ภาพปกอธิบายช่วงเวลาที่โบท็อกซ์กรามเห็นผลและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กราม เห็นผลกี่วัน อยู่ได้นานแค่ไหน เจาะลึกครบ

โบท็อกซ์กรามไม่ได้ทำให้หน้าเรียวทันทีในวันที่ฉีด แต่ค่อย ๆ ลดแรงของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวจนเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ บทความนี้จะพาไปเข้าใจช่วงเวลาที่เห็นผลและระยะที่ผลอยู่ได้อย่างละเอียดค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

เคยไหมคะ ฉีดโบท็อกซ์กรามไปแล้ววันรุ่งขึ้นส่องกระจก แต่เส้นกรอบหน้ายังดูเหมือนเดิม จนเริ่มกังวลว่า "หรือมันจะไม่ได้ผล" หลายคนที่คาดหวังว่าฉีดเข็มเดียวแล้วหน้าจะเรียวเลยในวันนั้น มักจะรู้สึกใจไม่ค่อยดีเมื่อยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง

ต้องบอกก่อนว่าโบท็อกซ์กราม (Botox for Jaw) ไม่ได้ทำงานด้วยการเหลากระดูกให้เล็กลงในทันที แต่ค่อย ๆ ลดแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยว ทำให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผลลัพธ์จึงมักเริ่มเห็นในช่วง 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ต่อเนื่องได้หลายเดือน การรู้จังหวะเวลานี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ใจร้อนหลังฉีด

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมโบท็อกซ์กรามถึงไม่เรียวทันที ช่วงเวลาที่เห็นผลชัด ระยะที่ผลอยู่ได้ ไปจนถึงวิธีดูแลให้ผลอยู่ได้นานอย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกซ์กรามคืออะไร ทำไมถึงไม่เรียวทันที

โบท็อกซ์กราม คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่เรียกว่ากล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (Masseter) ซึ่งอยู่บริเวณมุมกรามทั้งสองข้าง เมื่อสารนี้ไปลดสัญญาณการหดตัวที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่เคยถูกใช้งานบ่อยก็จะขยับน้อยลง และค่อย ๆ ลดขนาดลงเมื่อเวลาผ่านไป พูดง่าย ๆ คือการฉีดไม่ได้ไปเหลากระดูกกราม แต่ค่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อที่หนาขึ้นมีขนาดเล็กลงนั่นเอง

ด้วยกลไกแบบนี้ ความเปลี่ยนแปลงจึงต้องใช้เวลา โดยทั่วไปสารจะเริ่มออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อภายในไม่กี่วัน แต่การที่กล้ามเนื้อจะเล็กลงจนเห็นเป็นรูปหน้าที่เรียวขึ้นต้องอาศัยเวลาสะสมหลายสัปดาห์ การที่วันรุ่งขึ้นหลังฉีดยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยน จึงถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าการรักษาล้มเหลว

ภาพแสดงการฉีดโบทูลินัม ท็อกซินเข้าสู่กล้ามเนื้อบดเคี้ยว

โบท็อกซ์กราม เห็นผลกี่วัน เข้าใจไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลง

การที่กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์เล็กลงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้งานที่น้อยลง จึงจะชัดเจนขึ้นตามช่วงเวลา สรุปไทม์ไลน์ที่พบได้บ่อยเป็นดังนี้

ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงหลักความรู้สึก
หลังฉีดทันทีแทบไม่เปลี่ยนดูเหมือนเดิม
สัปดาห์ที่ 1แรงบดเคี้ยวลดลงเคี้ยวของแข็งลำบากขึ้นเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 2-4กล้ามเนื้อเริ่มลดขนาดกรอบหน้าค่อย ๆ เรียวขึ้น
สัปดาห์ที่ 6-8ผลชัดเจนที่สุดในรอบนี้หน้าเรียวเห็นได้ชัด
4-6 เดือนฤทธิ์ค่อย ๆ ลดลงกล้ามเนื้อค่อย ๆ กลับมา

ด้วยเหตุนี้ การประเมินผลโบท็อกซ์กรามจึงควรดูที่ช่วง "6 สัปดาห์ถึง 2 เดือนหลังฉีด" ไม่ใช่ทันทีหลังฉีด ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความหนาของกล้ามเนื้อและการดูแลตัวเอง หากถ่ายรูปเปรียบเทียบก่อนฉีดกับ 2 เดือนหลังฉีด จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้น

ภาพแสดงไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าใน 2-4 สัปดาห์หลังฉีด

ผลอยู่ได้นานแค่ไหน และเมื่อไรควรฉีดซ้ำ

โดยทั่วไประยะเวลาที่ผลอยู่ได้มักอยู่ที่ประมาณ 4-6 เดือน เมื่อฤทธิ์ของสารค่อย ๆ หมดลง กล้ามเนื้อบดเคี้ยวจะกลับมาทำงานและมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ผลจึงไม่ได้อยู่คงเดิมจากการฉีดเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม หากฉีดต่อเนื่องเป็นรอบ กล้ามเนื้อจะถูกใช้งานน้อยลงเป็นระยะเวลานานขึ้น ทำให้ผลมีแนวโน้มคงตัวได้ดีขึ้นในหลายกรณี

สำหรับการฉีดซ้ำ มักพิจารณาที่ช่วง 4-6 เดือนซึ่งเป็นตอนที่ฤทธิ์เริ่มลดลง แต่ความเร็วในการกลับมาของกล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จึงแนะนำให้ดูจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเองและปรึกษาคุณหมอผู้ทำการรักษาเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมค่ะ

วิธีดูแลให้ผลอยู่ได้นานอย่างเป็นธรรมชาติ

การจะรักษาผลของโบท็อกซ์กรามให้อยู่ได้นานอย่างเป็นธรรมชาติ พฤติกรรมที่ไม่ไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบดเคี้ยวโตขึ้นอีกจะช่วยได้มาก ลองใส่ใจแนวทางเหล่านี้

  • ลดอาหารที่เคี้ยวนานหรือเหนียว เช่น หมากฝรั่งหรือของเหนียว หากเคี้ยวบ่อยกล้ามเนื้ออาจกลับมาพัฒนาได้ง่าย
  • สังเกตพฤติกรรมกัดฟัน การกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัวมักไปกระตุ้นกล้ามเนื้อบดเคี้ยว หากรู้ตัวควรผ่อนแรงลง
  • รักษาช่วงเวลาการฉีดซ้ำ โดยดูจากช่วง 4-6 เดือนที่ฤทธิ์เริ่มลดลง และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
  • ตรวจสอบความสมดุลซ้าย-ขวา หากมีนิสัยเคี้ยวข้างเดียว อาจทำให้เกิดความไม่เท่ากันของทั้งสองข้างหลังฉีด

ทั้งนี้ความเร็วในการกลับมาของกล้ามเนื้อแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการปรึกษาแพทย์จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังได้มากขึ้น

ภาพแสดงพฤติกรรมการดูแลตัวเองเพื่อไม่กระตุ้นกล้ามเนื้อบดเคี้ยว

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

โบท็อกซ์กรามถือเป็นหัตถการที่มีการรบกวนร่างกายค่อนข้างน้อย แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรทราบไว้ หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด รวมถึงความรู้สึกตึงตื้อ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการเป็นนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ในช่วงแรกหลังฉีดแรงบดเคี้ยวจะลดลง จึงอาจรู้สึกว่าเคี้ยวของแข็งลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสม การบดเคี้ยวในชีวิตประจำวันมักไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยกล้ามเนื้อจะลดเฉพาะขนาดลงในขณะที่ยังใช้งานได้ ในบางกรณีอาจรู้สึกถึงความไม่เท่ากันของสองข้างหรือความตึงบริเวณมุมกราม จึงควรรับการประเมินและคำอธิบายเรื่องผลลัพธ์และความเสี่ยงจากแพทย์ก่อนตัดสินใจ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ อาจไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้ ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ

ทำไมต้อง BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล

BeautyStone Clinic ตั้งอยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลี สำหรับหัตถการที่เห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างโบท็อกซ์กราม เราจะอธิบายให้เข้าใจก่อนทำว่า "ช่วงไหนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบใด" เพราะหากคาดหวังว่าจะเรียวทันทีก็มักจะกังวลในสัปดาห์แรก แต่หากเข้าใจไทม์ไลน์ไว้ก็จะผ่านช่วงนั้นไปได้อย่างสบายใจ ด้วยความเป็นคลินิกขนาดเล็กที่อยู่ใกล้สถานีฮับจอง เราจึงสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 เดือนหลังฉีดไปด้วยกัน แล้วค่อยกำหนดช่วงเวลาและปริมาณครั้งถัดไป ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ

สรุป

โบท็อกซ์กรามเป็นหัตถการที่ลดแรงของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเพื่อปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผลมักเริ่มเห็นในช่วง 2-4 สัปดาห์ ชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 6-8 และอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน การที่วันรุ่งขึ้นหลังฉีดยังไม่เปลี่ยนจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องกรอบหน้าหลังฉีดโบท็อกซ์กราม ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. โบท็อกซ์กรามฉีดแล้วกี่วันเห็นผล?

โดยทั่วไปเริ่มเห็นกรอบหน้าเรียวขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ และชัดเจนที่สุดในสัปดาห์ที่ 6-8 หลังฉีดค่ะ การที่วันรุ่งขึ้นยังไม่เปลี่ยนถือเป็นเรื่องปกติ แนะนำให้รอดูผลประมาณ 2 เดือน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Q2. ผลของโบท็อกซ์กรามอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยเฉลี่ยผลมักอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนค่ะ เมื่อฤทธิ์หมดลงกล้ามเนื้อบดเคี้ยวจะกลับมาทำงานและมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกครั้ง จึงไม่ได้อยู่คงเดิมถาวร หากฉีดต่อเนื่องเป็นรอบ ผลมีแนวโน้มคงตัวได้ดีขึ้น

Q3. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วเคี้ยวอาหารลำบากไหม?

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจรู้สึกว่าเคี้ยวของแข็งลำบากขึ้นเล็กน้อย แต่การกินอาหารในชีวิตประจำวันมักไม่ได้รับผลกระทบมากค่ะ หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสม กล้ามเนื้อจะลดเฉพาะขนาดในขณะที่ยังใช้งานเคี้ยวได้

Q4. ควรฉีดโบท็อกซ์กรามซ้ำเมื่อไร?

มักพิจารณาที่ช่วง 4-6 เดือนซึ่งเป็นตอนที่ฤทธิ์เริ่มลดลงค่ะ หากฉีดถี่เกินไปอาจเป็นภาระ แต่หากช้าเกินไปกล้ามเนื้ออาจกลับมาแล้ว จึงควรดูจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเองและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ภาพปกอธิบายลำดับการทำ Juvelook Volume คู่กับ Rejuranรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume คู่กับ Rejuran ทำอะไรก่อนดี? จัดลำดับให้เข้าใจง่าย

Juvelook Volume ช่วยเติมโครงหน้าที่ยุบ ส่วน Rejuran ดูแลผิวจากข้างใน บทความนี้จะพาไปดูว่าถ้าทำทั้งคู่ ควรเริ่มจากอะไรก่อน เว้นระยะยังไง และแบ่งจุดแบบไหน

ภาพปกอธิบายว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหม?

หลายคนกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วถ้าลดน้ำหนัก วอลลุ่มที่เติมไว้จะยุบตามไปด้วยไหม บทความนี้จะพาไปดูความจริงและวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่สวยค่ะ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors