ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึง
ลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 12 สิงหาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยหรือความกระชับลดลง หลายคนมักได้ยินชื่อ Onda กับ Shurink อยู่บ่อย ๆ ทั้งสองเป็นทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนกระชับผิวเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ววิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงนั้นต่างกันพอสมควรค่ะ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างใจเย็นว่า Onda ซึ่งใช้คลื่นไมโครเวฟ กับ Shurink ที่ใช้ HIFU ทำงานกับผิวชั้นไหน และปัญหาแบบไหนเหมาะกับเครื่องใดมากกว่ากัน เพื่อให้เลือกได้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุดนะคะ

Onda กับ Shurink ส่งผ่านความร้อนต่างกันอย่างไร

Onda ใช้คลื่นไมโครเวฟที่เรียกว่า Coolwaves ซึ่งตอบสนองได้ดีทั้งกับน้ำในเนื้อเยื่อและกับไขมัน จึงสร้างความร้อนกระจายไปทั่วบริเวณอย่างนุ่มนวลค่ะ ลักษณะของคลื่นไมโครเวฟคือแผ่กว้างและค่อย ๆ อุ่นเนื้อเยื่อทั้งผืน ทำให้ความร้อนเดินทางไปได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่ได้เจาะจงเป็นจุดเดียว ส่วน Shurink ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสพลังงานสูง หรือที่เรียกกันว่า HIFU ซึ่งรวมพลังงานคลื่นเสียงไปที่จุดโฟกัสจุดเดียวแล้วทำให้จุดนั้นร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรอบ ๆ จุดโฟกัสแทบไม่ได้รับความร้อนเลยนะคะ พูดง่าย ๆ คือ Onda เน้นให้ความร้อนแบบทั้งผืน ส่วน Shurink สร้างความร้อนเป็นจุด ๆ ที่เจาะจงลงไปในความลึกที่ต้องการ ความต่างของหลักการตรงนี้เองที่ทำให้ทั้งสองเครื่องลงลึกไม่เท่ากันและเหมาะกับปัญหาที่ต่างกันค่ะ

ภาพอธิบายไมโครเวฟให้ความร้อนทั้งผืนและ HIFU สร้างความร้อนเป็นจุด

ความร้อนลงลึกแค่ไหน ชั้นผิวที่แต่ละเครื่องเจาะจง

จุดเด่นสำคัญของ Shurink คือสามารถส่งจุดโฟกัสลงไปได้ลึกถึงชั้นที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นชั้นพังผืดใต้ผิวที่ทำหน้าที่เหมือนโครงพยุงใบหน้าค่ะ การเปลี่ยนหัวคาร์ทริดจ์ทำให้เลือกความลึกได้ตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก จึงมักถูกเลือกใช้เมื่ออยากยกกระชับจากฐาน เช่น กรอบหน้าที่เริ่มหย่อนหรือแก้มที่ตกลงมา ส่วน Onda ด้วยธรรมชาติของคลื่นไมโครเวฟจะถนัดการทำงานกับชั้นหนังแท้ไล่ลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวแบบทั้งผืน จึงเหมาะกับการดูแลไขมันเฉพาะส่วน ความหย่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ และความกระชับโดยรวมของผิว มีงานวิจัยที่รายงานว่าการให้ความร้อนด้วยคลื่นความถี่วิทยุหรือไมโครเวฟอาจกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ (งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง) ดังนั้นแทนที่จะมองว่าเครื่องไหนดีกว่ากัน ลองมองว่าเราอยากดูแลผิวชั้นไหนจะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นค่ะ อีกอย่างที่ควรเข้าใจคือ แม้จะเป็น HIFU เหมือนกัน แต่ความลึกที่ปล่อยพลังงานจะเปลี่ยนไปตามหัวที่ใช้ บางครั้งจึงมีการผสมทั้งการลงลึกถึง SMAS และการทำงานที่ชั้นตื้นกว่าเข้าด้วยกัน ขณะที่ Onda จะเน้นความสม่ำเสมอแบบทั้งพื้นที่ ช่วยยกระดับความกระชับของบริเวณที่ทำทั้งหมด ไม่ได้เจาะจงเฉพาะจุดเดียวนะคะ

ภาพแสดง Shurink ลงถึงชั้น SMAS และ Onda ดูแลชั้นหนังแท้กับไขมัน

ปัญหาแบบไหนเหมาะกับเครื่องไหน

เพราะความลึกที่ความร้อนลงถึงต่างกัน ปัญหาที่แต่ละเครื่องถนัดจึงมีแนวโน้มต่างกันค่ะ ข้อมูลด้านล่างเป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ ส่วนความเหมาะสมจริง ๆ ต้องให้แพทย์ประเมินสภาพผิวขณะปรึกษาอีกครั้งนะคะ

  • อยากยกกระชับกรอบหน้าและแก้มที่หย่อนลึกจากฐาน มักเลือก Shurink เพราะลงถึงชั้น SMAS
  • อยากดูแลไขมันเฉพาะส่วนอย่างต้นแขนหรือใต้คาง พร้อมความหย่อนแบบทั้งผืน Onda จะเหมาะกว่า
  • อยากเพิ่มความกระชับโดยรวมและให้ความร้อนกระจายสม่ำเสมอทั้งบริเวณ เป็นจุดที่ Onda ถนัด
  • มีทั้งจุดที่อยากให้ลงลึกและบริเวณที่อยากอุ่นแบบทั้งผืน อาจปรึกษาเรื่องการทำร่วมกันได้
ภาพเลือกทรีตเมนต์ตามปัญหาผิวหย่อนลึกหรือหย่อนทั้งผืน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

ทั้งสองทรีตเมนต์อาจมีรอยแดงเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวูบ หรืออาการบวมเฉพาะจุดหลังทำได้ค่ะ ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ทุเลาลงภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน แต่ความรู้สึกก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน Shurink ที่รวมความร้อนลงลึกเป็นจุดอาจทำให้บางคนรู้สึกเจ็บระหว่างทำมากกว่า และบางครั้งอาจมีความรู้สึกตื้อ ๆ หลงเหลืออยู่ชั่วคราว ส่วน Onda ที่ให้ความร้อนแบบทั้งผืนมักมีความรู้สึกอุ่นค้างอยู่นานกว่า แต่มักถูกอธิบายว่ามีช่วงพักฟื้นสั้นกว่า สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือมีแผ่นโลหะหรืออุปกรณ์ฝังในบริเวณที่จะทำ อาจไม่สามารถรับการรักษาได้ จึงควรแจ้งแพทย์ให้ครบก่อนเสมอนะคะ (เอกสารอ้างอิง) หลังทำผิวจะแห้งและไวต่อแดดมากขึ้น การบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และทากันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมากค่ะ ถ้ามีอาการที่ผิดปกติหรือเป็นนานผิดปกติ ไม่ควรวินิจฉัยเอง แต่ให้กลับไปปรึกษาสถานพยาบาลที่ทำนะคะ

สรุป

Onda กับ Shurink แม้จะเป็นการกระชับผิวเหมือนกัน แต่ต่างกันตั้งแต่วิธีส่งผ่านความร้อนค่ะ Onda ใช้คลื่นไมโครเวฟอุ่นชั้นหนังแท้ไล่ถึงชั้นไขมันแบบทั้งผืน ส่วน Shurink ใช้ HIFU ส่งความร้อนเป็นจุดลงลึกถึงชั้น SMAS อยากยกกระชับจากฐานที่ปัญหาลงลึก หรืออยากดูแลความกระชับโดยรวมและไขมันเฉพาะส่วน จุดประสงค์ที่ต่างกันจะพาไปสู่เครื่องที่ต่างกัน แทนที่จะถามว่าเครื่องไหนดีที่สุด ลองปรึกษาแพทย์เพื่อดูว่าปัญหาของเราอยู่ที่ผิวชั้นไหน แล้วค่อย ๆ เลือกไปด้วยกันจะดีที่สุดนะคะ

ในเรื่องค่าใช้จ่าย ราคาของ Onda และ Shurink จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และแผนการดูแลที่แพทย์ออกแบบให้เป็นรายบุคคล จึงดูราคาล่าสุดได้ที่ หน้าราคา นะคะ* (*ราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้)

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าปัญหาผิวของคุณเหมาะกับ Onda หรือ Shurink มากกว่ากัน Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

บทความล่าสุด

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors