ภาพแสดงหัตถการ Sofwave ยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด
ลิฟติ้ง

Sofwave เหมาะกับใคร? ทางเลือกยกกระชับสำหรับคนกลัวแก้มยุบ

Sofwave คือหัตถการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่เจาะจงชั้นหนังแท้ความลึกประมาณ 1.5 มม. ด้วยเทคโนโลยี SUPERB เหมาะกับคนที่ใบหน้ามีไขมันน้อย ผิวบางไว หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ ที่กังวลเรื่องแก้มยุบจากหัตถการที่ลึกกว่า

คิมจังจู

คิมจังจู

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 24 กันยายน 2026
7นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เคยไหมคะที่อยากทำหัตถการยกกระชับ แต่กลัวว่าทำแล้วแก้มจะยุบหรือใบหน้าจะดูโทรมลง หลายคนที่หน้าไม่ได้มีไขมันเยอะมักกังวลเรื่องนี้เป็นพิเศษเวลาคิดจะทำหัตถการที่ลึกถึงชั้น SMAS เพราะกลัวว่าพลังงานที่ลึกจะไปกระทบไขมันใต้ผิวจนแก้มยุบ ทั้งที่ตัวเองก็อยากได้กรอบหน้าที่กระชับขึ้นเหมือนกัน จริง ๆ แล้วตอนนี้มีหัตถการยกกระชับอีกแบบหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความกังวลนี้โดยเฉพาะ นั่นคือ Sofwave บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Sofwave ทำงานอย่างไร เหมาะกับใครมากที่สุด พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลก่อนตัดสินใจค่ะ

Sofwave คืออะไร และเทคโนโลยี SUPERB ต่างจากเดิมตรงไหน

Sofwave คือหัตถการยกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA มีให้บริการในคลินิกผิวหนังหลายแห่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีคนถามถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ

จุดที่ Sofwave ต่างจากหัตถการอัลตราซาวด์แบบเดิมอย่างชัดเจนคือความลึกที่พลังงานเดินทางไปถึง หัตถการอัลตราซาวด์แบบดั้งเดิมจะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ที่ความลึกประมาณ 3.0-4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็มาพร้อมกับการกระตุ้นผิวที่ค่อนข้างมากเช่นกัน

ส่วน Sofwave เลือกทำงานที่ความลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นบน เป็นการเจาะจงไปที่ชั้นหนังแท้ส่วนกลางที่เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอย โดยไม่ลงลึกไปถึงชั้นไขมันใต้ผิว

เบื้องหลังการทำงานนี้คือเทคโนโลยีที่ชื่อว่า SUPERB (Synchronized Ultrasound Parallel Beam) พูดง่าย ๆ คือเครื่องจะสร้างเสาความร้อนทรงกระบอกขึ้นมาพร้อมกันถึง 7 เสา แล้วส่งพลังงานแบบขนานไปตามแนวราบของผิว แทนที่จะยิงพลังงานลงไปทีละจุดในแนวตั้งแบบหัตถการอัลตราซาวด์ทั่วไป ผลก็คือพลังงานความร้อนกระจายตัวสม่ำเสมอทั่วบริเวณ ไม่กระจุกอยู่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป ทำให้แม้แต่ผิวที่บางและไวต่อการกระตุ้นก็ยังทำได้อย่างปลอดภัยในระดับหนึ่งค่ะ

ภาพแสดงเทคโนโลยี SUPERB ของ Sofwave ที่กระจายพลังงานแบบขนานที่ชั้นหนังแท้

เหมาะกับใครมากที่สุด

ด้วยความลึกที่ตั้งใจให้อยู่แค่ชั้นหนังแท้ Sofwave จึงเหมาะกับกลุ่มคนที่มีลักษณะผิวแบบนี้เป็นพิเศษ

  • คนที่ใบหน้ามีไขมันใต้ผิวค่อนข้างน้อย และกังวลว่าหัตถการที่ลึกถึงชั้น SMAS อาจทำให้แก้มยุบหรือใบหน้าดูโทรมลง
  • คนที่ผิวบางและไวต่อการกระตุ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา รอบปาก คิ้ว และลำคอ
  • คนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ตื้น ๆ มากกว่าความหย่อนคล้อยระดับลึก
  • คนที่อยากได้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ การพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจจึงสำคัญ เพื่อประเมินว่าผิวของเราเหมาะกับ Sofwave เดี่ยว ๆ หรือควรทำร่วมกับหัตถการอื่นค่ะ

ขั้นตอนการทำ Sofwave เป็นอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนของ Sofwave ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก คือ ทาครีมยาชารอให้ออกฤทธิ์ ทำหัตถการ และดูแลผิวด้วยการเติมความชุ่มชื้นหลังทำ เพียงแค่ครีมยาชาก็มักเพียงพอต่อการจัดการความรู้สึกระหว่างทำได้แล้วค่ะ

จำนวนช็อตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ บริเวณเล็ก ๆ เช่น รอบดวงตาอาจเริ่มต้นที่ประมาณ 50 ช็อต ส่วนทั้งใบหน้าอยู่ที่ประมาณ 200 ช็อต และถ้าต้องการทำทั้งใบหน้าและลำคอด้วย อาจเพิ่มเป็นประมาณ 300 ช็อต ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะกับแต่ละคนอีกครั้ง

เวลาที่ใช้ในการทำค่อนข้างสั้น จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คนทำงานออฟฟิศหลายคนเลือกมาทำในช่วงพักเที่ยงได้โดยไม่กระทบตารางงานมากนักค่ะ

ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน

จุดที่หลายคนชอบเกี่ยวกับ Sofwave คือความรู้สึกกระชับที่อาจสัมผัสได้ตั้งแต่หลังทำเสร็จในบางคน แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่านั้นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น โดยทั่วไปเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 1 และมักเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในช่วงเดือนที่ 3 หลังทำ

หลังจากนั้นผลลัพธ์มักคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในผิวยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้ความกระชับของผิวค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ทั้งนี้ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลตัวเองหลังทำค่ะ

ภาพแสดงระยะเวลาที่ผลลัพธ์ของ Sofwave เริ่มเห็นชัดในเดือนที่ 3

ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม

คำตอบคือทำได้ และหลายครั้งยังช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ดีขึ้นด้วยค่ะ ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการทำ Ultherapy PRIME ก่อน เพื่อช่วยกระชับแนวกรอบหน้าและบริเวณที่หย่อนคล้อยลึกกว่า แล้วค่อยตามด้วย Sofwave เพื่อเสริมความกระชับที่ชั้นหนังแท้ ทำให้ดูแลได้ทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นในการดูแลชุดเดียวกัน

นอกจากนี้ Sofwave ยังเข้ากันได้ดีกับสกินบูสเตอร์อย่าง Juvelook ด้วย เมื่อ Sofwave ช่วยเรื่องความกระชับ ส่วนสกินบูสเตอร์ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น เมื่อทำร่วมกันจึงอาจได้ผลลัพธ์ด้านการดูแลผิวโดยรวมที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้แผนการทำร่วมกันแบบไหนจะเหมาะกับใคร ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้งค่ะ

ภาพแสดงการทำ Sofwave ร่วมกับ Ultherapy PRIME และสกินบูสเตอร์

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

หลังทำ Sofwave อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในประมาณ 20-30 นาที ดาวน์ไทม์โดยรวมค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ และแต่งหน้าได้ตั้งแต่วันเดียวกันในหลายกรณี

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย ผลลัพธ์และความรู้สึกระหว่างทำก็ยังแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน หากมีอาการผิดปกติหลังทำ หรืออาการไม่ดีขึ้นตามที่ควรจะเป็น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ก่อนทำ Sofwave ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอค่ะ การพูดคุยรายละเอียดสุขภาพและสภาพผิวกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง จะช่วยให้วางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้นค่ะ

สรุป

Sofwave เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ที่เจาะจงไปที่ชั้นหนังแท้ความลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ด้วยเทคโนโลยี SUPERB ที่กระจายพลังงานแบบสม่ำเสมอ จึงเหมาะเป็นพิเศษกับคนที่ใบหน้ามีไขมันน้อย ผิวบางไว หรือมีริ้วรอยตื้น ๆ ที่กังวลเรื่องแก้มยุบจากหัตถการที่ลึกกว่า

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องแก้มยุบหรือใบหน้าที่ดูโทรมลงจากการทำหัตถการยกกระชับ และอยากรู้ว่า Sofwave เหมาะกับตัวเองไหม ทักมาปรึกษาทีมแพทย์ของ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ เราให้คำปรึกษาผ่าน LINE ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Sofwave เหมาะกับคนแบบไหนมากที่สุด?

เหมาะเป็นพิเศษกับคนที่ใบหน้ามีไขมันใต้ผิวค่อนข้างน้อยและกังวลเรื่องแก้มยุบ คนที่ผิวบางไวโดยเฉพาะรอบดวงตาและปาก รวมถึงคนที่มีริ้วรอยตื้น ๆ มากกว่าความหย่อนคล้อยระดับลึกค่ะ เพราะพลังงานเจาะจงอยู่แค่ชั้นหนังแท้ความลึกประมาณ 1.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

Q2. ผลลัพธ์ของ Sofwave อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ประมาณเดือนที่ 1 และเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุดในช่วงเดือนที่ 3 หลังจากนั้นมักคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

Q3. ทำ Sofwave เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานไหม?

โดยทั่วไปเพียงทาครีมยาชาก่อนก็มักเพียงพอต่อการจัดการความรู้สึกระหว่างทำ หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยที่มักหายได้เองภายในประมาณ 20-30 นาที ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ

Q4. ทำ Sofwave ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?

ได้ค่ะ หลายครั้งแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกับ Ultherapy PRIME เพื่อกระชับแนวกรอบหน้าในชั้นที่ลึกกว่า หรือทำร่วมกับสกินบูสเตอร์อย่าง Juvelook เพื่อเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้แผนการทำร่วมกันควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้งค่ะ

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?กำจัดขน

ราคาเลเซอร์กำจัดขน ทำครบแพ็กเกจแล้วต้องจ่ายเพิ่มอีกไหม?

แพ็กเกจ 5 ครั้งราคาเท่ากัน แต่ถ้าราคาครั้งที่ 6 และเงื่อนไขรอบที่เหลือต่างกัน ยอดรวมก็ต่างกัน รวมช่องที่ควรเช็กในใบเสนอราคา ความหมายของคำว่า permanent และอาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษารูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี? เช็กชื่อยา ยูนิต และการตรวจหน้าตอนปรึกษา

ยูนิตของโบทูลินัม ท็อกซินแต่ละยี่ห้อแปลงกันไม่ได้ และรูปแบบการขมวดคิ้วก็ต่างกันในแต่ละคน รวมคำถามที่ควรใช้ตอนปรึกษา ข้อมูลที่ควรเก็บกลับบ้าน และอาการหลังฉีดที่ต้องรีบไปพบแพทย์

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนวผิวหนัง

หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว

ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?ผิวหนัง

หลุมสิวกับ Fractional CO2 ต้องทำกี่ครั้ง และตื้นขึ้นได้แค่ไหน?

หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นทีละครั้งด้วย Fractional CO2 ไม่ใช่เต็มในครั้งเดียว อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องจำนวนครั้ง รอยคล้ำหลังทำ และการเลือกวิธีรักษา

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors