มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?
เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

คำถามที่ได้ยินบ่อยในคลินิก คือ "มีรากฟันเทียมอยู่ ทำ RF Lifting ได้ไหม?" หรือ "คุณพ่อใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจอยู่ แนะนำลิฟติ้งแบบไหนดี?" ความกังวลเหล่านี้สมเหตุสมผลมาก เพราะ RF (Radio Frequency) คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และใครก็ตามที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือโลหะในร่างกายควรรู้ก่อนว่าความเสี่ยงจริง ๆ คืออะไร
คำตอบไม่ได้เป็นแบบตัดสินชี้ขาดว่า "ได้" หรือ "ไม่ได้" ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์ ตำแหน่ง และเทคโนโลยีที่ใช้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องนี้ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลที่ปลอดภัยค่ะ
RF Lifting คืออะไร และทำงานอย่างไร?
RF Lifting ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency) สร้างความร้อนในชั้นหนังแท้ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิว เทคโนโลยี RF มีหลายแบบ เช่น Monopolar RF (ใช้ขั้วเดียว เช่น Thermage FLX, Oligio), Bipolar RF (สองขั้ว เช่น เครื่องฟิลเลอร์ RF บางรุ่น), และ Microneedle RF (เช่น Potenza)
สิ่งสำคัญที่เกี่ยวกับความปลอดภัยคือ Monopolar RF ส่งคลื่นผ่านร่างกายจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ขณะที่ Bipolar RF ส่งพลังงานระหว่างขั้วสองขั้วที่ใกล้กัน ความเสี่ยงต่อการรบกวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกายจึงต่างกัน
เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) — ข้อห้ามเด็ดขาด
นี่คือข้อห้ามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกคนยืนยันตรงกัน: ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ ห้ามทำ Monopolar RF ทุกชนิด รวมถึง Thermage FLX, Oligio และเทคโนโลยีที่ส่งคลื่น RF ผ่านร่างกาย
เหตุผลคือ คลื่น RF อาจรบกวนสัญญาณของเครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งมีโอกาสทำให้ทำงานผิดปกติ แม้ความเสี่ยงนี้จะขึ้นอยู่กับรุ่นของอุปกรณ์และตำแหน่งของหัวตรวจ แต่มาตรฐานทางการแพทย์กำหนดให้ถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาด
ในกรณีนี้ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือ Ultrasound Lifting เช่น Sofwave หรือ Ulthera ที่ใช้คลื่นเสียง ไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างไรก็ตามต้องปรึกษาแพทย์หัวใจและแพทย์ผิวหนังก่อนทุกครั้ง
รากฟันเทียมและโลหะทางทันตกรรม — ทำได้ด้วยความระมัดระวัง
รากฟันเทียม (Dental Implant) โลหะในปาก และ crown โลหะส่วนใหญ่เป็นไทเทเนียมหรือโลหะผสมที่ไม่นำแม่เหล็ก การทำ RF Lifting บริเวณใบหน้าในผู้ที่มีรากฟันเทียมโดยทั่วไปสามารถทำได้ แต่แพทย์จะหลีกเลี่ยงบริเวณที่ใกล้กับโลหะโดยตรงหรือปรับพลังงานให้เหมาะสม
ที่สำคัญคือต้องแจ้งแพทย์ว่ามีรากฟันเทียมหรือโลหะทางทันตกรรมอยู่ที่ตำแหน่งใด แพทย์จะประเมินว่าสามารถปรับเส้นทางการรักษาให้ปลอดภัยได้หรือไม่
โลหะในข้อต่อและร่างกายส่วนอื่น — ประเมินเป็นรายกรณี
โลหะในข้อเข่า สะโพก หรือกระดูกสันหลัง (สำหรับ RF Lifting บนใบหน้า) โดยทั่วไปไม่เป็นปัญหา เพราะอยู่ห่างจากบริเวณที่รักษา อย่างไรก็ตามการมีโลหะในบริเวณที่ใกล้กับหัวตรวจ (เช่น คลิปสมอง สปริงในกะโหลก) อาจเป็นข้อห้ามหรือต้องระวังเป็นพิเศษ
กฎทั่วไปที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ: แจ้งโลหะหรืออุปกรณ์ทุกชิ้นในร่างกายก่อนทำการรักษา รวมถึงรุ่นและยี่ห้อถ้าทราบ แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
ผลข้างเคียงและความปลอดภัยทั่วไปของ RF Lifting
สำหรับผู้ที่ไม่มีข้อห้าม RF Lifting โดยทั่วไปปลอดภัย อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1–3 วัน บางรายรู้สึกร้อนหรือเสียวเล็กน้อยระหว่างทำ
ผลข้างเคียงที่พบน้อยกว่า ได้แก่ ผิวแห้งชั่วคราว หรือรู้สึกชาเล็กน้อยบริเวณที่รักษา ซึ่งมักหายเองใน 1–2 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ข้อมูลอ้างอิง :
Electromagnetic interference and cardiac devices — PMC
RF safety with metallic implants — PMC
สรุป — ข้อควรรู้ก่อนทำ RF Lifting เมื่อมีโลหะในร่างกาย
เครื่องกระตุ้นหัวใจเป็นข้อห้ามเด็ดขาดสำหรับ Monopolar RF รากฟันเทียมและโลหะทางทันตกรรมส่วนใหญ่สามารถจัดการได้ด้วยการปรับการรักษา โลหะในส่วนอื่นของร่างกายต้องประเมินเป็นรายบุคคล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษา
ไม่ควรปิดบังข้อมูลสุขภาพหรืออุปกรณ์ในร่างกายจากแพทย์ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจค่ะ
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำ RF Lifting หรืออยากทราบว่าสภาพร่างกายของคุณเหมาะกับการรักษาแบบไหน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลได้เลยนะคะ










