ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของโบท็อกซ์กรามและโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กราม vs โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ต่างกันอย่างไร?

โบท็อกซ์เรียวหน้ามีทั้งแบบที่ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อกราม และแบบที่ออกฤทธิ์ที่ต่อมน้ำลาย บทความนี้พาคุณไปดูวิธีสังเกตว่าใต้คางของคุณใกล้เคียงแบบไหน พร้อมแนวทางการดูแล

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 4 กันยายน 2026
8นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ เวลาส่องกระจกแล้วลูบไปตามแนวกราม บางวันรู้สึกว่าด้านข้างกรามแข็งเป็นก้อน แต่บางวันกลับรู้สึกว่าใต้ติ่งหูดูอวบขึ้น ทั้งสองแบบทำให้รู้สึกเหมือนกันว่า "หน้าดูใหญ่ขึ้น" แต่จริง ๆ แล้วจุดที่มือสัมผัสได้นั้นต่างกันเล็กน้อย

เมื่อลองหาข้อมูลโบท็อกซ์เพื่อให้หน้าเรียว หลายคนมักเจอสองคำที่ใกล้เคียงกันคือ "โบท็อกซ์กราม" และ "โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย" ทั้งชื่อและตำแหน่งที่ฉีดต่างกัน แต่ทั้งคู่กลับถูกแนะนำว่าช่วยให้หน้าเรียวเหมือนกัน จึงสับสนได้ง่าย

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าโบท็อกซ์ทั้งสองแบบออกฤทธิ์ที่จุดใด ใต้คางของคุณใกล้เคียงแบบไหน และขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ

สัญญาณที่ทำให้หน้าดูใหญ่มีมากกว่าหนึ่งแบบ

ความรู้สึกว่าแนวกรามดูหนาขึ้นมีสาเหตุต่างกันไปในแต่ละคน บางคนกัดฟันแน่นแล้วคลำเจอกล้ามเนื้อแข็งด้านข้างกราม บางคนผ่อนแรงแล้วยังรู้สึกว่าใต้ติ่งหูกลมนูน และบางคนมีไขมันหรือผิวหย่อนคล้อยซ้อนทับกันด้วย

กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) : กล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ด้านข้างกราม ใช้ตอนบดเคี้ยว หากกัดฟันโดยไม่รู้ตัวหรือชอบเคี้ยวของแข็ง กล้ามเนื้อมัดนี้อาจพัฒนาขึ้นจนทำให้แนวกรามดูเป็นเหลี่ยม

โบท็อกซ์ (Botox) ถูกใช้กับบริเวณเหล่านี้เหมือนกัน แต่กลไกนั้นเรียบง่าย คือยับยั้งสารสื่อประสาทชั่วคราวให้การทำงานของจุดนั้นลดลง และผลจะค่อย ๆ ปรากฏในไม่กี่วัน ดังนั้น "ฉีดตรงไหน" จึงกำหนดว่าจะช่วยพักกล้ามเนื้อหรือลดการทำงานของต่อมน้ำลาย การแยกให้ออกก่อนว่าใต้คางเป็นสัญญาณแบบใดจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ

ภาพแสดงสัญญาณที่ทำให้หน้าดูใหญ่ในหลายรูปแบบ

โบท็อกซ์กรามกับโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดของทั้งสองหัตถการคือ "ออกฤทธิ์ที่จุดใด" โบท็อกซ์กรามฉีดที่กล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) ส่วนโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายฉีดที่ต่อมที่ผลิตน้ำลาย

ต่อมน้ำลายหน้าหู (Parotid Gland) : ต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ติ่งหู หากทำงานมากหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจทำให้ใต้ติ่งหูดูนูนกลม

เมื่อฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อเคี้ยว กล้ามเนื้อจะถูกใช้งานน้อยลงและปริมาตรค่อย ๆ ลดลง ในทางกลับกัน เมื่อฉีดที่ต่อมน้ำลาย ปริมาตรของต่อมน้ำลายจะลดลงและช่วยให้กรอบหน้าส่วนล่างดูเรียบขึ้น ทั้งคู่จัดการกับใบหน้าส่วนล่าง แต่แบบหนึ่งที่กล้ามเนื้อ อีกแบบที่ต่อมผลิตน้ำลาย

หัตถการบทบาทหลักเหมาะกับปัญหาจุดสังเกตช่วงพักฟื้น
โบท็อกซ์กราม (Masseter)ค่อย ๆ ลดปริมาตรกล้ามเนื้อเคี้ยวกัดฟันแล้วด้านข้างกรามแข็งผลค่อย ๆ ปรากฏในไม่กี่สัปดาห์
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย (Parotid)ลดการทำงานของต่อมน้ำลายให้นูนน้อยลงผ่อนแรงแล้วใต้ติ่งหูยังกลมนูนอาจรู้สึกปากแห้งชั่วคราว

จากตารางจะเห็นว่าสัญญาณที่เหมาะกับแต่ละแบบต่างกัน แม้เป้าหมายเดียวกันคือ "อยากให้หน้าเรียว" แต่จุดเริ่มต้นของการรักษาก็ต่างกันไป

ภาพแสดงความต่างระหว่างโบท็อกซ์กรามที่กล้ามเนื้อเคี้ยวกับโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย

ใต้คางของฉันใกล้เคียงแบบไหน?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แม้เป็นความกังวลเดียวกันว่า "หน้าดูใหญ่" แต่หัตถการที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลาย มีวิธีสังเกตง่าย ๆ ที่พอประเมินเบื้องต้นได้เองที่บ้าน

  • หากกัดฟันแน่นแล้วคลำเจอด้านข้างกรามแข็งเป็นก้อน กล้ามเนื้อเคี้ยวอาจพัฒนามาก
  • หากผ่อนแรงแล้วยังคลำเจอใต้ติ่งหูกลมนูน อาจเป็นเรื่องของต่อมน้ำลาย
  • หากรู้สึกได้ทั้งสองแบบ อาจเป็นกรณีที่กล้ามเนื้อและต่อมน้ำลายทำงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การสังเกตด้วยตัวเองเป็นเพียงการจับทิศทางคร่าว ๆ ในความเป็นจริงตำแหน่งที่คลำได้มักสับสนกันง่าย หากเข้าใจว่าเป็นกล้ามเนื้อแล้วฉีดเฉพาะกล้ามเนื้อเคี้ยว ผลลัพธ์อาจน้อยกว่าที่คาดไว้ และหากทั้งสองซ้อนทับกันบางครั้งก็ทำร่วมกันได้ หากประเมินเองได้ยาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนนะคะ

ภาพแสดงวิธีสังเกตว่าใต้คางเป็นแบบกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลาย

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

โบท็อกซ์กรามและต่อมน้ำลายถือว่ามีระยะพักฟื้นค่อนข้างน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงเลย หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม หรือจ้ำเลือดเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ หากอาการเป็นนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สำหรับโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย หากใช้ปริมาณมากเกินไปอาจรู้สึกปากแห้งชั่วคราว ส่วนโบท็อกซ์กราม บางกรณีอาจรู้สึกว่าแรงบดเคี้ยวอ่อนลงชั่วคราว แต่มักค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ยังมีบางกรณีที่โบท็อกซ์อาจไม่เหมาะ หรือควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือกำลังใช้ยาที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีเหล่านี้ การเลื่อนการรักษาหรือปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางอื่นจะปลอดภัยกว่า ไม่ควรตัดสินใจรักษาด้วยตัวเอง และควรแจ้งสภาพร่างกายของตนเองให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับหัตถการเสมอ

ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร?

เนื่องจากโบท็อกซ์กรามและต่อมน้ำลายฉีดในบริเวณที่ใกล้กัน การประเมินตำแหน่งและปริมาณให้แม่นยำจึงสำคัญ โดยทั่วไปมักดำเนินตามลำดับดังนี้

ขั้นตอนทำอะไรบ้าง
ตรวจและคลำประเมินกัดฟันเพื่อดูกล้ามเนื้อ และคลำต่อมน้ำลายขณะผ่อนแรงเพื่อแยกสาเหตุ
ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ดูตำแหน่ง ความลึกของต่อมน้ำลาย เส้นเลือดและเส้นประสาทเพื่อหาจุดที่ปลอดภัย
ออกแบบตำแหน่งและปริมาณกำหนดจุดฉีดและปริมาณแยกตามกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลาย
ลงมือฉีดใช้เข็มขนาดเล็กฉีดในความลึกที่กำหนดแบบแบ่งจุด
ติดตามผลดูการเปลี่ยนแปลงในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์และปรึกษาครั้งต่อไป

โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำลายที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่ใกล้ จึงแนะนำ การตรวจตำแหน่งและความลึกของต่อมน้ำลายด้วยอัลตราซาวด์ก่อนฉีดในระดับที่ปลอดภัย หากใช้ปริมาณมากเกินไปหรือฉีดผิดตำแหน่ง ผลอาจน้อยหรือสองข้างไม่เท่ากันได้ จึงควรค่อย ๆ ปรับตามการตอบสนอง

โดยทั่วไปผลมักคงอยู่ราวสองสามเดือนถึงครึ่งปีก่อนกลับสู่สภาพเดิม หากต้องการรักษารูปทรงก็ฉีดซ้ำเป็นระยะได้ ส่วนจำนวนครั้งและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณและการออกแบบการรักษา ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก แนะนำให้สอบถามเพิ่มเติมก่อนนะคะ

สรุป

โบท็อกซ์กรามและต่อมน้ำลายแม้เป็นหัตถการเพื่อให้หน้าเรียวเหมือนกัน แต่ออกฤทธิ์คนละจุด แบบหนึ่งทำงานที่กล้ามเนื้อเคี้ยว อีกแบบที่ต่อมน้ำลาย จุดเริ่มต้นจึงอยู่ที่การแยกให้ออกว่าความนูนใต้คางมาจากกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลาย

ทั้งนี้การสังเกตด้วยตัวเองเป็นเพียงแนวทางคร่าว ๆ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เนื่องจากตำแหน่งคลำได้ยากและบางครั้งสองสาเหตุซ้อนทับกัน จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เราจะไม่รีบแนะนำให้ทำหัตถการทันที แต่จะตรวจให้แน่ใจก่อนว่าความนูนมาจากกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลาย แล้วจึงออกแบบเฉพาะบริเวณที่จำเป็น หากคุณกำลังกังวลเรื่องหน้าที่ดูใหญ่ขึ้น แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ใต้คางนูน ถ้าอยากให้หน้าเรียวต้องฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายเท่านั้นไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องในทุกกรณี ขึ้นอยู่กับสาเหตุของความนูน หากกัดฟันแล้วด้านข้างกรามแข็ง โบท็อกซ์กรามจะเหมาะกว่า หากผ่อนแรงแล้วใต้ติ่งหูยังกลมนูนจึงพิจารณาโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย และหากมีทั้งสองแบบก็อาจทำร่วมกันได้ จุดเริ่มต้นคือการแยกให้ออกว่าเป็นกล้ามเนื้อหรือต่อมน้ำลายก่อนค่ะ

Q2. โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงปากแห้งไหม?

โดยทั่วไปผลมักคงอยู่ราวสองสามเดือนแล้วค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายช่วยลดการทำงานของต่อมน้ำลาย หากใช้ปริมาณมากเกินไปอาจรู้สึกปากแห้งชั่วคราวได้ และหากฉีดผิดตำแหน่งผลลัพธ์อาจน้อยหรือสองข้างไม่เท่ากัน ดังนั้นการตรวจตำแหน่งและความลึกแล้วแบ่งฉีดในปริมาณที่เหมาะสมจึงสำคัญ

Q3. กังวลเรื่องกรามใหญ่ ควรฉีดโบท็อกซ์กรามหรือต่อมน้ำลายก่อนดี?

หัตถการที่ควรทำก่อนขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้กรามดูใหญ่ค่ะ หากกล้ามเนื้อด้านข้างกรามเด่นชัดจนดูเป็นเหลี่ยม แนะนำให้พิจารณาโบท็อกซ์กรามก่อน หากต่อมน้ำลายใต้ติ่งหูนูนจนกรอบหน้าไม่ชัด จึงพิจารณาโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย และหากปนกันทั้งสองแบบ แพทย์อาจแบ่งสัดส่วนแล้วทำร่วมกัน ลองกัดฟันและผ่อนแรงหน้ากระจกก็พอจะจับทิศทางเบื้องต้นได้

Q4. ฉีดโบท็อกซ์ครั้งเดียวแล้วต้องฉีดต่อไปเรื่อย ๆ ไหม?

ไม่จำเป็นต้องฉีดต่อเนื่องแบบบังคับค่ะ ผลของโบท็อกซ์จะค่อย ๆ คลายลงเมื่อเวลาผ่านไป หากอยากคงรูปทรงไว้ก็สามารถฉีดซ้ำเป็นระยะได้ แต่ถ้าไม่ฉีดต่อ ใบหน้าก็จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม บางคนพบว่าเมื่อทำซ้ำหลายครั้ง ระยะห่างระหว่างครั้งจะยาวขึ้น จึงแนะนำให้ดูการเปลี่ยนแปลงแล้วค่อยตัดสินใจ แทนที่จะวางแผนว่าต้องทำไปตลอดชีวิตตั้งแต่แรก

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

ภาพแสดงชั้น Skin Barrier ของผิวหนังบริเวณจมูก และกระบวนการซ่อมแซมหลังหัตถการผิวหนัง

หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย รอนานแค่ไหน?

หลังรักษารูขุมขนจมูก หลายคนสงสัยว่าจะล้างหน้า แต่งหน้า หรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ บทความนี้พาดูกระบวนการฟื้นตัวของ Skin Barrier และวิธีอ่านสัญญาณจากผิวตัวเองค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร และทำงานต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปยังไง?ผิวหนัง

Juvelook Volume กี่ไวอัลถึงพอ? วิธีอ่านแผนรักษาก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจทำ Juvelook Volume หลายคนได้รับใบเสนอราคาแล้วไม่รู้ว่าตัวเลขไวอัลและพื้นที่นั้นสมเหตุสมผลหรือเปล่า บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านแผนการรักษาออก ตั้งคำถามที่ตรงจุด และประเมินได้ด้วยตัวเองก่อนพูดว่าตกลงค่ะ

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอดพร้อมเมื่อไหร่ คู่มือวางแผนทีละขั้นผิวหนัง

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอด พร้อมเมื่อไหร่? คู่มือวางแผนทีละขั้น

หลายคนที่เพิ่งหยุดให้นมสงสัยว่าตัวเองพร้อมทำเลเซอร์กำจัดขนได้แล้วหรือยัง บทความนี้รวมแนวทางดูสัญญาณความพร้อมของร่างกาย วิธีเลือกช่วงเวลา และขั้นตอนเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

ลบอายไลเนอร์สักต้องกี่ครั้ง คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์ผิวหนัง

ลบอายไลเนอร์สัก ต้องกี่ครั้ง? คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์

หลายคนที่ต้องการลบอายไลเนอร์สักมักตั้งคำถามว่าต้องทำกี่ครั้งและงบประมาณรวมควรเตรียมเท่าไหร่ บทความนี้รวบรวมปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งและค่าใช้จ่าย พร้อมแนะนำวิธีเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors