จูเวลูค 1 ครั้ง vs 3 ครั้ง — ทำไมระยะเวลาคงอยู่ถึงต่างกันถึง 2 เท่า
รู้ไหมว่าจูเวลูค 1 ครั้ง กับ 3 ครั้ง ให้ผลต่างกันมากกว่า 2 เท่า? เพราะคอลลาเจนต้องสะสมเหมือนฝากเงินประจำ — นี่คือเหตุผลที่แท้จริงครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ

ระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลูค
ทำไม 1 ครั้ง กับ 3 ครั้ง ถึงต่างกันถึง 2 เท่า
ขอสรุปผลลัพธ์ก่อนเลยนะครับ
ถ้าฉีดจูเวลูคแค่ครั้งเดียวแล้วหยุด
คุณได้รับประโยชน์เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นครับ
บทความนี้ผมจะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

จูเวลูคอยู่ได้นานแค่ไหน
กันแน่ครับ
จูเวลูคเป็นสกินบูสเตอร์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
โดยใช้ส่วนประกอบ PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ครับ
ต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกตรงที่จูเวลูคไม่ได้
เพิ่มวอลุ่มด้วยตัวสารที่ฉีดเข้าไปโดยตรง
แต่เป็นกระบวนการที่สารสลายตัวแล้วกระตุ้นให้
ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ
ผลลัพธ์จึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย
และเมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
ก็จะคงอยู่ได้ค่อนข้างนานครับ
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 12–18 เดือนครับ

กลไกที่แท้จริงที่ทำให้
ระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลูคแตกต่างกัน
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
คอลลาเจนที่ถูกสร้างจากจูเวลูค
คงอยู่ได้ 12–18 เดือน
แต่ระยะเวลาคงอยู่ของคนที่ทำ 1 ครั้ง
กับคนที่สะสม 3 ครั้ง ต่างกันมากกว่า 2 เท่าครับ
คอลลาเจนต้องสะสมเหมือนการฝากเงินประจำครับ
คนที่ค้นหาเรื่องระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลูคแล้วเข้ามาอ่าน
ส่วนใหญ่น่าจะมีคำถามแบบนี้อยู่ในใจครับ
"ได้ยินว่าฉีดครั้งเดียวอยู่ได้ 1 ปี
แบบนี้ฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"แนะนำ 3 ครั้ง แต่นั่นเป็นเพราะ
อยากได้เงินเพิ่มเปล่าๆ รึเปล่า?"
เรื่องนี้ดูกำกวมนิดหน่อยครับ เพราะดูจากตัวเลขอย่างเดียว
ฉีดครั้งเดียวก็ได้ 1 ปี ดูเหมือนเพียงพอแล้ว
แต่ในทางคลินิกจริงๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยครับ
ขอเริ่มจากการอธิบายว่า PDLLA ทำงานอย่างไรก่อนนะครับ
อนุภาค PDLLA ที่ถูกฉีดเข้าไป
จะค่อยๆ ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสประมาณ 6–9 เดือนครับ
ในช่วงนี้ ไฟโบรบลาสต์ในผิวหนังของเรา
(เซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน)
จะ "รับรู้" ว่ามีสิ่งแปลกปลอม แล้วตอบสนอง
ด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาครับ
แต่มีสิ่งสำคัญอยู่จุดหนึ่งครับ
ปริมาณคอลลาเจนที่สร้างได้จากการทำครั้งเดียว
น้อยกว่าที่คิดครับ
ต้องกระตุ้นซ้ำห่างกัน 4 สัปดาห์ ทำ 2–3 ครั้งสะสม
ไฟโบรบลาสต์จึงจะเริ่มทำงานอย่างจริงจังครับ
จากข้อมูลทางคลินิกที่ผมพบ
ผู้ที่ทำเพียง 1 ครั้ง
มีระยะเวลาความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 6–8 เดือน
ส่วนผู้ที่ทำตามโปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้ง
อยู่ที่ 14–18 เดือนครับ
ต่างกันมากกว่า 2 เท่าเลยครับ
솔직히 말씀드리면 ผมเองก็ไม่ได้เห็นรูปแบบนี้ชัดในช่วงแรกครับ
ขอยกเคสของคุณลูกค้าอายุ 28 ปีที่กลับมาทำซ้ำมาเล่าให้ฟังครับ
ประมาณหนึ่งปีครึ่งก่อน เธอมาทำจูเวลูคกับผมเพียง 1 ครั้งครับ
เธอบอกว่า "ฉีดแค่ครั้งเดียวก็อยู่ได้ 1 ปีแล้วไม่ใช่เหรอ"
แล้วก็จบที่ครั้งเดียวเลยครับ
พอเดือนที่ 10 เธอกลับมา และผลที่เหลืออยู่
เหลือแค่ประมาณ 60% ของผลตอนแรกเท่านั้นครับ
ครั้งนี้เราดำเนินการตามโปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้ง
และเมื่อตรวจสอบผลหลังผ่านไป 1 ปี
สภาพผิวดีกว่าครั้งแรกมากครับ
การสร้างคอลลาเจนคล้ายกับการฝากเงินประจำครับ
1 ครั้ง เหมือนการฝากเงินต้นครั้งเดียว
3 ครั้ง เหมือนการสะสมแบบรายเดือนอย่างต่อเนื่อง
ผ่านไป 1 ปีเท่ากัน แต่ยอดเงินในบัญชีต่างกันครับ
สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน
ระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลูคไม่ใช่ "ฉีดครั้งเดียวได้ 1 ปี"
แต่ขึ้นอยู่กับ "สะสมมากี่ครั้งแล้ว" ครับ
1 ครั้ง อยู่ได้ 6–8 เดือน
โปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้ง อยู่ได้ 14–18 เดือนครับ
เพราะคอลลาเจนต้องสะสมจากการกระตุ้นซ้ำๆ ครับ

กลยุทธ์การสะสมเพื่อยืดระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลูค
เงื่อนไข | ระยะเวลาคงอยู่ | คำแนะนำการทำซ้ำ |
ทำเพียง 1 ครั้ง | 6–8 เดือน | เพิ่มอีกครั้งหลัง 6 เดือน |
โปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้ง | 14–18 เดือน | ทำซ้ำ 1 ครั้งหลัง 12 เดือน |
แก้ม-หน้าผาก (บริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย) | เฉลี่ย +2–3 เดือน | ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล |
ร่องแก้ม-รอบปาก (บริเวณที่เคลื่อนไหวมาก) | เฉลี่ย -2 เดือน | ตรวจสอบที่เดือนที่ 10 |
สูบบุหรี่-ดื่มแอลกอฮอล์-กิจกรรมกลางแจ้งบ่อย | เฉลี่ย -3–4 เดือน | ตรวจสอบที่เดือนที่ 8 |
ขอเล่าเคสของคุณลูกค้าอายุ 33 ปีด้วยนะครับ
เธอทำโปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้งเมื่อ 2 ปีก่อน
และครั้งนี้กลับมาทำเพื่อบำรุงรักษาครับ
ผ่านไป 2 ปีแล้ว แต่ยังคงเหลือผลอยู่ประมาณ 70%
ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันครับ
คุณลูกค้ารายนี้มีจุดร่วมที่น่าสนใจครับ
ไม่สูบบุหรี่ ทากันแดดอย่างเคร่งครัด
และรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอครับ
เมื่อมีวัตถุดิบเพียงพอ ไฟโบรบลาสต์ที่ถูกกระตุ้นไปแล้ว
ก็ทำงานได้นานขึ้นครับ
ในทางกลับกัน ผู้ที่สูบบุหรี่และรับประทานโปรตีนน้อย
แม้จะทำครบ 3 ครั้ง ก็เริ่มจางลงตั้งแต่เดือนที่ 10 ครับ
การทำหัตถการสำคัญแน่นอน แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ก็มีผลเท่าๆ กันเลยครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
น่าจะสงสัยเรื่องนี้ครับ
Q1. ทำแค่ครั้งเดียวแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผล
ถือว่าเสียเงินเปล่าไหมครับ?
A. ไม่ได้เสียเปล่าครับ แต่ใช้ประโยชน์ได้แค่ครึ่งเดียว
น่าจะเป็นคำตอบที่แม่นยำกว่าครับ
คือหยุดก่อนที่คอลลาเจนใหม่จะตั้งตัวได้เต็มที่ครับ
ถ้ากลับมาฉีดเพิ่มอีกครั้งตอนประมาณเดือนที่ 6–8
ผลจะอยู่นานกว่าการทำเพียงครั้งเดียวมากครับ
ดีกว่าไม่ทำเลยแน่นอน แต่ถ้าหยุดตรงนั้น
ก็ถือว่าความคุ้มค่าของการลงทุนยังไม่ดีเท่าที่ควรครับ
Q2. แล้วถ้าทำครบ 3 ครั้ง ค่าใช้จ่าย
จะไม่สูงเกินไปเหรอครับ?
A. ลองคำนวณดูจะได้คำตอบที่ต่างออกไปครับ
เปรียบระหว่างคนที่ทำ 1 ครั้งทุก 8 เดือน
กับคนที่ทำโปรโตคอลมาตรฐาน 3 ครั้งแล้วยืนระยะได้ 1 ปีครึ่ง
หากคิดในช่วง 3 ปี
โปรโตคอลมาตรฐานคุ้มค่ากว่าครับ
Q3. ถ้าเกิดผลข้างเคียงหรือเป็นก้อนตุ่ม
เรื่องระยะเวลาคงอยู่ก็ไม่มีความหมายแล้วไม่ใช่เหรอครับ?
A. การเกิดก้อนตุ่มขึ้นอยู่กับความลึก
ของการฉีดและการนวดหลังทำครับ
ต้องนวดตามที่แนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้อนุภาครวมตัวกันครับ
ที่คลินิกของเราเน้นการนวด 5 นาทีทันทีหลังทำ
และการดูแลตัวเองเป็นเวลา 1 สัปดาห์ครับ
หากปฏิบัติตามนี้แทบไม่มีรายงานการเกิดก้อนตุ่ม
แต่ 2 สัปดาห์แรกควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงให้ดีนะครับ
ถ้าจะให้จำสิ่งเดียวจากวันนี้
— สำหรับจูเวลูค
คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "อยู่ได้กี่เดือน"
แต่คือ "สะสมมากี่ครั้งแล้ว" ครับ
บทความถัดไปผมจะมาอธิบายเรื่อง
'การทำจูเวลูคซ้ำ ควรเพิ่มที่ปีที่ 1
หรือปีที่ 1 ครึ่งดีกว่ากัน' ครับ
นี่คือหมอวียองจินครับ







