เปรียบเทียบ Juvelook และ Juvelook Eye สูตรฉีดผิวรอบดวงตา
รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook กับ Juvelook Eye ต่างกันยังไง ใต้ตาใช้สูตรเดียวกันได้ไหม

Juvelook กับ Juvelook Eye ชื่อคล้ายกันแต่ไม่ใช่สูตรเดียวกัน บทความนี้อธิบายความแตกต่างของความเข้มข้น PDLLA ขนาดอนุภาค และความหนืด พร้อมเหตุผลที่ผิวใต้ตาต้องใช้สูตรเฉพาะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 28 สิงหาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

คุณเคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคลินิกถึงมี Juvelook อีกสูตรหนึ่งที่ใช้ฉีดรอบดวงตาโดยเฉพาะ ทั้งที่ชื่อคล้ายกับ Juvelook ตัวปกติที่ใช้ฉีดทั่วใบหน้า หลายคนเข้าใจว่าแค่ลดปริมาณลงก็น่าจะใช้แทนกันได้ แต่ความจริงคือผิวใต้ตาบางกว่าผิวส่วนอื่นของใบหน้าอย่างชัดเจน การฉีดสูตรเดียวกันลงไปตรง ๆ จึงมีโอกาสทำให้เกิดเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือผิวไม่เรียบได้ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Juvelook ธรรมดากับ Juvelook Eye พร้อมแนะนำว่าใครควรเลือกแบบไหน ไปดูกันเลยค่ะ

Juvelook Eye กับ Juvelook ธรรมดา คือสูตรเดียวกันไหม

Juvelook คือโปรแกรมฉีดกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ นิยมฉีดบริเวณแก้ม หน้าผาก และแนวกรอบหน้าเป็นหลัก ส่วน Juvelook Eye เป็นสูตรที่พัฒนาแยกออกมาโดยเฉพาะสำหรับรอบดวงตา

ชื่อคล้ายกันและใช้สาร PDLLA ตัวเดียวกัน แต่ความเข้มข้น ขนาดอนุภาค และความหนืดถูกปรับให้ต่างจากสูตรปกติ เพราะผิวรอบดวงตามีลักษณะทางกายภาพต่างจากผิวส่วนอื่นของใบหน้าอย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ คือ Juvelook Eye ไม่ใช่ Juvelook ธรรมดาที่แค่ลดปริมาณลง แต่เป็นสูตรที่ออกแบบใหม่ทั้งอนุภาคและความหนืดให้เหมาะกับชั้นผิวที่บางกว่ามาก

ทำไมผิวใต้ตาถึงต้องใช้สูตรพิเศษ

ผิวใต้ตาเป็นผิวที่บางที่สุดในใบหน้า หนาเพียงประมาณ 0.3-0.5 มิลลิเมตร ในขณะที่ผิวบริเวณแก้มหรือหน้าผากหนากว่าถึง 3-4 เท่าตัว เมื่อ PDLLA เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว หากอนุภาคมีขนาดใหญ่เกินไปหรือความหนืดสูงเกินไปสำหรับชั้นผิวที่บางเช่นนี้ ก็มีโอกาสที่จะรวมตัวกันเป็นก้อนเล็ก ๆ หรือทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนได้

Juvelook Eye จึงถูกออกแบบให้มีอนุภาคขนาดเล็กระดับไมโคร ความหนืดต่ำลงเพื่อให้กระจายตัวได้ทั่วถึงในชั้นผิวที่บาง และความเข้มข้นของ PDLLA ที่ปรับลดลงเพื่อลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบอบบางบริเวณนี้ พูดง่าย ๆ คือเหมือนเลือกผ้าคลุมบาง ๆ ให้เข้ากับผิวที่บอบบาง แทนที่จะใช้ผ้าหนาแบบเดียวกับที่คลุมทั้งตัว

รายการJuvelook (สูตรปกติ)Juvelook Eye
ความเข้มข้น PDLLAสูงกว่าปรับให้ต่ำลง
ขนาดอนุภาคขนาดปกติละเอียดระดับไมโคร
ความหนืดสูงต่ำ ไหลตัวง่ายกว่า
ตำแหน่งฉีดชั้นผิวกลางถึงลึกชั้นผิวตื้นถึงกลาง
บริเวณที่ใช้หลักแก้ม หน้าผาก แนวกรอบหน้าใต้ตา เปลือกตา ร่องรอบดวงตา
ภาพแสดงความหนาของผิวใต้ตาเทียบกับผิวหน้าส่วนอื่น

Juvelook Eye เหมาะกับปัญหาใต้ตาแบบไหนบ้าง

ปัญหาผิวใต้ตาที่ Juvelook Eye ตอบโจทย์ได้ดีมีอยู่ไม่กี่แบบ ลองเช็กดูว่าตรงกับของคุณไหมคะ

  • ริ้วรอยใต้ตาร่วมกับผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย — กลุ่มนี้เหมาะกับ Juvelook Eye มากที่สุด เพราะ PDLLA จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวชั้นนี้แน่นขึ้นทีละน้อย
  • รอยคล้ำใต้ตาแบบเส้นเลือด — เมื่อผิวมีคอลลาเจนมากขึ้น ผิวจะหนาขึ้นเล็กน้อยจนบังเส้นเลือดใต้ผิวได้บางส่วน แต่ถ้ารอยคล้ำเกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสม ควรปรึกษาแนวทางรักษาเม็ดสีแยกต่างหาก
  • ร่องใต้ตาระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง — Juvelook Eye ช่วยให้ผิวค่อย ๆ ฟูขึ้นได้ แต่ถ้าร่องลึกมาก การฉีดฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกร่วมด้วยมักให้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์กว่า

Juvelook Eye ทำงานด้วยกลไกค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเติมเต็มแบบทันทีทันใดเหมือนฟิลเลอร์ ต้องรอให้คอลลาเจนค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในชั้นผิว

ภาพแสดงปัญหาผิวใต้ตาที่เหมาะกับ Juvelook Eye

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Juvelook Eye

หลังฉีด Juvelook Eye อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณรอบดวงตา ซึ่งมักหายได้เองภายใน 3-5 วัน เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้มากกว่าบริเวณอื่นของใบหน้า หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือปวดต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ในบางกรณีอาจคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ซึ่งมักเกิดจากปริมาณที่ฉีดมากเกินไปหรือฉีดในชั้นผิวที่ตื้นเกินไป การเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจโครงสร้างกายวิภาคบริเวณรอบดวงตาจึงสำคัญมาก หากมีข้อกังวลด้านสุขภาพส่วนบุคคลอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ทราบก่อนฉีดทุกครั้ง

ฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผล ระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน

Juvelook Eye ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ในทันที แต่เป็นกลไกที่ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นเอง โดยทั่วไปต้องรอประมาณ 2-4 สัปดาห์ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง และมักแนะนำให้ฉีดทั้งหมด 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์เพื่อให้คอลลาเจนสะสมได้เต็มที่

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แต่โดยเฉลี่ยแล้วคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หลังจากนั้นหลายคนเลือกฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ไว้

ภาพแสดงระยะเวลาที่คอลลาเจนใต้ตาค่อย ๆ ฟื้นตัว

ราคา Juvelook Eye ที่คลินิกในกรุงโซล

ราคาการฉีด Juvelook Eye ที่คลินิกในกรุงโซลโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1 แสน–2 แสนวอนต่อครั้ง และส่วนใหญ่แนะนำให้ทำครบเป็นชุด 2-3 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณที่ฉีดและดุลยพินิจของแพทย์แต่ละราย จึงควรสอบถามรายละเอียดราคาปัจจุบันโดยตรงกับทางคลินิกอีกครั้ง

หากสนใจสอบถามราคาหรือปรึกษาก่อนตัดสินใจ สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุป

สรุปแล้ว Juvelook กับ Juvelook Eye ไม่ใช่สูตรเดียวกันที่แค่ลดปริมาณ แต่เป็นสูตรที่ออกแบบต่างกันตั้งแต่ความเข้มข้น ขนาดอนุภาค ไปจนถึงความหนืด เพื่อให้เหมาะกับผิวใต้ตาที่บางเป็นพิเศษ หากผิวใต้ตาของคุณมีปัญหาริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย Juvelook Eye ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจเสมอ หากคุณกำลังกังวลเรื่องริ้วรอยหรือผิวคล้ำใต้ตาอยู่ ทักมาปรึกษา Beautystone Clinic ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ผ่าน LINE ได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Juvelook Eye กับ Juvelook ธรรมดาต่างกันยังไง

ต่างกันที่ความเข้มข้นของ PDLLA ขนาดอนุภาค และความหนืด Juvelook Eye ถูกปรับให้อนุภาคเล็กลงและความหนืดต่ำลง เพื่อให้เหมาะกับผิวใต้ตาที่บางกว่าผิวหน้าส่วนอื่นมากค่ะ

Q2. ฉีด Juvelook Eye เจ็บมากไหม

ความรู้สึกระหว่างฉีดขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินและใช้ยาชาเฉพาะที่ช่วยลดความรู้สึกก่อนฉีด หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ

Q3. ฉีด Juvelook Eye กี่ครั้งถึงเห็นผลชัดเจน

ส่วนใหญ่แนะนำให้ฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ ผลลัพธ์มักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลัง 2-4 สัปดาห์ และคอลลาเจนที่สร้างขึ้นสามารถอยู่ได้นานหลายเดือน ทั้งนี้ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

Q4. Juvelook Eye เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยใต้ตาหรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยที่อยากดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป หากมีร่องใต้ตาลึกมากหรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้งค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

มีเซลลูไลท์อยู่แล้ว ทำฟิลเลอร์ก้นได้ไหม — คู่มือตัดสินใจแบบปฏิบัติผิวหนัง

มีเซลลูไลท์อยู่แล้ว ทำฟิลเลอร์ก้นได้ไหม? คู่มือตัดสินใจแบบปฏิบัติ

มีเซลลูไลท์อยู่แล้วก็ทำฟิลเลอร์ก้นได้ค่ะ แต่ควรเข้าใจก่อนว่าฟิลเลอร์ทำงานในชั้นลึก ส่วนรอยบุ๋มผิวส้มเกิดจากพังผืดในชั้นตื้นกว่า ผลลัพธ์ที่ได้จึงต่างกันในแต่ละจุด

อ่านสัญญาณการจางของรอยสักระหว่างทำ PicoWay เพื่อวางแผนเซสชั่นอย่างมีประสิทธิภาพลบรอยสัก

PicoWay กี่ครั้งถึงเห็นผล? อ่านสัญญาณจางก่อนตัดสินใจหยุดหรือทำต่อ

ทำ PicoWay ไปหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่ากำลังไปได้ดีหรือเปล่า? การอ่านสัญญาณการจางให้ถูกต้องช่วยให้วางแผนเซสชั่นได้แม่นยำและคุ้มค่ากว่าการเดาสุ่ม

สิวเม็ดเล็กบริเวณไรผมจากส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ผมที่อุดตันรูขุมขนผิวหนัง

สิวไรผมยังขึ้นอยู่? ลองเช็กส่วนผสมในแชมพูและครีมนวดของคุณดูก่อน

สิวเม็ดเล็กที่ขอบไรผมที่ขึ้นซ้ำอาจไม่ได้มาจากลำดับการล้างหน้าเพียงอย่างเดียว ส่วนผสมบางชนิดในแชมพูและครีมนวดผมก็มีแนวโน้มอุดตันรูขุมขนในโซนนี้ได้โดยตรง บทความนี้ช่วยให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ออก และเลือกสูตรที่ปลอดภัยกับผิวสิวมากขึ้น

ภาพปกบทความเรื่องอาการปวดหัวและขมับตึงหลังทำ Shurink กับวิธีแยกว่ามาจากอะไรลิฟติ้ง

ปวดหัวหลังทำ Shurink มาจากเครื่องจริงไหม แยกยังไง

ความรู้สึกที่ขมับหลังทำ Shurink มักเป็นผลรวมของความร้อนชั้นลึก กล้ามเนื้อที่เกร็งค้าง และสภาพร่างกายของวันนั้น มาดูวิธีแยกทีละอย่าง และวิธีเล่าอาการให้คลินิกประเมินได้เร็วขึ้น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors