ผลข้างเคียงของ Inmode Fx — 3 อาการที่หมอพบบ่อยที่สุดในคลินิก
ผลข้างเคียงของ Inmode Fx อย่างอาการบวมและความร้อนถือเป็นเรื่องปกติ แต่แก้มยุบนั้นแตกต่างออกไปครับ หากตั้งค่าพลังงานผิดพลาดบริเวณชั้นไขมันใต้กระดูกโหนกแก้มที่บางเพียง 2–5 มม. ใบหน้าอาจดูโหลงเหลงได้ภายในหนึ่งเดือน


วียองจิน
ผู้อำนวยการ

ผลข้างเคียงของ Inmode Fx
3 อาการที่หมอพบบ่อยที่สุดในคลินิก
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ
ผลข้างเคียงที่ต้องระวังจริงๆ จาก Inmode Fx
ไม่ใช่อาการบวมหรือความร้อน แต่คือ 'แก้มยุบ' ครับ
บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น
Inmode Fx ต่างจาก
คลื่นวิทยุ (RF) ทั่วไปอย่างไร
Inmode Fx ใช้พลังงาน
Bipolar RF (คลื่นวิทยุแบบสองขั้ว)
กระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ชั้นลึกและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
พร้อมกันในคราวเดียวครับ
เป็นหัตถการที่ทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรงเลย
ต่างจากเทอร์มาจและ RF ทั่วไปตรงที่
พลังงานจะวิ่งผ่านระหว่างขั้วไฟฟ้าสองจุดในระยะสั้น
ทำให้ควบคุมความลึกของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำครับ
นั่นหมายความว่านอกจากจะช่วยให้ผิวกระชับแล้ว
ยังลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย
ทำไมบางคนได้ผลดี
แต่บางคนถึงเกิดแก้มยุบ
"Inmode Fx ทำงานโดยการทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรงครับ
อาการความร้อนและบวมชั่วคราวถือเป็นเรื่องปกติ
แต่หากปล่อยพลังงานลงบริเวณใต้กระดูกโหนกแก้มที่มีชั้นไขมันบาง
อาจเกิดผลข้างเคียงแก้มยุบได้ครับ"
— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)
สัปดาห์ที่แล้วมีลูกค้าอายุ 46 ปีมาปรึกษา
หลังจากทำหัตถการที่คลินิกอื่นแล้วเกิดรอยบุ๋มใต้โหนกแก้ม
เธอมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงพร้อมรูปถ่ายมาให้ดูครับ
Inmode เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับบริเวณที่มีไขมันหนา เช่น ใต้คาง
แต่บริเวณใต้โหนกแก้มที่มีชั้นไขมันบางเพียง 2–5 มม. นั้นอันตรายมากครับ
เพราะไม่มีไขมันเพียงพอให้ลด
แต่กลับทำให้วอลุ่มที่มีอยู่น้อยนิดสูญหายไปด้วย
ผลข้างเคียงที่พบในคลินิกมีอยู่สามประเภทหลักครับ
ประการแรก ความร้อน อาการบวม และผื่นแดง
(เป็นปฏิกิริยาปกติที่หายเองภายใน 3 วัน)
ประการที่สอง จุดเลือดออกหรือรอยช้ำ (หายภายในหนึ่งสัปดาห์)
ประการที่สาม แก้มยุบ
(เป็นผลข้างเคียงที่ฟื้นฟูช้าและจัดการยากที่สุด)
สองอาการแรกเวลาจะช่วยแก้ได้เอง
แต่อาการที่สามนั้นเป็นปัญหาที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงครับ
ป้องกันแก้มยุบได้
ด้วยการปรับระดับพลังงานตามบริเวณ
ควรตรวจสอบรูปหน้าและความหนาของชั้นไขมันก่อนนะครับ
บริเวณ | ความหนาชั้นไขมัน | การปรับพลังงาน | ความเสี่ยงแก้มยุบ |
ใต้คาง / เหนียง | 10 มม. ขึ้นไป | มาตรฐาน–สูง | ต่ำ |
แก้ม (บริเวณกราม) | 6–9 มม. | ปานกลาง | ปานกลาง |
ใต้โหนกแก้ม | 2–5 มม. | พลังงานต่ำหรือหลีกเลี่ยง | สูง |
ขมับ / รอบดวงตา | ต่ำกว่า 3 มม. | แนะนำให้หลีกเลี่ยง | สูงมาก |
หลักการนี้ผมนำไปใช้กับลูกค้าอายุ 58 ปีด้วยเช่นกันครับ
เพราะใบหน้าของเธอค่อนข้างแบนราบ
จึงใช้แนวทางเดียวกับลูกสาวของเธอไม่ได้
จึงวางแผนพลังงานใหม่โดย
ใต้คางใช้ระดับมาตรฐาน แก้มลดลงหนึ่งระดับ
และบริเวณใต้โหนกแก้มหลีกเลี่ยงทั้งหมด
เพื่อวาง 'แผนที่พลังงาน' ที่เหมาะสมครับ
วิธีนี้ช่วยให้เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแก้มยุบครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้
อาจมีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจ
Q1. แก้มที่ยุบไปแล้ว จะกลับมาได้เองไหมครับ?
ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการ อาการบวมที่ยุบลง
อาจทำให้ดูยุบเว้าชั่วคราวได้ครับ
แต่ถ้าหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วยังคงเหมือนเดิม
นั่นหมายความว่าไขมันลดลงจริงๆ แล้ว
การฟื้นฟูเองตามธรรมชาติค่อนข้างยากตามตรงครับ
ในกรณีนี้อาจจำเป็นต้องใช้หัตถการเติมเสริม
เช่น ฟิลเลอร์หรือสคัลพทราครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้ง
และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ครับ?
เพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3 ครั้ง
โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 4 สัปดาห์ครับ
เพราะการพยายามทำให้เสร็จในครั้งเดียว
ด้วยการตั้งพลังงานสูงเกินไป
เป็นสาเหตุหลักที่สุดของผลข้างเคียงครับ
Q3. มีรากฟันเทียมหรือฟิลเลอร์อยู่ก็ทำได้ไหมครับ?
บริเวณที่มีรากฟันเทียมอาจรับความร้อนได้อย่างเข้มข้น
จึงต้องอาศัยความชำนาญในการหลีกเลี่ยงจุดนั้นครับ
หากเพิ่งทำฟิลเลอร์หรือยกกระชับด้วยไหมมาไม่นาน
ความร้อนอาจทำให้ละลายได้
จึงควรเว้นระยะอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ครับ
ถ้าจะให้จำสิ่งเดียวจากบทความนี้ไป
— สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ของ Inmode Fx
ไม่ใช่จำนวนช็อต
แต่คือการปรับระดับพลังงานตามบริเวณครับ
บทความหน้า
จะมาพูดถึง 'เมื่อใต้โหนกแก้มยุบไปแล้ว
ควรใช้หัตถการใดในการเติมกลับคืน' ครับ
ฝากติดตามด้วยนะครับ — หมอวียองจิน










