โบท็อกซ์กราม สัปดาห์ที่ 6-8 คือจุดตัดสินผล ไม่ใช่วันรุ่งขึ้น
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กราม สัปดาห์ที่ 6-8 คือจุดตัดสินผล ไม่ใช่วันรุ่งขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้ววันรุ่งขึ้นยังเหมือนเดิม เป็นลำดับปกติของหัตถการนี้ค่ะ บทความนี้ไล่ให้ดูว่าแต่ละสัปดาห์ควรเกิดอะไร และจุดไหนคือช่วงที่ควรใช้สรุปผลของรอบนี้

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 6 กันยายน 2026
8นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

  · โบท็อกซ์กรามลดขนาดกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ไม่ได้ไปเหลากระดูกกราม
  · วันรุ่งขึ้นที่ยังเหมือนเดิมคือลำดับปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าไม่ได้ผล
  · โบท็อกซ์ที่ลดขนาดกล้ามเนื้ออย่างกรามใช้สัปดาห์ที่ 6-8 เป็นจุดตัดสิน ต่างจากโบท็อกซ์ริ้วรอยที่ดูผลกันราว 3-4 สัปดาห์
  · ผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และผู้มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ

ฉีดโบท็อกซ์กรามเสร็จ ตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วกรอบหน้ายังเหมือนเดิมทุกอย่าง หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นเคสที่ยาไม่เข้า ทั้งที่ความจริงคือยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ควรใช้ตัดสินค่ะ

ขอปูพื้นสั้น ๆ ก่อนหนึ่งย่อหน้า การฉีดทำงานกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ไม่ได้ไปเปลี่ยนรูปกระดูกกราม กรอบหน้าของแต่ละคนจึงมีสัดส่วนของกล้ามเนื้อกับโครงสร้างไม่เท่ากัน และสัดส่วนนี้เป็นสิ่งที่แพทย์ประเมินให้ในห้องตรวจ ไม่ใช่สิ่งที่สรุปเองหน้ากระจกค่ะ

บทความนี้ Beautystone Clinic จะไล่ให้ดูว่าแต่ละสัปดาห์ควรเกิดอะไรขึ้น ช่วงไหนคือจุดที่ใช้สรุปผลของรอบนี้ อาการแบบไหนอยู่ในกรอบปกติ และใครบ้างที่ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนตัดสินใจค่ะ

ทำไมวันรุ่งขึ้นถึงยังไม่เรียว กลไกคือการลดขนาดกล้ามเนื้อ

ตอบตรง ๆ ก่อนค่ะ หัตถการนี้ไม่ได้ให้ผลแบบเห็นทันที เพราะสิ่งที่เปลี่ยนคือ ขนาดของกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับสัปดาห์ ไม่ใช่ระดับข้ามคืน

ทำไมวันรุ่งขึ้นถึงยังไม่เรียว กลไกคือการลดขนาดกล้ามเนื้อ

หลักการคือการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปที่กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (Masseter) ซึ่งอยู่บริเวณมุมกรามทั้งสองข้าง เมื่อสัญญาณการหดตัวที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อที่เคยถูกใช้งานหนักก็ขยับน้อยลง และค่อย ๆ ลดขนาดลงตามเวลา

พูดง่าย ๆ คือการฉีดไม่ได้เข้าไปเหลากระดูกกราม แต่ทำให้กล้ามเนื้อที่หนาขึ้นมีขนาดเล็กลง นี่คือเหตุผลที่คนสองคนฉีดในปริมาณใกล้เคียงกันแล้วรู้สึกไม่เท่ากัน เพราะสัดส่วนของกล้ามเนื้อกับกระดูกในกรอบหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

สัดส่วนนี้ประเมินกันในห้องตรวจค่ะ แพทย์จะดูจากรูปหน้า การทำงานของกล้ามเนื้อขณะบดเคี้ยว และประวัติการฉีดที่ผ่านมา แล้วอธิบายให้ฟังว่ารอบนี้ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงประมาณไหน จึงไม่แนะนำให้สรุปเองจากการคลำหน้ากระจก เพราะความรู้สึกตอนเกร็งกล้ามเนื้อมักคลาดเคลื่อนได้ง่าย

สัปดาห์แรกที่ยังไม่เปลี่ยน คือขั้นตอนปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลว

หลายคนตกใจตั้งแต่วันรุ่งขึ้น เพราะส่องกระจกแล้วเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่นี่คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นค่ะ กล้ามเนื้อจะเล็กลงจากการถูกใช้งานน้อยลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ผลที่มาทันทีในคืนเดียว

สัปดาห์แรกที่ยังไม่เปลี่ยน คือขั้นตอนปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลว
ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงหลักความรู้สึก
หลังฉีดทันทีแทบไม่เปลี่ยนดูเหมือนเดิม
สัปดาห์ที่ 1แรงบดเคี้ยวลดลงเคี้ยวของแข็งลำบากขึ้นเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 2-4กล้ามเนื้อเริ่มลดขนาดกรอบหน้าค่อย ๆ เรียวขึ้น
สัปดาห์ที่ 6-8ผลชัดเจนที่สุดในรอบนี้หน้าเรียวเห็นได้ชัด
4-6 เดือนฤทธิ์ค่อย ๆ ลดลงกล้ามเนื้อค่อย ๆ กลับมา

ด้วยเหตุนี้ ช่วงที่ใช้ สรุปผลของรอบนี้ คือสัปดาห์ที่ 6-8 ค่ะ เพราะจุดที่ควรตัดสินผลต่างกันตามจุดประสงค์ของการฉีด โบท็อกซ์ริ้วรอยที่กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าดูผลกันราวสัปดาห์ที่ 3-4 แต่การฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้ออย่างกรามต้องรอนานกว่า เพราะกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาค่อย ๆ เล็กลง สัปดาห์ที่ 3-4 ของกรามจึงเป็นเพียงจุดสังเกตแนวโน้มระหว่างทาง ยังไม่ใช่ข้อสรุป วิธีที่เห็นชัดที่สุดคือเทียบรูปก่อนฉีดกับรูปตอนสองเดือน แทนที่จะส่องกระจกทุกวันแล้วจับความต่างวันต่อวันไม่ได้

สิ่งที่ไม่แนะนำในช่วงนี้คือความรีบร้อนค่ะ การไปฉีดซ้ำที่อื่นในสัปดาห์แรกเพราะคิดว่าโดสไม่พอ อาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อโดยที่รอบแรกยังไม่ทันแสดงผลด้วยซ้ำ

อาการแบบไหนปกติ และแบบไหนควรกลับมาให้แพทย์ดู

โบท็อกซ์กรามถือเป็นหัตถการที่รบกวนร่างกายค่อนข้างน้อย แต่การรู้ล่วงหน้าว่าอะไรอยู่ในกรอบปกติจะช่วยให้ผ่านช่วงแรกได้สบายใจขึ้นค่ะ

อาการแบบไหนปกติ และแบบไหนควรกลับมาให้แพทย์ดู
สิ่งที่เจออ่านว่าอย่างไรทำอะไรต่อ
แดงหรือบวมเล็กน้อยตรงจุดฉีดปฏิกิริยาปกติหลังฉีดมักหายเองในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์
รู้สึกตึงตื้อบริเวณกรามกล้ามเนื้อกำลังปรับตัวดูอาการต่อได้ ไม่ต้องกดนวดแรง
เคี้ยวของแข็งลำบากขึ้นเล็กน้อยแรงบดเคี้ยวลดลงในช่วงแรกเลี่ยงของแข็งชั่วคราว ปกติกลับมาใช้งานได้
อาการผิดปกติ หรือเป็นนานผิดปกติเกินกรอบที่ควรเป็นควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ถ้าฉีดในปริมาณที่เหมาะสม การบดเคี้ยวในชีวิตประจำวันมักไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะกล้ามเนื้อลดเฉพาะขนาดลงในขณะที่ยังใช้งานได้อยู่ ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

มีอีกกลุ่มที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอค่ะ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ อาจไม่เหมาะกับการทำหัตถการนี้ ควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และหากมีอาการผิดปกติหลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีโดยไม่รอดูเอง

ส่วนเรื่องความไม่เท่ากันซ้าย-ขวา ถ้ายังอยู่ในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินอยู่ ให้รอดูต่อก่อนได้ แต่ถ้าเวลาผ่านไปแล้วยังต่างกันชัดเจน ควรกลับมาให้แพทย์ที่ทำหัตถการประเมินอีกครั้ง

รอบถัดไปควรเว้นเท่าไหร่ และระหว่างรอบทำอะไรได้บ้าง

โดยทั่วไปผลมักอยู่ได้ราว 4-6 เดือนค่ะ เมื่อฤทธิ์ค่อย ๆ หมดลง กล้ามเนื้อบดเคี้ยวจะกลับมาทำงานและมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ผลจึงไม่ได้คงเดิมจากการฉีดเพียงครั้งเดียว

หลักการเรื่องรอบก็เหมือนกับการดูแลอย่างอื่นค่ะ เมื่อฉีดต่อเนื่องเป็นรอบ กล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลงเป็นระยะเวลานานขึ้น ผลจึงมีแนวโน้มคงตัวได้ดีขึ้นในหลายกรณี รอบถัดไปมักพิจารณาที่ช่วง 4-6 เดือนซึ่งเป็นตอนที่ฤทธิ์เริ่มลดลง แต่ความเร็วในการกลับมาของกล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล จึงควรดูจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเองร่วมกับแพทย์ผู้ทำหัตถการ

  • ลดอาหารที่ต้องเคี้ยวนานหรือเหนียว เช่น หมากฝรั่ง เพราะการเคี้ยวบ่อยทำให้กล้ามเนื้อกลับมาพัฒนาได้ง่าย
  • สังเกตพฤติกรรมกัดฟันแน่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นกล้ามเนื้อบดเคี้ยวโดยตรง
  • ตรวจสอบว่าตัวเองเคี้ยวข้างเดียวหรือไม่ เพราะทำให้เกิดความไม่สมดุลซ้าย-ขวาได้
  • รักษาช่วงเวลาการฉีดซ้ำ โดยดูจากช่วงที่ฤทธิ์เริ่มลดลงและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

จะเห็นว่าเรื่องที่ทำได้ระหว่างรอบไม่ได้อยู่ที่การเร่งผล แต่อยู่ที่การไม่ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อให้โตกลับเร็วกว่าที่ควร (ถ้าคุณมีอาการกัดฟันตอนนอนร่วมด้วย ค่อยคุยกันเรื่องแนวทางดูแลระยะยาวเพิ่มเติมได้ค่ะ)

สองเดือนแรกคือช่วงที่ควรดูไปด้วยกัน ไม่ใช่ดูคนเดียว

สำหรับหัตถการที่ผลมาแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างโบท็อกซ์กราม สิ่งที่ Beautystone Clinic (ย่านฮับจอง กรุงโซล) ให้ความสำคัญคือการอธิบายลำดับเวลาให้ชัดตั้งแต่ก่อนทำ ว่าสัปดาห์ไหนควรเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบใด

เพราะถ้าคาดหวังว่าจะเรียวทันที สัปดาห์แรกจะกลายเป็นช่วงที่กังวลที่สุด แต่ถ้ารู้ลำดับไว้ก่อน ช่วงนั้นก็ผ่านไปได้อย่างสบายใจ ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน (แพทย์อาวุโส) จึงมักนัดดูการเปลี่ยนแปลงในสองเดือนแรกไปด้วยกัน แล้วค่อยกำหนดช่วงเวลาและปริมาณของรอบถัดไปจากสิ่งที่เห็นจริง

  • กรอบหน้าของคุณมาจากกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างเป็นหลัก
  • รอบก่อนฉีดเมื่อไหร่ ปริมาณเท่าไหร่ และผลอยู่ได้นานแค่ไหน
  • มีพฤติกรรมกัดฟันหรือเคี้ยวข้างเดียวร่วมด้วยหรือไม่

สรุปคือ โบท็อกซ์กรามลดแรงของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเพื่อปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การที่วันรุ่งขึ้นยังไม่เปลี่ยนจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ส่วนค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก สอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่ากรอบหน้าของคุณมีสัดส่วนกล้ามเนื้อมากพอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไหม ทักมาเล่าอาการกับทีมแพทย์ทาง LINE ได้ค่ะ สอบถามก่อนตัดสินใจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

กรามที่มาจากโครงกระดูก ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะเรียวไหมคะ

การฉีดทำงานกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ไม่ได้เปลี่ยนรูปกระดูก ถ้ากรอบหน้ามาจากโครงสร้างเป็นหลัก จึงคาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันได้ยากค่ะ ส่วนใหญ่แล้วกรอบหน้าเกิดจากทั้งสองอย่างผสมกันในสัดส่วนต่างกัน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ

นวดหรือประคบร้อนช่วยให้เรียวเร็วขึ้นไหมคะ

เร่งได้ยากค่ะ เพราะกล้ามเนื้อเล็กลงจากการถูกใช้งานน้อยลง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา การกดนวดแรง ๆ ในช่วงแรกจึงไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้น แนะนำให้ใช้ช่วงสัปดาห์ที่ 6-8 เป็นจุดประเมินแทน

ข้างหนึ่งดูเรียวน้อยกว่าอีกข้าง แปลว่าล้มเหลวหรือเปล่าคะ

ถ้ามีนิสัยเคี้ยวข้างเดียว ความไม่เท่ากันซ้าย-ขวาเป็นสิ่งที่รู้สึกได้ และถ้ายังอยู่ในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงดำเนินอยู่ก็ควรรอดูต่อ แต่ถ้าเวลาผ่านไปแล้วยังต่างกันชัดเจน ควรกลับมาให้แพทย์ที่ทำหัตถการประเมินค่ะ

ควรถ่ายรูปเทียบตอนไหนถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดคะ

เทียบรูปก่อนฉีดกับรูปตอนสองเดือนจะเห็นชัดที่สุด เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในสัปดาห์ที่ 6-8 การส่องกระจกทุกวันมักจับความต่างวันต่อวันไม่ได้ และทำให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

Potenza RF Microneedling ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไปผิวหนัง

Potenza ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

ก่อนนัดครั้งถัดไปของ Potenza มีสัญญาณสามอย่างที่ผิวจะบอกว่าพร้อมแล้วหรือยัง ได้แก่ รอยแดงที่หายสนิท เนื้อผิวที่เริ่มกระชับขึ้น และความชุ่มชื้นที่คืนมา บทความนี้จะพาคุณอ่านสัญญาณเหล่านั้นและวางแผนโปรแกรมร่วมกับแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

หลักการทำงานของ Pico Toning ในการทะลายเม็ดสีในผิวผิวหนัง

Pico Toning ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

หลายคนเลือก Pico Toning โดยถามแค่ว่าใช้เครื่องยี่ห้อไหนและราคาเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วจำนวนครั้งและช่วงห่าง 4 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้งมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่คิดค่ะ

หลักการทำงานของ Fraxel Fractional Laser ที่สร้าง Micro Thermal Zones ในชั้นผิวผิวหนัง

Fraxel ทำเมื่อไหร่ถึงพอดี? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

Fraxel สร้างรูเล็ก ๆ ของความร้อนในผิวแล้วปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ผลที่เห็นจึงไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่ค่อย ๆ ปรากฏตามจังหวะที่คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้น การอ่านสัญญาณนี้ให้ถูกต้องคือกุญแจที่ทำให้ทุกครั้งคุ้มค่าค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors