เปรียบเทียบ Juvelook และ Juvelook Eye สูตรฉีดผิวรอบดวงตา
รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook กับ Juvelook Eye ต่างกันยังไง ใต้ตาใช้สูตรเดียวกันได้ไหม

Juvelook กับ Juvelook Eye ชื่อคล้ายกันแต่ไม่ใช่สูตรเดียวกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างของความเข้มข้น PDLLA ขนาดอนุภาค และความหนืด พร้อมเหตุผลที่ผิวใต้ตาต้องใช้สูตรเฉพาะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

คุณเคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคลินิกถึงมี Juvelook อีกสูตรหนึ่งที่ใช้ฉีดรอบดวงตาโดยเฉพาะ ทั้งที่ชื่อคล้ายกับ Juvelook ตัวปกติที่ใช้ฉีดทั่วใบหน้า หลายคนเข้าใจว่าแค่ลดปริมาณลงก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่ความจริงคือผิวใต้ตาบางกว่าผิวส่วนอื่นของใบหน้าอย่างชัดเจน การฉีดสูตรเดียวกันลงไปตรง ๆ จึงมีโอกาสทำให้เกิดเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือผิวไม่เรียบได้ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Juvelook ธรรมดากับ Juvelook Eye พร้อมแนะนำว่าใครควรเลือกแบบไหน ไปดูกันเลยค่ะ

Juvelook Eye กับ Juvelook ธรรมดา คือสูตรเดียวกันไหม

Juvelook คือโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ นิยมฉีดบริเวณแก้ม หน้าผาก และแนวกรอบหน้าเป็นหลัก ส่วน Juvelook Eye เป็นสูตรที่พัฒนาแยกออกมาโดยเฉพาะสำหรับรอบดวงตา

ชื่อคล้ายกันและใช้สาร PDLLA ตัวเดียวกัน แต่ความเข้มข้น ขนาดอนุภาค และความหนืดถูกปรับให้ต่างจากสูตรปกติ เพราะผิวรอบดวงตามีลักษณะทางกายภาพต่างจากผิวส่วนอื่นของใบหน้าอย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ คือ Juvelook Eye ไม่ใช่ Juvelook ธรรมดาที่แค่ลดปริมาณลง แต่เป็นสูตรที่ออกแบบใหม่ทั้งอนุภาคและความหนืดให้เหมาะกับชั้นผิวที่บางกว่ามาก

ทำไมผิวใต้ตาถึงต้องใช้สูตรพิเศษ

ผิวใต้ตาเป็นผิวที่บางที่สุดในใบหน้า หนาเพียงประมาณ 0.3-0.5 มิลลิเมตร ในขณะที่ผิวบริเวณแก้มหรือหน้าผากหนากว่าถึง 3-4 เท่าตัว เมื่อ PDLLA เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว หากอนุภาคมีขนาดใหญ่เกินไปหรือความหนืดสูงเกินไปสำหรับชั้นผิวที่บางเช่นนี้ ก็มีโอกาสที่จะรวมตัวกันเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนได้

Juvelook Eye จึงถูกออกแบบให้มีอนุภาคขนาดเล็กระดับไมโคร ความหนืดต่ำลงเพื่อให้กระจายตัวได้ทั่วถึงในชั้นผิวที่บาง และความเข้มข้นของ PDLLA ที่ปรับลดลงเพื่อลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบอบบางบริเวณนี้ พูดง่าย ๆ คือเหมือนเลือกผ้าคลุมบาง ๆ ให้เข้ากับผิวที่บอบบาง แทนที่จะใช้ผ้าหนาแบบเดียวกับที่คลุมทั้งตัว

รายการJuvelook (สูตรปกติ)Juvelook Eye
ความเข้มข้น PDLLAสูงกว่าปรับให้ต่ำลง
ขนาดอนุภาคขนาดปกติละเอียดระดับไมโคร
ความหนืดสูงต่ำ ไหลตัวง่ายกว่า
ตำแหน่งฉีดชั้นผิวกลางถึงลึกชั้นผิวตื้นถึงกลาง
บริเวณที่ใช้หลักแก้ม หน้าผาก แนวกรอบหน้าใต้ตา เปลือกตา ร่องรอบดวงตา
ภาพแสดงความหนาของผิวใต้ตาเทียบกับผิวหน้าส่วนอื่น

Juvelook Eye เหมาะกับปัญหาใต้ตาแบบไหนบ้าง

ปัญหาผิวใต้ตาที่ Juvelook Eye ตอบโจทย์ได้ดีมีอยู่ไม่กี่แบบ ลองเช็กดูว่าตรงกับของคุณไหมคะ

  • ริ้วรอยใต้ตาร่วมกับผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย — กลุ่มนี้เหมาะกับ Juvelook Eye มากที่สุด เพราะ PDLLA จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวชั้นนี้แน่นขึ้นทีละน้อย
  • รอยคล้ำใต้ตาแบบเส้นเลือด — เมื่อผิวมีคอลลาเจนมากขึ้น ผิวจะหนาขึ้นเล็กน้อยจนบังเส้นเลือดใต้ผิวได้บางส่วน แต่ถ้ารอยคล้ำเกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสม ควรปรึกษาแนวทางรักษาเม็ดสีแยกต่างหาก
  • ร่องใต้ตาระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง — Juvelook Eye ช่วยให้ผิวค่อย ๆ ฟูขึ้นได้ แต่ถ้าร่องลึกมาก การฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกร่วมด้วยมักให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กว่า

Juvelook Eye ทำงานด้วยกลไกค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเติมเต็มแบบทันทีทันใดเหมือนฟิลเลอร์ ต้องรอให้คอลลาเจนค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในชั้นผิว

ภาพแสดงปัญหาผิวใต้ตาที่เหมาะกับ Juvelook Eye

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Juvelook Eye

หลังฉีด Juvelook Eye อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณรอบดวงตา ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-5 วัน เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้มากกว่าบริเวณอื่นของใบหน้า หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือปวดต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ในบางกรณีอาจคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ซึ่งมักเกิดจากปริมาณที่ฉีดมากเกินไปหรือฉีดในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป การเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างกายวิภาคบริเวณรอบดวงตาจึงสำคัญมาก หากมีข้อกังวลด้านสุขภาพส่วนบุคคลอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ทราบก่อนฉีดทุกครั้ง

ฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผล ระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน

Juvelook Eye ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ในทันที แต่เป็นกลไกที่ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นเอง โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 2-4 สัปดาห์ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง และมักแนะนำให้ฉีดทั้งหมด 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์เพื่อให้คอลลาเจนสะสมได้เต็มที่

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แต่โดยเฉลี่ยแล้วคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หลังจากนั้นหลายคนเลือกฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้

ภาพแสดงระยะเวลาที่คอลลาเจนใต้ตาค่อย ๆ ฟื้นตัว

ราคา Juvelook Eye ที่คลินิกในกรุงโซล

ราคาการฉีด Juvelook Eye ที่คลินิกในกรุงโซลโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1 แสน–2 แสนวอนต่อครั้ง และส่วนใหญ่แนะนำให้ทำครบเป็นชุด 2-3 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณที่ฉีดและดุลยพินิจของแพทย์แต่ละราย จึงควรสอบถามรายละเอียดราคาปัจจุบันโดยตรงกับทางคลินิกอีกครั้ง

หากสนใจสอบถามราคาหรือปรึกษาก่อนตัดสินใจ สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุป

สรุปแล้ว Juvelook กับ Juvelook Eye ไม่ใช่สูตรเดียวกันที่แค่ลดปริมาณ แต่เป็นสูตรที่ออกแบบต่างกันตั้งแต่ความเข้มข้น ขนาดอนุภาค ไปจนถึงความหนืด เพื่อให้เหมาะกับผิวใต้ตาที่บางเป็นพิเศษ หากผิวใต้ตาของคุณมีปัญหาริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย Juvelook Eye ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจเสมอ หากคุณกำลังกังวลเรื่องริ้วรอยหรือผิวคล้ำใต้ตาอยู่ ทักมาปรึกษา Beautystone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Juvelook Eye กับ Juvelook ธรรมดาต่างกันยังไง

ต่างกันที่ความเข้มข้นของ PDLLA ขนาดอนุภาค และความหนืด Juvelook Eye ถูกปรับให้อนุภาคเล็กลงและความหนืดต่ำลง เพื่อให้เหมาะกับผิวใต้ตาที่บางกว่าผิวหน้าส่วนอื่นมากค่ะ

Q2. ฉีด Juvelook Eye เจ็บมากไหม

ความรู้สึกระหว่างฉีดขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินและใช้ยาชาเฉพาะที่ช่วยลดความรู้สึกก่อนฉีด หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ

Q3. ฉีด Juvelook Eye กี่ครั้งถึงเห็นผลชัดเจน

ส่วนใหญ่แนะนำให้ฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ ผลลัพธ์มักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลัง 2-4 สัปดาห์ และคอลลาเจนที่สร้างขึ้นสามารถอยู่ได้นานหลายเดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

Q4. Juvelook Eye เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยที่อยากดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป หากมีร่องใต้ตาลึกมากหรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้งค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษารูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษา

ยูนิตของโบทูลินัม ท็อกซินแต่ละยี่ห้อแปลงกันไม่ได้ และรูปแบบการขมวดคิ้วก็ต่างกันในแต่ละคน รวมคำถามที่ควรใช้ตอนปรึกษา ข้อมูลที่ควรเก็บกลับบ้าน และอาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

บทความล่าสุด

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?ผิวหนัง

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?

ทำ CO2 Fraxel ครบคอร์สแล้ว ผลกับหลุมสิวจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ดูข้อมูลติดตาม 1-2 ปีและ 3 ปี วิธีเทียบรูปเพื่อเลือกเวลาทำซ้ำ และอาการที่ต้องรีบติดต่อ สำหรับคนที่วางแผนบินมาโซลอีกรอบ

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?ผิวหนัง

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?

ทำ Potenza ครั้งแรกแล้วรูขุมขนกลับมาเหมือนเดิมหลังอาการบวมยุบ? ดูว่าแต่ละช่วงหลังทำควรเห็นอะไร ควรวางแผนเป็นชุดกี่ครั้ง อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และวิธีถ่ายรูปเทียบผลสำหรับคนที่มาทำที่เกาหลี

ดูแลหลังเลเซอร์แผลเป็น แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?ผิวหนัง

ดูแลหลังเลเซอร์แผลเป็น แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

เพิ่งทำเลเซอร์แผลเป็นที่เกาหลี? ดูว่าสัปดาห์แรกควรล้างหน้าและทาครีมยังไง เมื่อไหร่กลับมาแต่งหน้าและออกกำลังกายได้ อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และควรดูอะไรก่อนนัดครั้งถัดไป

คลินิกรักษาสิวที่ไหนดี ปรึกษาครั้งแรกควรดูอะไรก่อนตัดสินใจ?ผิวหนัง

คลินิกรักษาสิวที่ไหนดี ปรึกษาครั้งแรกควรดูอะไรก่อนตัดสินใจ?

กำลังหาคลินิกรักษาสิวที่เกาหลี? รีวิวกับราคาบอกไม่ได้ว่าแผนเหมาะกับสิวของคุณ ดูว่าตอนปรึกษาควรได้ยินอะไร ควรใช้ยากี่สัปดาห์ก่อนตัดสินผล และข้อมูลที่ควรบอกคุณหมอเรื่องความเสี่ยงแผลเป็น

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?กำจัดขน

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?

แพ็กเกจ 5 ครั้งราคาเท่ากัน แต่ถ้าราคาครั้งที่ 6 และเงื่อนไขรอบที่เหลือต่างกัน ยอดรวมก็ต่างกัน รวมช่องที่ควรเช็กในใบเสนอราคา ความหมายของคำว่า permanent และอาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors