6 ใน 10 คนที่มาฉีดฟิลเลอร์สะโพก มักเลือกทำสคัลพทราไปพร้อมกันด้วย
บอดี้

6 ใน 10 คนที่มาฉีดฟิลเลอร์สะโพก มักเลือกทำสคัลพทราไปพร้อมกันด้วย

ฟิลเลอร์สะโพกและสคัลพทรา — เส้นแบ่งระหว่างวอลุ่มที่ชัดเจนและความเป็นธรรมชาติคืออะไร

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

6 ใน 10 คนที่มาฉีดฟิลเลอร์สะโพก มักเลือกทำสคัลพทราไปพร้อมกันด้วย

ช่วงอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น

ห้องตรวจของผมก็เริ่มคึกคักด้วยคนไข้ที่สวมเลกกิ้งและชุดโยคะมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

"สะโพกดูแฟบลงมาก รู้สึกกังวลมากเลย

แบบนี้ควรฉีดฟิลเลอร์ดีกว่า หรือทำสคัลพทราดีกว่าคะ?"

มีคนถามแบบนี้เยอะมากครับ

วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังทีละขั้นตอนเลยนะครับ

ภาพการปรึกษาเปรียบเทียบฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา





ฟิลเลอร์สะโพกกับสคัลพทรา — จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคืออะไร

ฟิลเลอร์สะโพกส่วนใหญ่ใช้กรดไฮยาลูโรนิกความหนืดสูง

ฉีดเข้าไปโดยตรงในชั้นพังผืดหรือชั้นไขมัน

เพื่อเติมวอลุ่มให้เห็นผลทันทีครับ

ส่วนสคัลพทราจะใช้สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid)

ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ฉีดเข้าไปแล้ว

กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาทีละน้อยในช่วงหลายเดือนครับ

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ สคัลพทราไม่ได้ให้วอลุ่มในทันทีเหมือนฟิลเลอร์

แต่จะค่อยๆ ปรากฏผลภายใน 6–12 สัปดาห์

นี่คือข้อแตกต่างหลักที่ทำให้สองตัวนี้แตกต่างกันอย่างมากครับ





ทำไมฉีดฟิลเลอร์สะโพกอย่างเดียวแล้วถึงยกกระชับไม่ได้

"ฟิลเลอร์สะโพก vs สคัลพทรา — เหตุผลที่เลือกจับคู่ฟิลเลอร์เพื่อโครงสร้าง และสคัลพทราเพื่อความเป็นธรรมชาติ"

— คุณหมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

เดือนที่แล้ว มีคุณผู้หญิงอายุต้น 40 มาหาผม

เธอเคยฉีดฟิลเลอร์สะโพกที่คลินิกอื่นไปประมาณ 60cc

แล้วบอกว่า "ตอนแรกก็โอเคนะคะ

แต่พอผ่านไปครึ่งปี รู้สึกเหมือนมันหย่อนลงมาข้างล่าง"

เลยตัดสินใจมาหาผมครับ

เรื่องนี้มันค่อนข้างซับซ้อนนะครับ

เพราะบริเวณสะโพกนั้น แค่เติมวอลุ่มอย่างเดียว

ไม่ได้การันตีว่าจะได้รูปทรงที่สวยงามเสมอไป

บริเวณสะโพกส่วนบน (Upper Gluteal) ต้องมีโครงรองรับเหมือนเสา

ส่วน Hip Dip (บริเวณเว้าข้างสะโพก) ต้องเติมให้นุ่มนวลเป็นพื้นที่กว้าง ถึงจะดูเป็นธรรมชาติครับ

พูดตรงๆ เลยนะครับ

ถ้าใช้ฟิลเลอร์อย่างเดียว โครงสร้างอาจได้

แต่พื้นผิวของผิวหนังรอบข้างจะไม่ตามมาด้วย

สัมผัสแล้วจะรู้สึกได้ว่า "มีอะไรอยู่ตรงนี้นะ"

นั่นแหละครับคือปัญหา

ดังนั้นวิธีที่ผมมักจะทำคือ

ใช้ฟิลเลอร์ 40–80cc วางเป็น "เสาโครง" ที่ขอบสะโพกส่วนบนและจุดที่เว้าลึกที่สุดของ Hip Dip

แล้วค่อยปูสคัลพทรา 2–4 ไวอัลรอบๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในพื้นที่กว้างครับ

ภาพอธิบายบริเวณสะโพกส่วนบนและ Hip Dip

แต่มีจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องรู้นะครับ

สคัลพทราไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วจบ

โดยทั่วไปต้องทำ 2–3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์

ถึงจะได้คอลลาเจนที่สมบูรณ์แบบครับ

เพราะอนุภาค PLLA จะกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ใต้ชั้นหนังแท้

ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมา ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาตามธรรมชาติครับ

ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์เห็นผลได้ทันทีวันที่ฉีด

และอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน

ส่วนคอลลาเจนที่สคัลพทรากระตุ้นขึ้นมา

อยู่ได้เฉลี่ย 2 ปี หรืออาจนานกว่านั้นด้วยซ้ำครับ

ภาพแสดงกระบวนการสร้างคอลลาเจนของสคัลพทรา

สรุปสำคัญจากคุณหมอวียองจิน


สะโพกเป็นบริเวณที่ต้องการทั้ง "โครงสร้าง" และ "พื้นที่" แยกกันครับ


ใช้ฟิลเลอร์ยกจุดที่เว้า


และใช้สคัลพทราเสริมความยืดหยุ่นของผิวโดยรอบ


ผลลัพธ์ที่ได้จึงจะเป็นธรรมชาติแม้สัมผัสด้วยมือ


การเลือกแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง


มักจะให้ผลลัพธ์ที่ด้อยกว่าที่ควรจะเป็นครับ





ฟิลเลอร์สะโพกและสคัลพทรา — แบบไหนเหมาะกับใคร

แม้จะแตกต่างกันตามแต่ละเคสครับ

แต่โดยทั่วไปผมแบ่งแบบนี้

คนที่มี Hip Dip เว้าลึก

หรือมีแค่บางจุดที่แฟบลง

ฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวก็มักได้ผลที่น่าพึงพอใจครับ

แต่ถ้าสะโพกแฟบทั่วๆ

หรือรู้สึกว่าความยืดหยุ่นโดยรวมลดลง

สคัลพทราจะเหมาะกว่าครับ

อย่างไรก็ตาม สคัลพทราก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคนนะครับ

หลังทำต้องนวดวันละ 5 นาที ติดต่อกัน 2–3 วัน

และต้องรอผลหลายเดือน

จึงไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลเร็วครับ

แต่ถ้าต้องการ "รูปทรงที่เป็นธรรมชาติ"

สคัลพทรายังคงเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่เสมอครับ

คู่มือการเลือกฟิลเลอร์สะโพกหรือสคัลพทราตามประเภทของคนไข้





3 คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจเรื่องฟิลเลอร์สะโพกและสคัลพทรา

Q1. ทำไมออกกำลังกายแล้วยังเติมบริเวณนี้ไม่ได้คะ?

A. Hip Dip ส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานครับ

แม้จะพัฒนากล้ามเนื้อ Gluteus Medius มากแค่ไหน

บริเวณที่กระดูกเว้าเข้าไปตามธรรมชาตินั้น

กล้ามเนื้อก็ไม่สามารถปิดทับได้ครับ

นั่นคือเหตุผลที่คนไข้บางรายต้องการแก้ไขด้วยการทำหัตถการครับ

Q2. ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่อยู่ได้ต่างกันอย่างไรคะ?

A. เปรียบเทียบอย่างง่าย ฟิลเลอร์มีต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า

แต่สคัลพทรามีค่าใช้จ่ายต่อครั้งและอยู่ได้นานกว่าครับ

ถ้าคำนวณในระยะ 2 ปี

ค่าใช้จ่ายรวมอาจใกล้เคียงกัน

หรือบางกรณีสคัลพทราอาจคุ้มค่ากว่าด้วยซ้ำครับ

อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ต้องการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อประเมินที่แม่นยำครับ

Q3. ผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังมีอะไรบ้างคะ?

A. ฟิลเลอร์อาจมีรอยช้ำและอาการบวมบริเวณที่ฉีด

ประมาณ 3–7 วันครับ

สคัลพทราอาจรู้สึกมีก้อนเล็กๆ เวลาสัมผัสในช่วงแรก

ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนวดไม่สม่ำเสมอเพียงพอครับ

ทั้งสองหัตถการควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและซาวน่าเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังทำครับ

และเนื่องจากบริเวณนี้มีเส้นเลือดหนาแน่น จึงควรรับการรักษาจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์เท่านั้นครับ

แนะนำให้ปรึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำทุกครั้งครับ

บทความแนะนำ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

ภาพปกบทความเรื่องการจัดเวลาฉีดฟิลเลอร์สะโพกสำหรับผู้วางแผนมีบุตรบอดี้

วางแผนมีลูกอยู่ ควรเลื่อนฉีดฟิลเลอร์สะโพกไหม? เช็กก่อนตัดสินใจ

สำหรับคนที่วางแผนมีลูกแล้วลังเลเรื่องฟิลเลอร์สะโพก บทความนี้ชวนดูความเข้าใจผิดที่พบบ่อย และวิธีประเมินจากสถานการณ์ของตัวเองก่อนตัดสินใจค่ะ

ภาพปกอธิบายปัญหาต้นแขนหย่อนคล้อยกับ Onda คลื่นไมโครเวฟบอดี้

ต้นแขนหย่อนคล้อย Onda จัดการไขมันและความกระชับได้ไหม?

รวมข้อควรรู้เรื่องต้นแขนด้านในและด้านหลังที่หย่อนคล้อย ว่า Onda ซึ่งเป็นคลื่นไมโครเวฟเข้ามาช่วยดูแลทั้งไขมันและความกระชับได้อย่างไร และควรพิจารณาจุดไหนก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

Potenza RF Microneedling ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไปผิวหนัง

Potenza ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

ก่อนนัดครั้งถัดไปของ Potenza มีสัญญาณสามอย่างที่ผิวจะบอกว่าพร้อมแล้วหรือยัง ได้แก่ รอยแดงที่หายสนิท เนื้อผิวที่เริ่มกระชับขึ้น และความชุ่มชื้นที่คืนมา บทความนี้จะพาคุณอ่านสัญญาณเหล่านั้นและวางแผนโปรแกรมร่วมกับแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

หลักการทำงานของ Pico Toning ในการทะลายเม็ดสีในผิวผิวหนัง

Pico Toning ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

หลายคนเลือก Pico Toning โดยถามแค่ว่าใช้เครื่องยี่ห้อไหนและราคาเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วจำนวนครั้งและช่วงห่าง 4 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้งมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่คิดค่ะ

หลักการทำงานของ Fraxel Fractional Laser ที่สร้าง Micro Thermal Zones ในชั้นผิวผิวหนัง

Fraxel ทำเมื่อไหร่ถึงพอดี? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

Fraxel สร้างรูเล็ก ๆ ของความร้อนในผิวแล้วปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ผลที่เห็นจึงไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่ค่อย ๆ ปรากฏตามจังหวะที่คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้น การอ่านสัญญาณนี้ให้ถูกต้องคือกุญแจที่ทำให้ทุกครั้งคุ้มค่าค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors