คุณหมอครับ หลังทำแล้วสวยที่สุดเลย — จริงหรือเปล่านะ?
รูปหน้าและวอลุ่ม

คุณหมอครับ หลังทำแล้วสวยที่สุดเลย — จริงหรือเปล่านะ?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในรีวิวจูเวลูค ความรู้สึก "ผิวอิ่มเต็ม" ทันทีหลังทำนั้น พอ 2-3 สัปดาห์ผ่านไปอาจเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ ความพึงพอใจที่แท้จริงต้องดูหลังอาการบวมยุบแล้วเท่านั้น

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที
จูเวลูคหลังทำสวยที่สุดจริงไหม? เหตุผลที่คุณอาจถูก 'อาการบวม' หลอก

"คุณหมอครับ หลังทำแล้ว

สวยที่สุดเลยค่ะ"

— จริงหรือเปล่านะ?

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ววันพุธ มีคุณผู้หญิง

อายุต้น 30 เดินเข้ามาในห้องตรวจครับ

"สองเดือนก่อนไปทำจูเวลูคที่คลินิกอื่นมาค่ะ

ตอนนั้นรู้สึกดีมากเลย

แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไม่เท่าตอนนั้นแล้ว

หมดฤทธิ์แล้วหรือเปล่าคะ?"

คำถามนี้ผมได้ยินสัปดาห์ละสองสามครั้งเลยครับ

และถ้าจะพูดตรงๆ คำตอบนั้นค่อนข้างน่าประหลาดใจครับ

\

รีวิวจูเวลูคดูเหมือนกันหมด ใช่ไหมครับ?

แต่ต่างกันตรงช่วงเวลาครับ

จูเวลูคเป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่มีส่วนประกอบ

ของ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ครับ

ไม่ได้เติมวอลุ่มโดยตรงแบบฟิลเลอร์

แต่กระตุ้นให้ชั้นหนังแท้สร้างคอลลาเจน

เพื่อให้ผิวค่อยๆ อิ่มขึ้นจากข้างในครับ

ต่างจากสคัลพทรา (PLLA) ตรงที่

จูเวลูคสลายตัวได้เร็วกว่า

และมีส่วนผสมของ HA ด้วย

ทำให้เห็นวอลุ่มทันทีหลังจากทำครับ

และตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดความสับสน

ในการตีความรีวิวมากที่สุดครับ

อย่าเพิ่งเชื่อรีวิวจูเวลูค ความจริงของคอลลาเจนที่รู้ได้แค่หลัง 8 สัปดาห์

รีวิวที่บอกว่า "ผิวอิ่มขึ้นมาก" หลังทำจูเวลูค

นั่นคือวอลุ่มจริงของคุณหรือเปล่า?

ข้อคิดสำคัญจาก

หมอวียองจิน

รีวิวที่บอกว่า "ผิวอิ่มขึ้น" ทันทีหลังทำจูเวลูคนั้น

มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นรีวิวของ "อาการบวม" ครับ

ต้องรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์จนบวมยุบแล้ว

จึงจะตัดสินได้ว่า "นี่คือวอลุ่มที่แท้จริงของฉัน"

และนั่นแหละคือความพึงพอใจที่แท้จริงครับ

คงเคยได้ยินกันมาว่าทำจูเวลูคบ่อยๆ

ผลจะสะสมและดีขึ้นเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ?

แต่มีสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องรู้ไว้ครับ

รีวิวในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ

กับรีวิวหลังผ่านไปหนึ่งเดือน นั้นเป็นคนละเรื่องกันครับ

ทันทีหลังทำจูเวลูค ปริมาตรของสารที่ฉีดเข้าไป

บวกกับอาการบวมจากการกระตุ้นเล็กน้อยจะปรากฏขึ้นพร้อมกันครับ

โดยปกติจะฉีดประมาณ 0.3-0.5 cc ต่อครั้ง

และสารนั้นจะอยู่ในตำแหน่งเดิมประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ

เพราะฉะนั้นพอส่องกระจกวันถัดมา

เลยรู้สึกว่า "โอ้โห ผิวอิ่มขึ้นจริงๆ เลย" ครับ

ปัญหาอยู่ที่ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่อาการบวมเริ่มยุบลงครับ

ช่วงนี้หลายคนรู้สึกว่า

"ฤทธิ์หายไปแล้ว" หรือ "ผลหมดแล้ว"

แต่ความจริงคือสิ่งที่หายไปไม่ใช่ผล แต่คืออาการบวมครับ

คอลลาเจนที่แท้จริงจะเริ่มก่อตัวหลังจากนั้น

โดยปกติจะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 6-8 ครับ

อาจแปลกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ครับ

เดือนที่แล้วมีลูกค้าอายุ 29 ปีเข้ามาครับ

เธอทำจูเวลูคที่คลินิกอื่นมาหนึ่งครั้ง

แล้วบอกว่า "ไม่ค่อยได้ผล" มาขอดูตัวเลือกอื่น

แต่พอถามดูปรากฏว่าทำมาได้แค่ 3 สัปดาห์ก่อนครับ

ผมพูดตรงๆ ไปเลยครับว่า

"ตอนนี้คือช่วงที่เห็นผลน้อยที่สุดแล้วครับ

รอไปอีก 4 สัปดาห์ก่อน ถ้าตอนนั้นยังรู้สึกไม่พอ

ค่อยคุยกันเรื่องทำเพิ่มนะครับ"

สุดท้ายเธอกลับมาในสัปดาห์ที่ 7

และพูดว่า "อ๋อ นี่แหละที่หมอบอกเมื่อกี้นี้เองครับ"

ไม่ต้องทำเพิ่มเลยสักครั้งครับ

ในทางกลับกัน ช่วงเดียวกันมีลูกค้าอีกท่านอายุ 35 ปีเข้ามาครับ

เธอทำมาแล้วหนึ่งครั้งตั้งแต่สองเดือนก่อน

และต้องการทำเพิ่มเพราะรู้สึกอยากเติมให้เต็มขึ้นครับ

แต่เมื่อดูแล้วพบว่าผิวของเธอ

อิ่มเต็มเพียงพอแล้วจากพื้นฐานใบหน้าของเธอครับ

ถ้าเติมเข้าไปอีก

มีโอกาสสูงที่จะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

ผมเลยให้เธอกลับบ้านไปก่อนวันนั้นครับ

ไม่ได้แนะนำให้ทำเพิ่มครับ

หนึ่งเดือนต่อมาเธอส่งข้อความมาบอกว่า

"ตอนนี้มองย้อนกลับไป ดีที่ไม่ได้ทำเพิ่มเลยค่ะ"

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน

เมื่อกำลังอ่านรีวิวจูเวลูค

รีวิว "พึงพอใจทันทีหลังทำ"

ควรกรองออกไปสักครึ่งหนึ่งก่อนนะครับ

การตัดสินที่แท้จริงต้องทำในช่วง 3-4 สัปดาห์หลังบวมยุบ

และในช่วงที่คอลลาเจนเริ่มก่อตัวเต็มที่

คือสัปดาห์ที่ 6-8 ครับ

ถ้ารีบทำเพิ่มก่อนถึงตอนนั้นเพราะคิดว่าผลยังไม่ดีพอ

มีโอกาสสูงมากที่จะดูเกินพอในภายหลังครับ

รีวิวจูเวลูควัย 30 ปี เหตุผลทางคลินิกว่าทำไม \

วิธีอ่านรีวิวจูเวลูค

ให้เหมาะกับเคสของคุณ

ช่วงเวลา

สภาพจริง

ข้อควรระวังในการอ่านรีวิว

ทันทีหลังทำ — สัปดาห์ที่ 1

สารที่ฉีด + อาการบวม

80% ของรีวิว "ดีมาก" คือผลจากอาการบวม

สัปดาห์ที่ 2-3

บวมยุบ ยังไม่เกิดคอลลาเจน

ระวังความเข้าใจผิดว่า "ผลหมดแล้ว" หรือ "ไม่ได้ผล"

สัปดาห์ที่ 6-8

คอลลาเจนเริ่มก่อตัวจริงจัง

ช่วงทองในการตัดสินความพึงพอใจที่แท้จริง

3-6 เดือน

วอลุ่มสูงสุด + ช่วงคงผล

จุดตัดสินใจสุดท้ายว่าจะทำเพิ่มหรือไม่

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ด้วยครับ

จูเวลูคไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับทุกคนเสมอไปครับ

ผู้ที่มีการตอบสนองต่อคอลลาเจนช้า

ไม่ว่าจะเป็นวัย 50 ปลายขึ้นไป

หรือผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรืออดนอนหนัก

อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงน้อยมากแม้รอถึงสัปดาห์ที่ 6-8 ครับ

แต่สำหรับอายุ 30 ถึงกลางๆ 40 มักตอบสนองได้ดี

จึงยังเป็นตัวเลือกที่น่าแนะนำสำหรับช่วงวัยนี้ครับ

จูเวลูคใช้แคนนูล่าในการฉีด

แต่ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด อาจรู้สึกค่อนข้างเจ็บได้ครับ

ที่คลินิกของเรา เราทาครีมชาหนาๆ ก่อนทำ 30 นาที

และสำหรับบริเวณที่ไวต่อความรู้สึก จะฉีดยาชาบล็อกเส้นประสาทเพิ่มเติมด้วยครับ

นั่นคือเหตุผลที่รีวิว "แทบไม่เจ็บเลย"

กับ "เจ็บกว่าที่คิด" ออกมาต่างกันครับ

ประสบการณ์จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับ

ว่าใช้วิธีชาแบบไหนครับ

หากต้องการทำฟิลเลอร์ร่วมด้วย ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์

หลังจากทำจูเวลูคก่อนนะครับ

ถ้าทำพร้อมกัน อาการบวมจะซ้อนทับกัน

ทำให้ประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริงของตัวเองได้ยากขึ้นมากครับ

"คุณหมอครับ

เรื่องนี้ไม่เห็นมีในรีวิวเลย"

— คำถามยอดนิยมในห้องตรวจ 3 ข้อ

Q1. ในรีวิวก็มีคนที่บอกว่า

"ครั้งเดียวก็เห็นผลแล้ว"

ผมทำครั้งเดียวพอไหมครับ?

A. จากที่เห็นในห้องตรวจจริงๆ

คนที่ทำครั้งเดียวแล้วจบมักเป็นช่วงต้นถึงกลาง 30 ปี

ที่สูญเสียวอลุ่มไปไม่มากนักครับ

โดยปกติแนะนำทำ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ครับ

ลองเลือกอ่านรีวิวของคนที่อายุใกล้เคียงกับคุณดูนะครับ

Q2. ทำเยอะในครั้งเดียวจะเห็นผลเร็วขึ้นไหมครับ?

น่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย

A. การฉีดปริมาณมากในคราวเดียว

ไม่ได้ทำให้การตอบสนองของคอลลาเจนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนครับ

กลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดก้อนนูน (nodule) มากขึ้นด้วยครับ

แบ่งทำ 2-3 ครั้งนั้น แม้ใช้ปริมาณเท่ากัน

ผลลัพธ์ดีกว่า และติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่าครับ

Q3. ในรีวิวมีคนบอกว่า "เกิดก้อนนูนขึ้น"

นั่นเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยไหมครับ?

A. พูดตรงๆ เลยนะครับ ไม่ได้พบบ่อย

แต่ก็ไม่ใช่ 0 ครั้งครับ

มักเกิดขึ้นเมื่อฉีดตื้นเกินไป

หรือสารกระจุกตัวในจุดเดียวมากเกินไปครับ

การนวดบริเวณที่ฉีดอย่างสม่ำเสมอประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังทำ

ช่วยป้องกันได้มากครับ

อย่าเพิ่งกังวลจากการอ่านรีวิวแค่หนึ่งหรือสองบรรทัดนะครับ

ถ้าวันนี้จะจำเรื่องเดียว

— เวลาอ่านรีวิวจูเวลูค

ให้เช็คก่อนว่า "รีวิวนั้นเขียนในช่วงเวลาไหนหลังทำ" ครับ

รีวิววันถัดจากทำ กับรีวิวหลัง 8 สัปดาห์

เป็นเรื่องที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

บทความหน้า

จะมาเล่าเรื่อง 'สัญญาณที่คุณจะรู้สึกได้เองในช่วงสัปดาห์ที่ 6-8 หลังทำจูเวลูค' ครับ

ฝากไว้แค่นี้ก่อนนะครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

Q1. รีวิวจูเวลูคที่บอกว่า "ผิวอิ่มขึ้นทันที" เชื่อได้แค่ไหน?

รีวิวที่บอกว่าผิวอิ่มขึ้นทันทีหลังทำ ส่วนใหญ่มีโอกาสสูงที่จะเป็นอาการบวมชั่วคราว ไม่ใช่วอลุ่มจริงครับ ควรรอให้ผ่านไป 2–3 สัปดาห์จนอาการบวมยุบลงก่อน จึงจะประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ครับ

Q2. ทำไมหลัง 2-3 สัปดาห์ถึงรู้สึกว่าผลจูเวลูคหายไป?

ช่วงนี้คืออาการบวมเริ่มยุบลง ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าผลของการรักษาหมดไปแล้วครับ แต่ความจริงคือคอลลาเจนที่แท้จริงยังไม่เริ่มก่อตัวเต็มที่ ซึ่งมักอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 6–8 หลังทำครับ

Q3. ควรรออีกนานแค่ไหนก่อนตัดสินว่าจูเวลูคได้ผลหรือไม่?

ควรรอให้ผ่านไปอย่างน้อย 6–8 สัปดาห์หลังทำ เพื่อให้คอลลาเจนที่แท้จริงเริ่มก่อตัวก่อนตัดสินผลลัพธ์ครับ การตัดสินเร็วเกินไปในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกอาจทำให้ประเมินผลผิดพลาดได้ครับ

Q4. จูเวลูคกับสคัลพทรา (PLLA) ต่างกันอย่างไรในแง่รีวิว?

จูเวลูคสลายตัวได้เร็วกว่าสคัลพทราและมีส่วนผสมของ HA ด้วย จึงทำให้เห็นวอลุ่มทันทีหลังทำมากกว่า ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้การตีความรีวิวสับสนได้ง่ายครับ

บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors