(MD Code) ฟิลเลอร์โหนกแก้ม ถ้าฉีดให้เป็นจะช่วยยกกรอบหน้าและลดร่องแก้มได้
รูปหน้าและวอลุ่ม

(MD Code) ฟิลเลอร์โหนกแก้ม ถ้าฉีดให้เป็นจะช่วยยกกรอบหน้าและลดร่องแก้มได้

การเติมวอลลุ่มโหนกแก้มด้วย Juvederm Voluma ไม่ใช่แค่ฉีดไปแล้วจะได้เอฟเฟกต์ยกกระชับเลย เทคนิคการฉีดต่างหากที่กำหนดผลลัพธ์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

ฟิลเลอร์โหนกแก้ม ไม่ใช่แค่ฉีดไปแล้วจะยกกระชับได้

💡 อ่านก่อนและตรวจสอบก่อนค่ะ


Q. Juvederm Voluma ฉีดที่โหนกแก้มแล้วหน้าจะยกขึ้นไหมคะ?

A. ไม่ใช่ค่ะ ต้องมีการฉีดให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของ Voluma และชั้นและตำแหน่งที่ถูกต้อง จึงจะได้ผลยกกระชับ ไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์แต่เป็นเทคนิคที่สร้างผลลัพธ์ค่ะ


Q. เมื่อโหนกแก้มหย่อนทำไมหน้าถึงดูห้อย?

A. เพราะเมื่อชั้นไขมันที่เป็นตัวพยุงผิวหย่อนลง ส่วนกลางใบหน้าทั้งหมดจะตกลงตามแรงโน้มถ่วงค่ะ

"การเติมวอลลุ่มให้โหนกแก้มที่หย่อนด้วย Juvederm Voluma เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ยกกระชับ จะให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเทคนิค MD Code ของคลินิกบิวตี้สโตน"

— หมอ วี ยองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

เปรียบเทียบก่อนและหลังการฉีด Juvederm Voluma เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับโหนกแก้ม





Juvederm MD Code คืออะไร?

Juvederm MD Code คือ

การแบ่งใบหน้าออกเป็น 75 จุดเชิงกลยุทธ์ โดยระบุด้วยสัญลักษณ์และตัวเลข เหมือนเป็น 'แผนที่' ใบหน้า

  • การเข้าถึงเชิงโครงสร้าง: เน้นที่สาเหตุ (การลดลงของการพยุงโครงสร้าง) ที่ทำให้เกิดริ้วรอย มากกว่าริ้วรอย (ผลลัพธ์) เองโดยตรง

บริเวณโหนกแก้มในระบบ MD Code จะจัดอยู่ในหมวด Ck (Cheeks)

และการเติมฟิลเลอร์ในส่วนนี้มีบทบาทสำคัญในการยกกระชับ





เมื่อโหนกแก้มหย่อนทำไมใบหน้าทั้งหมดถึงตกลง?

หลายคนเข้าใจผิดกันเรื่องนี้

การที่ใบหน้าดูห้อย

ไม่ใช่แค่เรื่องความยืดหยุ่นของผิวเพียงอย่างเดียว

ใต้ผิวหนังมีช่องไขมัน (fat compartment)

เรียงกันเป็นชั้นๆ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ชั้นไขมันเหล่านี้จะลีบลง

หรือเลื่อนลงมาข้างล่าง

ทำให้โหนกแก้มเริ่มแบนและหย่อน

ปัญหาเริ่มต้นจากตรงนี้

ชั้นไขมันโหนกแก้ม

ทำหน้าที่เป็น 'เสาหลัก'

ที่ค้ำจุนแก้มและส่วนกลางใบหน้าทั้งหมดไว้ด้านบน

เมื่อเสาหลักนี้หย่อนลง

เนื้อเยื่อที่แขวนอยู่ด้านบนก็จะ

ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง

ทำให้ร่องแก้มลึกขึ้น

และแก้มห้อยลงมาให้เห็นชัดเจน

ดังนั้นถ้ามองสาเหตุของการห้อย

แค่เป็น "ผิวยืดออก" เท่านั้น

วิธีการรักษาก็จะต่างออกไป

ไม่ใช่การดึงผิว

แต่ต้องเติมโครงสร้างที่หย่อนก่อน

เพื่อให้ค้ำจุนจากด้านบน

อธิบายโครงสร้างการหย่อนของส่วนกลางใบหน้าจากการลีบของชั้นไขมันโหนกแก้ม

แต่มีอย่างหนึ่งที่สำคัญ

การฉีด Voluma ที่โหนกแก้ม

ไม่ได้หมายความว่าจะได้เอฟเฟกต์ยกกระชับเสมอไป

แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน

แต่ขึ้นอยู่กับว่าฉีดที่ชั้นไหน (layer) ตำแหน่งไหน

ปริมาณเท่าไหร่ มุมอย่างไร

อาจทำให้แก้มดูใหญ่ขึ้น

หรือดูยกขึ้นอย่างธรรมชาติก็ได้

ที่จริงแล้ว

ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้ว

"รู้สึกหน้าหนักขึ้น"

มีมาปรึกษาเราบ่อยมาก

นั่นไม่ใช่ปัญหาของผลิตภัณฑ์

แต่ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากกลยุทธ์การฉีด

ความแตกต่างของการยกกระชับตามชั้นการฉีด Juvederm Voluma ที่โหนกแก้ม

👨‍⚕️ สรุปหลักของหมอ วี ยองจิน:


การเติม Voluma ให้โหนกแก้มที่หย่อน ไม่ใช่แค่การคืนวอลลุ่มธรรมดา


ต้องมีการ 'ออกแบบเวกเตอร์' เพื่อสร้างทิศทางการยกกระชับด้วย


จึงจะได้เอฟเฟกต์ยกที่แท้จริง


แม้ผลิตภัณฑ์จะมีความเหนียวดีแค่ไหน


เทคนิคการฉีดต้องนำพลังนั้นไปสู่ทิศทางด้านบน


จึงจะมีความหมาย





เทคนิค MD Code ทำไมถึงเปลี่ยนผลลัพธ์

เทคนิค MD Code ที่คลินิกบิวตี้สโตนนำมาใช้

กับการฉีด Voluma คือ

โปรโตคอลการฉีดที่ได้มาตรฐาน

ที่พัฒนาโดย Allergan จากการศึกษาโครงสร้างใบหน้า

พูดง่ายๆ คือ

การแบ่งใบหน้าออกเป็นโซน

และออกแบบอย่างเป็นระบบว่า

ควรฉีดจุดไหน ลึกแค่ไหน

ทิศทางเวกเตอร์อย่างไร

นี่ค่อนข้างแปลกอยู่

สถานที่ที่ใช้ชื่อ MD Code มีเยอะ

แต่ที่เข้าใจคุณสมบัติของ Voluma จริงๆ

และฉีดให้ลึกแตกต่างกันตามชั้น

มีไม่มากเท่าที่คิด

Voluma มีความเหนียวสูง

ต้องฉีดให้ถูกจุดเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (deep fat layer)

จึงจะได้เอฟเฟกต์การค้ำจุนโครงสร้างที่แท้จริง

ถ้าเข้าผิดชั้นตื้นใต้ผิว

อาจจับเป็นก้อนได้

หรือผิวหน้าดูเป็นคลื่น

เราจึงเมื่อใช้ Voluma

จะดูระดับการหย่อนของโหนกแก้ม

และทิศทางการห้อยของแก้มก่อน

แล้วออกแบบก่อนว่าต้องสร้างเวกเตอร์ยกกระชับ

จากไหน มุมไหน

ถ้าลำดับนี้เปลี่ยน

จะเพิ่มแต่ปริมาณการฉีด ผลลัพธ์กลับไม่เป็นธรรมชาติ

แต่ละเคสต่างกัน

แต่วิธีของเรามักจะเป็นแบบนี้

สร้างการค้ำจุนโครงสร้างที่จุดเหนือเยื่อหุ้มกระดูกโหนกแก้มด้วย Voluma ก่อน

แล้วเติมเสริมในช่องไขมันกลางแก้ม

ด้วยปริมาณน้อยตามความจำเป็น

วิธีนี้จะไม่ทำให้แก้มดูโต

แต่ทำให้ใบหน้าทั้งหมดดูยกขึ้น

อย่างอ่อนโยน

ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์หลายครั้งที่อื่น

แต่ไม่รู้สึกถึงผล

เมื่อใช้วิธีนี้ฉีดประมาณ 2-3 ซีซี

ถึงกับบอกว่า "อ๋อ นี่คือการยกกระชับ"

เป็นครั้งแรกเลย

หมวดหมู่

การฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป

Voluma + เทคนิค MD Code

วัตถุประสงค์

เติมวอลลุ่ม

วอลลุ่ม + ออกแบบเวกเตอร์ยกกระชับ

ชั้นการฉีด

เน้นชั้นตื้นใต้ผิว

เจาะจงชั้น deep fat layer เหนือเยื่อหุ้มกระดูก

ผลลัพธ์

แก้มอาจดูกว้างขึ้นหรือหนักขึ้น

ส่วนกลางใบหน้าดูยกขึ้นอย่างธรรมชาติ

ระยะเวลาคงอยู่

6-12 เดือน

18-24 เดือน (กรณี Voluma)

ข้อควรระวัง

อาจเกิดก้อนที่ผิวหน้าได้

ความแม่นยำของชั้นเป็นสิ่งสำคัญ — ต้องใช้ความชำนาญ





เราแนะนำการยกกระชับโหนกแก้มด้วย Voluma สำหรับผู้ที่มีลักษณะแบบนี้

ไม่เหมาะกับทุกคน

การประเมินประเภทก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้ที่เหมาะกับวิธี Voluma ที่โหนกแก้ม

โดยประมาณจะเป็นเคสแบบนี้

อย่างแรก ผู้ที่เดิมมีโหนกแก้ม

แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจึงแบนลง

การเติมที่โครงสร้างเดิมจะให้

ผลลัพธ์ที่ธรรมชาติที่สุด

อย่างที่สอง ผู้ที่ร่องแก้มลึกขึ้น

แต่การฉีดฟิลเลอร์ตรงร่องแก้ม

จะทำให้แก้มดูหนักเกินไป

การค้ำจุนจากด้านบน

ธรรมชาติกว่าการฉีดตรงร่อง

อย่างที่สาม ผู้ที่กำลังพิจารณายกกระชับด้วยไหมหรืออัลเทอร่า

แต่ปัญหาการสูญเสียวอลลุ่มต้องแก้ไขก่อน

หากสาเหตุของการห้อยเป็นเรื่องการสูญเสียวอลลุ่ม

มากกว่าความยืดหยุ่นของผิว

การใส่ไหมก่อนอาจทำให้ผลการดึงดูแปลกๆ

มีอย่างหนึ่งที่ต้องบอกให้ทราบ

สำหรับผู้ที่แก้มอวบเดิมอยู่แล้ว

การฉีด Voluma ที่โหนกแก้มกลับอาจ

ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น

คนกลุ่มนี้เหมาะกับวิธีอื่น

แต่สำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มหย่อน + ส่วนกลางใบหน้าห้อย

Voluma ยังคงเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบประเภทการสูญเสียวอลลุ่มโหนกแก้มและการใช้ Juvederm Voluma ในแต่ละเคส





คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีดฟิลเลอร์ที่โหนกแก้มจะทำให้หน้าดูใหญ่ไหม?

A. นี่เป็นคำถามที่ได้รับมากที่สุด

การฉีด Voluma ที่โหนกแก้ม 'ด้านหน้า'

ไม่ใช่ด้านข้างอย่างแม่นยำเหนือเยื่อหุ้มกระดูก

จะไม่ทำให้หน้ากว้าง

แต่จะให้เอฟเฟกต์ยกขึ้น

แต่หากตำแหน่งการฉีดเบี่ยงไปข้างนิดเดียว

กระดูกโหนกแก้มอาจดูโปนออกมา

การเลือกตำแหน่งจึงสำคัญมาก

Q2. ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาคงอยู่เป็นอย่างไร?

A. Voluma มีราคาสูงกว่า

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกทั่วไป

แต่ระยะเวลาคงอยู่โดยเฉลี่ย 18-24 เดือน

ยาวกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปมาก

โหนกแก้มข้างหนึ่งมักใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี

รวมทั้งสองข้าง 1-2 ซีซี

ก็เพียงพอแล้วในหลายเคส

ปริมาณน้อยไม่ได้แปลว่าผลน้อย

หากตำแหน่งและชั้นถูกต้อง

ปริมาณน้อยก็ได้ผลเพียงพอ

Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังไหม?

A. Voluma มีความเหนียวสูง

หากเข้าผิดชั้นตื้น

อาจจับเป็นก้อน

หรือผิวหน้าดูไม่เรียบ

อาการบวมและรอยช้ำหลังทำ

จะนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปเล็กน้อย

โดยเฉลี่ย 5-7 วัน ควรวางแผนไว้

เนื่องจากเป็นการทำใกล้กับเส้นเลือด

การเลือกแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคของเส้นเลือดอย่างแม่นยำ

เป็นสิ่งสำคัญ

และสำหรับผู้ที่เหลือฟิลเลอร์อื่นอยู่

การละลายก่อนแล้วจึงดำเนินการ

จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้าง

ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้มาก

แนะนำให้ปรึกษาอย่างเพียงพอก่อนตัดสินใจค่ะ นี่คือคำแนะนำจากหมอ วี ยองจิน

▶ อ่านเพิ่มเติม

โหนกแก้ม

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors