Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?
หลายคนสงสัยว่าทำไมเครื่องยกกระชับแต่ละตัวถึงให้ผลไม่เหมือนกัน คำตอบหนึ่งอยู่ที่ความลึกที่พลังงานลงไปทำงาน บทความนี้จะพาไปดูว่าชั้น SMAS คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับ Ultherapy PRIME

เคยไหมคะ ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม แก้มเริ่มดูหย่อน ทั้งที่ยังไม่ได้อายุมาก จริง ๆ แล้วความหย่อนคล้อยแบบนี้ไม่ได้เกิดที่ผิวชั้นบนอย่างเดียว แต่มาจากชั้นที่ลึกลงไปใต้ผิวด้วย
พอผิวเริ่มหย่อน หลายคนก็มองหาตัวช่วย แล้วก็จะเจอชื่อเครื่องยกกระชับเต็มไปหมด บางตัวทำงานที่ผิวตื้น บางตัวลงลึก คำถามที่คนถามบ่อยคือ ทำไม HIFU อย่าง Ultherapy PRIME ถึงพูดถึงชั้นที่เรียกว่า SMAS อยู่ตลอด แล้วความลึกตรงนี้เกี่ยวอะไรกับการยกหน้า
บทความนี้ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล จะพาคุณไปเจาะดูว่าชั้น SMAS คืออะไร ทำไม Ultherapy PRIME ถึงเล็งพลังงานไปที่ชั้นนี้ และความลึกระดับนี้มีผลต่อทิศทางการยกกระชับยังไง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ
Ultherapy PRIME คืออะไร แล้วทำงานยังไง?
Ultherapy PRIME เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเข้มข้น หรือที่เรียกกันว่า HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) หลักการง่าย ๆ คือ รวมพลังงานคลื่นเสียงให้ไปรวมกันเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ความลึกใต้ผิวที่กำหนดไว้
พูดง่าย ๆ คือ เหมือนเวลาเราใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้เป็นจุดเดียว จุดนั้นจะร้อนขึ้นมาก ทั้งที่บริเวณรอบ ๆ ยังเย็นอยู่ พลังงานของ Ultherapy PRIME ก็ทำงานคล้ายกัน มันสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่เรียกว่าจุดแข็งตัวของเนื้อเยื่อจากความร้อน ลงไปในความลึกที่ต้องการ โดยที่ผิวชั้นบนไม่ต้องรับความร้อนเต็ม ๆ
จุดความร้อนเล็ก ๆ เหล่านี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งรวมถึงการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เนื้อเยื่อที่ถูกกระตุ้นก็จะค่อย ๆ กระชับขึ้น
ชั้น SMAS คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับการยกหน้า?
SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculoaponeurotic System เป็นชั้นเยื่อพังผืดกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง คือลึกกว่าชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ลงไปอยู่ระหว่างชั้นไขมันกับกล้ามเนื้อ ลองนึกภาพว่าใบหน้าเราเหมือนบ้านที่มีหลายชั้น ผิวด้านนอกเป็นแค่ผนังชั้นบนสุด ส่วน SMAS เปรียบเหมือนโครงสร้างที่ค้ำทุกอย่างไว้ด้านใน
ประเด็นสำคัญคือ ชั้น SMAS นี้เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์เข้าไปดึงในการผ่าตัดดึงหน้า เพราะเมื่อชั้นนี้หย่อนตัวลงตามวัย ทุกอย่างที่วางอยู่ด้านบนก็หย่อนตามไปด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมการดูแลเฉพาะผิวชั้นบนถึงมักไม่พอ ถ้าต้นเหตุของความหย่อนมาจากชั้นที่ลึกกว่านั้น
จุดเด่นของการทำงานที่ชั้น SMAS มีดังนี้
- เป็นชั้นโครงสร้างที่รองรับน้ำหนักของเนื้อเยื่อด้านบน
- เป็นชั้นเดียวกับที่การผ่าตัดยกกระชับเข้าไปจัดการ
- เมื่อกระชับที่ชั้นนี้ ทิศทางการยกจะไล่ขึ้นตามแนวโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ตึงผิวหน้า
คีย์สำคัญคือ พลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสสามารถเล็งลงไปถึงชั้น SMAS นี้ได้ผ่านหัวทรานสดิวเซอร์ที่ออกแบบมาสำหรับความลึกต่างกัน จึงสร้างจุดกระตุ้นในชั้นโครงสร้างได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
ความลึกของหัวทรานสดิวเซอร์กำหนดทิศทางการยกยังไง?
Ultherapy PRIME ใช้หัวทรานสดิวเซอร์หลายระดับความลึก ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งเป็นระดับที่ลงลึกถึงชั้น SMAS และระดับที่ทำงานในชั้นหนังแท้ที่ตื้นกว่า แพทย์จะเลือกความลึกให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและสภาพผิวของแต่ละคน
เหตุผลที่ความลึกสำคัญคือ จุดที่พลังงานลงไปทำงานจะกลายเป็นเหมือน จุดหมุน ของแรงยก ถ้าจุดกระตุ้นอยู่ที่ชั้น SMAS ลึก การกระชับก็จะดึงโครงสร้างขึ้นไปตามแนว ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติมากกว่าการตึงผิวชั้นบนอย่างเดียว ส่วนหัวที่ทำงานตื้นกว่าจะช่วยเรื่องความเรียบเนียนและผิวแน่นของผิวด้านบน
พูดง่าย ๆ คือ การเลือกความลึกที่เหมาะสมในแต่ละบริเวณ เช่น แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติและไล่ทิศทางถูกต้อง ตรงนี้ไม่ใช่การตั้งค่าเดียวใช้ได้กับทุกคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบเป็นรายบุคคล
มีงานทบทวนทางการแพทย์ที่ศึกษาเรื่องการใช้อัลตราซาวด์แบบโฟกัสในการยกกระชับผิว เช่น การทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับ HIFU กับการกระชับผิวหน้า และ การศึกษาที่รวบรวมผลของอัลตราซาวด์ระดับ SMAS ซึ่งชี้ว่าการวางพลังงานให้ถูกชั้นมีความเกี่ยวข้องกับผลการกระชับ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
เห็นผลเมื่อไหร่ และเหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร?
เนื่องจากผลของ Ultherapy PRIME ส่วนใหญ่มาจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา จึงมักไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเต็มที่ในทันที โดยทั่วไปหลายคนเริ่มรู้สึกถึงความกระชับที่ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2-3 เดือนหลังทำ และค่อย ๆ เข้าที่ต่อไป ทั้งนี้ระยะเวลาและความชัดของผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โดยทั่วไป การทำงานที่ชั้น SMAS มักเหมาะกับกลุ่มนี้
- เริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง
- อยากดูแลแบบไม่ต้องผ่าตัด
- รู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเท่าเดิม อยากให้โครงหน้าดูมีมิติขึ้น
ส่วนคนที่มีความหย่อนคล้อยมากจนผิวส่วนเกินเยอะ อาจได้ผลจากการดูแลด้วยพลังงานไม่เต็มที่ และบางกรณีการผ่าตัดอาจเหมาะกว่า จุดนี้ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ ไม่ควรคาดเดาจากภาพที่เห็นในโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้
แม้ Ultherapy PRIME จะเป็นการดูแลแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็เป็นการส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ผิว จึงมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ในบางกรณี หลังทำอาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึง ๆ ในบางจุด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติ ปวดต่อเนื่อง หรือรู้สึกชา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- มีแผลติดเชื้อ ผื่น หรือปัญหาผิวรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
- มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์
เพื่อความปลอดภัย ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้หัวทรานสดิวเซอร์ของแท้ เพราะความลึกและการกระจายพลังงานที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมากกับผลลัพธ์และความปลอดภัย
สรุป
Ultherapy PRIME เป็นการยกกระชับด้วยพลังงาน HIFU ที่จุดเด่นอยู่ตรงที่สามารถเล็งพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างเดียวกับที่การผ่าตัดดึงหน้าเข้าไปจัดการ เมื่อพลังงานลงถูกชั้น ทิศทางการยกก็จะไล่ตามแนวโครงสร้าง ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติ ไม่ใช่แค่ตึงผิวชั้นบน ความลึกของหัวทรานสดิวเซอร์จึงเป็นตัวแปรสำคัญของผลลัพธ์
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ความลึกที่เหมาะกับแต่ละบริเวณและสภาพผิวควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินและออกแบบก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังกังวลว่ากรอบหน้าเริ่มไม่คมเท่าเดิม และอยากรู้ว่าการดูแลระดับชั้น SMAS เหมาะกับผิวคุณไหม ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เรามีบริการปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ









