ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์ผู้ชายเน้นเสริมกรอบหน้ามากกว่าการยกกระชับ เริ่มต้นที่ขมับและเส้นกราม 0.5cc ก่อนเลยครับ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

ฟิลเลอร์ผู้ชาย vs ผู้หญิง — cc และความลึกในการยกกระชับต่างกันอย่างไร?

ก่อนอ่าน ขอให้เช็คสิ่งนี้ก่อนนะครับ

Q. ผู้ชายต้องใส่ฟิลเลอร์เยอะๆ เหมือนผู้หญิงถึงจะยกกระชับได้ไหมครับ?

A. จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่า ถ้าใส่ปริมาณเท่ากันจะทำให้หน้าดูบวมเป่งได้ง่ายครับ

Q. แล้วเริ่มจากจุดไหน และฉีดอย่างไรครับ?

A. เริ่มจากแนวกระดูก เช่น ขมับและเส้นกราม ก่อนร่องแก้มและแก้ม โดยแบ่งฉีดทีละ 0.5cc ครับ

เปรียบเทียบ cc และความลึกของฟิลเลอร์ผู้ชายเพื่อการยกกระชับ





ฟิลเลอร์ยกกระชับสำหรับผู้ชาย — เป็นหัตถการเดียวกับผู้หญิงจริงๆ ไหมครับ?

ฟิลเลอร์ยกกระชับสำหรับผู้ชาย คือการฉีด Hyaluronic Acid เข้าสู่ชั้นหนังแท้ ชั้นใต้ผิวหนัง หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก

เพื่อพยุงโครงหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับครับ

ในแง่หลักการ ดูเหมือนจะเหมือนกับฟิลเลอร์ผู้หญิงทุกประการ

แต่ถึงแม้จะใช้ยาและเข็มเดียวกัน

ปริมาณ ตำแหน่ง และลำดับการฉีดของผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ

ถ้าใช้วิธีเดิมที่ทำกับผู้หญิง

ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าจะดูกลมและอ่อนแอลง ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติเลยครับ





ถ้าชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่า ทำไมลำดับการทำหัตถการถึงต้องเปลี่ยนครับ?

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

ชั้นหนังแท้ของผู้ชายหนากว่าผู้หญิง 20–30% ทำให้ผิวหย่อนคล้อยช้ากว่า ดังนั้นแผนการรักษาสำหรับผู้ชายจึงมุ่งเน้น "การเสริมกรอบหน้า" มากกว่า "การยกกระชับ"

และฉีดที่ขมับและเส้นกรามในปริมาณน้อยๆ ทีละ 0.5cc ครับ

ลองนึกภาพโซฟาหนังกับโซฟาผ้าเปรียบเทียบกันนะครับ

ใส่เบาะเดียวกันลงไป โซฟาหนังแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง

แต่โซฟาผ้าจะเห็นทรงชัดเจนทันทีครับ

ฟิลเลอร์ก็ทำงานในหลักการคล้ายๆ กันครับ

ชั้นหนังแท้ (Dermis) ของผู้ชายหนากว่าผู้หญิงเฉลี่ย 20–30%

มัดคอลลาเจนแน่นกว่า และความหนาแน่นของต่อมไขมันและรูขุมขนก็สูงกว่าด้วย

ทำให้แม้อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน ผิวผู้ชายมักหย่อนคล้อยช้ากว่าผู้หญิงครับ

และนี่คือความหมายในแง่การออกแบบแผนการรักษา

นั่นคือกลยุทธ์ "ใช้ cc เยอะเพื่อยกกระชับ"

ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ชายครับ

เพราะหย่อนคล้อยน้อยกว่า จึงไม่มีอะไรให้ยกมากนัก

แต่การเสริมเติมเต็มบริเวณที่กรอบหน้าไม่ชัด (ขมับยุบ, เส้นกรามไม่คม)

จะดูธรรมชาติกว่ามากครับ

ความแตกต่างของความหนาชั้นหนังแท้ผู้ชายและความลึกในการฉีดฟิลเลอร์

ดังนั้น เวลาผมออกแบบแผนการรักษาสำหรับผู้ชาย

จึงกระจายการฉีดที่ขมับ (Temple) และเส้นกราม (Jawline) ทีละ 0.5cc ครับ

ต่างจากรูปแบบการทำในผู้หญิงที่มักฉีด 1cc ต่อจุดแล้วเสร็จ

ความลึกในการฉีดก็แตกต่างกันด้วยครับ

ผู้ชายต้องฉีดลึกถึงระดับเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (Supraperiosteal)

เพื่อให้ผิวไม่บวมพอง แต่แสดงแนวกระดูกออกมาได้ชัดเจนครับ

และอีกเรื่องหนึ่งคือลำดับการทำหัตถการครับ

สำหรับผู้ที่ทำทั้งอุปกรณ์ยกกระชับ (อินโมด, อัลเทอร่า ฯลฯ) และฟิลเลอร์ร่วมกัน

ผมมักแนะนำให้ยกกระชับก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์หลังจากนั้น 2–3 สัปดาห์ครับ

คือดึงชั้น SMAS ที่หย่อนคล้อยด้วยพลังงานความร้อนก่อน

แล้วค่อยเติมฟิลเลอร์เฉพาะในช่องว่างที่เหลือครับ

ถ้าสลับลำดับกัน ฟิลเลอร์อาจถูกดูดซึมเร็วขึ้นจากความร้อน

หรือทำให้การออกแบบคลาดเคลื่อนได้ครับ

ลำดับการฉีดฟิลเลอร์ผู้ชายที่ขมับและเส้นกราม

สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน

ฟิลเลอร์ผู้ชายคือการ "เสริมกรอบหน้า" ไม่ใช่แค่ "การยกกระชับ" ครับ

กระจายฉีดที่ขมับและเส้นกราม ทีละ 0.5cc ระดับความลึกอยู่เหนือเยื่อหุ้มกระดูก

ถ้าทำร่วมกับอุปกรณ์ยกกระชับ ให้ทำอุปกรณ์ก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์หลัง 2–3 สัปดาห์ ถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานครับ





ฟิลเลอร์ผู้ชายแต่ละจุด — ขมับ เส้นกราม ร่องแก้ม ทำอย่างไรบ้างครับ?

ในการตรวจวันนี้ก็มีผู้ชายที่มีสถานการณ์คล้ายกันมาครับ

คุณผู้ชายอายุ 31 ปีที่แวะมาพร้อมแฟนสาวที่มาทำหัตถการ

แต่สุดท้ายกลับเป็นตัวเองที่สนใจมากกว่าและขอรับคำปรึกษาไปเลยครับ

ตอนแรกมาบอกว่า "อยากให้ร่องแก้มจางลงหน่อย"

แต่พอดูรูปหน้าด้วยกัน ผมก็ชี้ให้เห็นว่า

"ขมับยุบมากกว่าร่องแก้มอีก ต้องแก้ที่ขมับก่อน อินดูจึงจะดีขึ้นครับ"

จริงๆ แล้ว ผู้ชายกว่า 80% มักบอกว่ากังวลเรื่องร่องแก้มหรือแก้มหย่อนคล้อยเป็นอันดับแรก

แต่พอดูรูปจริงๆ กลับพบว่าแนวขมับ หน้าผาก และเส้นกรามไม่ชัดกว่ามากครับ

เมื่อจุดเหล่านั้นหลุบลงไป ร่องแก้มก็จะดูลึกกว่าเดิมครับ

ลองหาตัวเองในตารางด้านล่างดูนะครับ

มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนเลยครับ

ฟิลเลอร์ผู้ชาย ถ้าเติมทุกจุดในครั้งเดียว มักจะดูเป็นธรรมชาติยากครับ

ครั้งแรกให้เน้นที่ขมับและเส้นกรามเบาๆ ก่อน

แล้วค่อยมาดูหน้ากระจกหลัง 2–3 สัปดาห์ แล้วเติมเฉพาะจุดที่จำเป็น

นี่คือรูปแบบที่ผู้ป่วยในคลินิกของผมพึงพอใจมากที่สุดครับ

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจรู้สึกช้าสำหรับคนที่อยากเสร็จในครั้งเดียว

แต่ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติคือสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน

คนรอบข้างจะไม่ถามว่า "ไปทำอะไรมา?"

นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ผมแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งครับ

ฟิลเลอร์ผู้ชายแต่ละจุด ขมับ เส้นกราม หน้าผาก





Q&A จากห้องตรวจ — คำถามเกี่ยวกับฟิลเลอร์ผู้ชาย 3 ข้อครับ

Q1. ผู้ชายฉีดฟิลเลอร์แล้วจะดูเป็นผู้หญิงไปเลยไหมครับ?

A. จากที่เห็นในห้องตรวจจริงๆ นั้น เรื่องนี้เป็นปัญหาของการออกแบบครับ ไม่ใช่ปัญหาของตัวฟิลเลอร์เอง

ถ้าใช้รูปแบบกรอบหน้าผู้หญิง (หน้าผากโค้งกลม, คางแหลม V-Line) กับผู้ชายไปเลย

ก็จะดูเป็นผู้หญิงเป็นธรรมดาครับ

สำหรับผู้ชายต้องทำตรงข้ามครับ

หน้าผากแบนราบ คางมีเหลี่ยมนิดๆ

ขมับเติมเฉพาะส่วนที่ยุบเมื่อมองจากด้านข้าง

ความละเอียดอ่อนในการออกแบบนี้แตกต่างกันมากในแต่ละผู้ทำหัตถการครับ

ดังนั้นควรรับบริการจากสถานพยาบาลที่มีประสบการณ์กับผู้ชายมากจะปลอดภัยกว่าครับ

คำถามที่คล้ายกันในแง่นี้ก็มีอีกครับ

Q2. ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่คงอยู่ของฟิลเลอร์ผู้ชายต่างจากผู้หญิงไหมครับ?

A. จากที่เห็นในห้องตรวจจริงๆ ราคาต่อหน่วยแทบจะเท่ากันครับ เพราะเป็นยาชนิดเดียวกันที่คิดราคาต่อ cc

แต่เพราะปริมาณ cc ที่ใช้น้อยกว่า

ค่าใช้จ่ายรวมจริงๆ จึงอาจน้อยกว่าผู้หญิง 30–40% ในบางกรณีครับ

ระยะเวลาที่คงอยู่ขึ้นอยู่กับชนิดของยา

บริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น ขมับและเส้นกราม อยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน

บริเวณที่ใช้กล้ามเนื้อมาก เช่น มุมปากและร่องแก้ม อยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือนครับ

กล้ามเนื้อแสดงสีหน้าของผู้ชายมักแข็งแรงกว่า

ทำให้ฟิลเลอร์ที่มุมปากดูเหมือนจะสลายเร็วกว่าผู้หญิงเล็กน้อยครับ

และคำถามสุดท้ายที่ถามบ่อยที่สุดคืออันนี้ครับ

Q3. ฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีหนวดเครา แล้วโกนหนวดได้ปกติไหมครับ?

A. ผมเองก็เคยสงสัยว่าการโกนหนวดอาจมีผลกระทบครับ

แต่ในความเป็นจริงแทบไม่มีผลเลยครับ

ฟิลเลอร์ฉีดอยู่ใต้ชั้นหนังแท้หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก

ส่วนการโกนหนวดเกิดขึ้นบนผิวหนังชั้นนอกสุด

ทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้สัมผัสกันเลยครับ

แต่ในช่วง 2–3 วันแรกหลังทำหัตถการ อาจมีรอยช้ำและอาการบวม

ทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อโดนใบมีดโกนครับ

ในช่วงนั้นแนะนำให้ใช้เครื่องโกนไฟฟ้าแทน

หรือพักการโกนหนวดสัก 1–2 วันก็พอครับ

ผลข้างเคียงโดยรวมไม่ต่างกันมากระหว่างผู้ชายและผู้หญิง

แต่รอยช้ำอาจดูเข้มกว่าเล็กน้อยครับ

เพราะผิวผู้ชายหนากว่า ทำให้ดูดซึมรอยช้ำได้ช้ากว่าเล็กน้อย

ดังนั้นอย่าทำหัตถการภายใน 1–2 สัปดาห์ก่อนงานสำคัญนะครับ

ถ้าจะจำอะไรสักอย่างจากวันนี้ — ฟิลเลอร์ผู้ชายไม่ใช่การ "เติมให้เยอะ" แต่คือการ "ค่อยๆ วาดกรอบหน้าใหม่ทีละ 0.5cc" ครับ


บทความถัดไปจะพูดถึง "ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างฟิลเลอร์ผู้ชายกับการใช้ร่วมกับอินโมดและอัลเทอร่า" ครับ จะแสดงให้เห็นผ่านเคสจริงว่าผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างไรระหว่างระยะ 2 สัปดาห์กับ 4 สัปดาห์ครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

บทความแนะนำ

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors