริ่มนวดได้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย

Q4. ควรรอให้จ้ำเลือดหายก่อนทำหัตถการครั้งถัดไปไหม?

หากวางแผนทำหัตถการเพิ่มเติมหรือหัตถการอื่น แนะนำให้รอจนจ้ำเลือดจางลงระดับหนึ่งก่อน เพื่อให้ประเมินผลได้ง่ายขึ้น เพราะการกระตุ้นซ้ำบริเวณเดิมอาจทำให้จ้ำเลือดอยู่นานขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรดูจากสภาพการพักฟื้นและปรึกษาแพทย์ค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

ภาพประกอบ Onda Microwave ช่วยลดคางสองชั้นและกระชับผิวรูปหน้าและวอลุ่ม

Onda ลดคางสองชั้น กี่ครั้งถึงเห็นผล?

คางสองชั้นเกิดจากทั้งชั้นไขมันและผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย ทำให้การดูแลด้วยวิธีทั่วไปได้ผลช้า Onda Microwave เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากจัดการสองปัญหานี้ไปพร้อมกัน

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors