ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์ผู้ชายเน้นเสริมกรอบหน้ามากกว่าการยกกระชับ เริ่มต้นที่ขมับและเส้นกราม 0.5cc ก่อนเลยครับ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?

ก่อนอ่าน ขอให้เช็คสิ่งนี้ก่อนนะครับ

Q. ผู้ชายต้องใส่ฟิลเลอร์เยอะๆ เหมือนผู้หญิงถึงจะยกกระชับได้ไหมครับ?

A. จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่า ถ้าใส่ปริมาณเท่ากันจะทำให้หน้าดูบวมเป่งได้ง่ายครับ

Q. แล้วเริ่มจากจุดไหน และฉีดอย่างไรครับ?

A. เริ่มจากแนวกระดูก เช่น ขมับและเส้นกราม ก่อนร่องแก้มและแก้ม โดยแบ่งฉีดทีละ 0.5cc ครับ

เปรียบเทียบ cc และความลึกของฟิลเลอร์ผู้ชายเพื่อการยกกระชับ





ฟิลเลอร์ยกกระชับสำหรับผู้ชาย — เป็นหัตถการเดียวกับผู้หญิงจริงๆ ไหมครับ?

ฟิลเลอร์ยกกระชับสำหรับผู้ชาย คือการฉีด Hyaluronic Acid เข้าสู่ชั้นหนังแท้ ชั้นใต้ผิวหนัง หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก

เพื่อพยุงโครงหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับครับ

ในแง่หลักการ ดูเหมือนจะเหมือนกับฟิลเลอร์ผู้หญิงทุกประการ

แต่ถึงแม้จะใช้ยาและเข็มเดียวกัน

ปริมาณ ตำแหน่ง และลำดับการฉีดของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ

ถ้าใช้วิธีเดิมที่ทำกับผู้หญิง

ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าจะดูกลมและอ่อนแอลง ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลยครับ





ถ้าชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่า ทำไมลำดับการทำหัตถการถึงต้องเปลี่ยนครับ?

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่าผู้หญิง 20–30% ทำให้ผิวหย่อนคล้อยช้ากว่า ดังนั้นแผนการรักษาสำหรับผู้ชายจึงมุ่งเน้น "การเสริมกรอบหน้า" มากกว่า "การยกกระชับ"

และฉีดที่ขมับและเส้นกรามในปริมาณน้อยๆ ทีละ 0.5cc ครับ

ลองนึกภาพโซฟาหนังกับโซฟาผ้าเปรียบเทียบกันนะครับ

ใส่เบาะเดียวกันลงไป โซฟาหนังแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง

แต่โซฟาผ้าจะเห็นทรงชัดเจนทันทีครับ

ฟิลเลอร์ก็ทำงานในหลักการคล้ายๆ กันครับ

ชั้นหนังแท้ (Dermis) ของผู้ชายหนากว่าผู้หญิงเฉลี่ย 20–30%

มัดคอลลาเจนแน่นกว่า และความหนาแน่นของต่อมไขมันและรูขุมขนก็สูงกว่าด้วย

ทำให้แม้อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน ผิวผู้ชายมักหย่อนคล้อยช้ากว่าผู้หญิงครับ

และนี่คือความหมายในแง่การออกแบบแผนการรักษา

นั่นคือกลยุทธ์ "ใช้ cc เยอะเพื่อยกกระชับ"

ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ชายครับ

เพราะหย่อนคล้อยน้อยกว่า จึงไม่มีอะไรให้ยกมากนัก

แต่การเสริมเติมเต็มบริเวณที่กรอบหน้าไม่ชัด (ขมับยุบ, เส้นกรามไม่คม)

จะดูธรรมชาติกว่ามากครับ

ความแตกต่างของความหนาชั้นหนังแท้ผู้ชายและความลึกในการฉีดฟิลเลอร์

ดังนั้น เวลาผมออกแบบแผนการรักษาสำหรับผู้ชาย

จึงกระจายการฉีดที่ขมับ (Temple) และเส้นกราม (Jawline) ทีละ 0.5cc ครับ

ต่างจากรูปแบบการทำในผู้หญิงที่มักฉีด 1cc ต่อจุดแล้วเสร็จ

ความลึกในการฉีดก็แตกต่างกันด้วยครับ

ผู้ชายต้องฉีดลึกถึงระดับเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (Supraperiosteal)

เพื่อให้ผิวไม่บวมพอง แต่แสดงแนวกระดูกออกมาได้ชัดเจนครับ

และอีกเรื่องหนึ่งคือลำดับการทำหัตถการครับ

สำหรับผู้ที่ทำทั้งอุปกรณ์ยกกระชับ (อินโมด, อัลเทอร่า ฯลฯ) และฟิลเลอร์ร่วมกัน

ผมมักแนะนำให้ยกกระชับก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์หลังจากนั้น 2–3 สัปดาห์ครับ

คือดึงชั้น SMAS ที่หย่อนคล้อยด้วยพลังงานความร้อนก่อน

แล้วค่อยเติมฟิลเลอร์เฉพาะในช่องว่างที่เหลือครับ

ถ้าสลับลำดับกัน ฟิลเลอร์อาจถูกดูดซึมเร็วขึ้นจากความร้อน

หรือทำให้การออกแบบคลาดเคลื่อนได้ครับ

ลำดับการฉีดฟิลเลอร์ผู้ชายที่ขมับและเส้นกราม

สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน

ฟิลเลอร์ผู้ชายคือการ "เสริมกรอบหน้า" ไม่ใช่แค่ "การยกกระชับ" ครับ

กระจายฉีดที่ขมับและเส้นกราม ทีละ 0.5cc ระดับความลึกอยู่เหนือเยื่อหุ้มกระดูก

ถ้าทำร่วมกับอุปกรณ์ยกกระชับ ให้ทำอุปกรณ์ก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์หลัง 2–3 สัปดาห์ ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานครับ





ฟิลเลอร์ผู้ชายแต่ละจุด — ขมับ เส้นกราม ร่องแก้ม ทำอย่างไรบ้างครับ?

ในการตรวจวันนี้ก็มีผู้ชายที่มีสถานการณ์คล้ายกันมาครับ

คุณผู้ชายอายุ 31 ปีที่แวะมาพร้อมแฟนสาวที่มาทำหัตถการ

แต่สุดท้ายกลับเป็นตัวเองที่สนใจมากกว่าและขอรับคำปรึกษาไปเลยครับ

ตอนแรกมาบอกว่า "อยากให้ร่องแก้มจางลงหน่อย"

แต่พอดูรูปหน้าด้วยกัน ผมก็ชี้ให้เห็นว่า

"ขมับยุบมากกว่าร่องแก้มอีก ต้องแก้ที่ขมับก่อน อินดูจึงจะดีขึ้นครับ"

จริงๆ แล้ว ผู้ชายกว่า 80% มักบอกว่ากังวลเรื่องร่องแก้มหรือแก้มหย่อนคล้อยเป็นอันดับแรก

แต่พอดูรูปจริงๆ กลับพบว่าแนวขมับ หน้าผาก และเส้นกรามไม่ชัดกว่ามากครับ

เมื่อจุดเหล่านั้นหลุบลงไป ร่องแก้มก็จะดูลึกกว่าเดิมครับ

ลองหาตัวเองในตารางด้านล่างดูนะครับ

มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนเลยครับ

ฟิลเลอร์ผู้ชาย ถ้าเติมทุกจุดในครั้งเดียว มักจะดูเป็นธรรมชาติยากครับ

ครั้งแรกให้เน้นที่ขมับและเส้นกรามเบาๆ ก่อน

แล้วค่อยมาดูหน้ากระจกหลัง 2–3 สัปดาห์ แล้วเติมเฉพาะจุดที่จำเป็น

นี่คือรูปแบบที่ผู้ป่วยในคลินิกของผมพึงพอใจมากที่สุดครับ

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจรู้สึกช้าสำหรับคนที่อยากเสร็จในครั้งเดียว

แต่ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติคือสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน

คนรอบข้างจะไม่ถามว่า "ไปทำอะไรมา?"

นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ผมแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งครับ

ฟิลเลอร์ผู้ชายแต่ละจุด ขมับ เส้นกราม หน้าผาก





Q&A จากห้องตรวจ — คำถามเกี่ยวกับฟิลเลอร์ผู้ชาย 3 ข้อครับ

Q1. ผู้ชายฉีดฟิลเลอร์แล้วจะดูเป็นผู้หญิงไปเลยไหมครับ?

A. จากที่เห็นในห้องตรวจจริงๆ นั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาของการออกแบบครับ ไม่ใช่ปัญหาของตัวฟิลเลอร์เอง

ถ้าใช้รูปแบบกรอบหน้าผู้หญิง (หน้าผากโค้งกลม, คางแหลม V-Line) กับผู้ชายไปเลย

ก็จะดูเป็นผู้หญิงเป็นธรรมดาครับ

สำหรับผู้ชายต้องทำตรงข้ามครับ

หน้าผากแบนราบ คางมีเหลี่ยมนิดๆ

ขมับเติมเฉพาะส่วนที่ยุบเมื่อมองจากด้านข้าง

ความละเอียดอ่อนในการออกแบบนี้แตกต่างกันมากในแต่ละผู้ทำหัตถการครับ

ดังนั้นควรรับบริการจากสถานพยาบาลที่มีประสบการณ์กับผู้ชายมากจะปลอดภัยกว่าครับ

คำถามที่คล้ายกันในแง่นี้ก็มีอีกครับ

Q2. ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่คงอยู่ของฟิลเลอร์ผู้ชายต่างจากผู้หญิงไหมครับ?

A. จากที่เห็นในห้องตรวจจริงๆ ราคาต่อหน่วยแทบจะเท่ากันครับ เพราะเป็นยาชนิดเดียวกันที่คิดราคาต่อ cc

แต่เพราะปริมาณ cc ที่ใช้น้อยกว่า

ค่าใช้จ่ายรวมจริงๆ จึงอาจน้อยกว่าผู้หญิง 30–40% ในบางกรณีครับ

ระยะเวลาที่คงอยู่ขึ้นอยู่กับชนิดของยา

บริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น ขมับและเส้นกราม อยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน

บริเวณที่ใช้กล้ามเนื้อมาก เช่น มุมปากและร่องแก้ม อยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือนครับ

กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าของผู้ชายมักแข็งแรงกว่า

ทำให้ฟิลเลอร์ที่มุมปากดูเหมือนจะสลายเร็วกว่าผู้หญิงเล็กน้อยครับ

และคำถามสุดท้ายที่ถามบ่อยที่สุดคืออันนี้ครับ

Q3. ฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีหนวดเครา แล้วโกนหนวดได้ปกติไหมครับ?

A. ผมเองก็เคยสงสัยว่าการโกนหนวดอาจมีผลกระทบครับ

แต่ในความเป็นจริงแทบไม่มีผลเลยครับ

ฟิลเลอร์ฉีดอยู่ใต้ชั้นหนังแท้หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก

ส่วนการโกนหนวดเกิดขึ้นบนผิวหนังชั้นนอกสุด

ทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้สัมผัสกันเลยครับ

แต่ในช่วง 2–3 วันแรกหลังทำหัตถการ อาจมีรอยช้ำและอาการบวม

ทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อโดนใบมีดโกนครับ

ในช่วงนั้นแนะนำให้ใช้เครื่องโกนไฟฟ้าแทน

หรือพักการโกนหนวดสัก 1–2 วันก็พอครับ

ผลข้างเคียงโดยรวมไม่ต่างกันมากระหว่างผู้ชายและผู้หญิง

แต่รอยช้ำอาจดูเข้มกว่าเล็กน้อยครับ

เพราะผิวผู้ชายหนากว่า ทำให้ดูดซึมรอยช้ำได้ช้ากว่าเล็กน้อย

ดังนั้นอย่าทำหัตถการภายใน 1–2 สัปดาห์ก่อนงานสำคัญนะครับ

ถ้าจะจำอะไรสักอย่างจากวันนี้ — ฟิลเลอร์ผู้ชายไม่ใช่การ "เติมให้เยอะ" แต่คือการ "ค่อยๆ วาดกรอบหน้าใหม่ทีละ 0.5cc" ครับ


บทความถัดไปจะพูดถึง "ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างฟิลเลอร์ผู้ชายกับการใช้ร่วมกับอินโมดและอัลเทอร่า" ครับ จะแสดงให้เห็นผ่านเคสจริงว่าผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างไรระหว่างระยะ 2 สัปดาห์กับ 4 สัปดาห์ครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

Potenza RF Microneedling ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไปผิวหนัง

Potenza ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

ก่อนนัดครั้งถัดไปของ Potenza มีสัญญาณสามอย่างที่ผิวจะบอกว่าพร้อมแล้วหรือยัง ได้แก่ รอยแดงที่หายสนิท เนื้อผิวที่เริ่มกระชับขึ้น และความชุ่มชื้นที่คืนมา บทความนี้จะพาคุณอ่านสัญญาณเหล่านั้นและวางแผนโปรแกรมร่วมกับแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

หลักการทำงานของ Pico Toning ในการทะลายเม็ดสีในผิวผิวหนัง

Pico Toning ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

หลายคนเลือก Pico Toning โดยถามแค่ว่าใช้เครื่องยี่ห้อไหนและราคาเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วจำนวนครั้งและช่วงห่าง 4 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้งมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่คิดค่ะ

หลักการทำงานของ Fraxel Fractional Laser ที่สร้าง Micro Thermal Zones ในชั้นผิวผิวหนัง

Fraxel ทำเมื่อไหร่ถึงพอดี? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

Fraxel สร้างรูเล็ก ๆ ของความร้อนในผิวแล้วปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ผลที่เห็นจึงไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่ค่อย ๆ ปรากฏตามจังหวะที่คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้น การอ่านสัญญาณนี้ให้ถูกต้องคือกุญแจที่ทำให้ทุกครั้งคุ้มค่าค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors