ภาพหน้าปกแนะนำฮิปดิพฟิลเลอร์ ปริมาณที่เป็นธรรมชาติและงบประมาณ
รูปหน้าและวอลุ่ม

ฮิปดิพฟิลเลอร์ต้องฉีดเท่าไหร่ให้เป็นธรรมชาติ? เจาะลึกราคาและระยะเวลา

ฮิปดิพฟิลเลอร์เกิดจากโครงสร้างกระดูกสะโพก บทความนี้พาไปทำความเข้าใจปริมาณที่เหมาะสม ระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้ และปัจจัยที่กำหนดราคา พร้อมข้อควรระวังหลังทำ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 12 สิงหาคม 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยสังเกตไหมว่าบางคนมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ บริเวณสะโพกด้านข้าง ตรงจุดที่กระดูกเชิงกรานบรรจบกับกระดูกต้นขา รอยบุ๋มแบบนี้เรียกกันว่าฮิปดิพ (Hip Dip) และเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจเมื่อมองตัวเองในกระจกหรือสวมชุดรัดรูป

ฮิปดิพไม่ได้เกิดจากไขมันน้อยเสมอไป แต่มักมาจากโครงสร้างกระดูกและการกระจายตัวของกล้ามเนื้อกับไขมันที่แตกต่างกันในแต่ละคน การออกกำลังกายอย่างเดียวจึงอาจไม่สามารถเติมเต็มรอยบุ๋มนี้ได้ทั้งหมด และฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายคนสนใจ

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าฮิปดิพเกิดจากอะไร ควรใช้ปริมาณฟิลเลอร์เท่าไรจึงจะดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน อะไรเป็นตัวกำหนดราคา และควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำค่ะ

ฮิปดิพคืออะไร? ทำไมจึงเกิดรอยบุ๋มที่สะโพก

ฮิปดิพ (Hip Dip) คือรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นบริเวณด้านข้างสะโพก ตรงจุดที่กระดูกเชิงกราน (Pelvis) บรรจบกับกระดูกต้นขา (Femur) ผิวหนังบริเวณนี้จะถูกดึงเข้าด้านในเล็กน้อยตามแนวกระดูก ทำให้เกิดเป็นเส้นโค้งเว้าแทนที่จะเป็นเส้นตรงต่อเนื่องจากเอวไปถึงต้นขา

ลักษณะนี้เป็นเรื่องของโครงสร้างร่างกายโดยกำเนิด ไม่ได้บ่งบอกถึงน้ำหนักตัวหรือสัดส่วนไขมันเสมอไป บางคนที่ผอมมากหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ยังมีฮิปดิพได้ เพราะตำแหน่งของกระดูกเชิงกรานและกล้ามเนื้อสะโพกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ภาพแสดงตำแหน่งรอยบุ๋มฮิปดิพที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขา

ฟิลเลอร์เติมอะไร ตรงไหนของฮิปดิพ

สารที่นิยมใช้เติมเต็มฮิปดิพคือกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่ดึงน้ำเข้ามาสร้างปริมาตรและโครงสร้างรองรับ และจะค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อเวลาผ่านไป

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) บริเวณรอยบุ๋ม เพื่อเติมปริมาตรให้เส้นโค้งของสะโพกต่อเนื่องกันอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากฮิปดิพเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างและมีความลึกมากกว่าใบหน้า จึงมักใช้ฟิลเลอร์สูตรสำหรับร่างกายที่มีความหนืดสูงกว่าฟิลเลอร์หน้า

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีรอยบุ๋มบริเวณสะโพกจากโครงสร้างกระดูก และต้องการเส้นโค้งที่ต่อเนื่องมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อสะโพกแล้วแต่รอยบุ๋มยังคงเห็นชัดอยู่

อย่างไรก็ตาม อาจไม่เหมาะสำหรับบุคคลต่อไปนี้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้กรดไฮยาลูโรนิกหรือส่วนประกอบของฟิลเลอร์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

การประเมินความเหมาะสมที่แท้จริงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจร่างกายและซักประวัติก่อนทำหัตถการเสมอ

ปริมาณฟิลเลอร์ที่พอดี ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างไร

ฮิปดิพฟิลเลอร์ไม่มีตัวเลขซีซีที่ตายตัว เพราะปริมาณที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับความลึกของรอยบุ๋ม พื้นที่ทั้งสองข้าง และความต้องการของแต่ละบุคคล ฟิลเลอร์บริเวณใบหน้ามักพูดถึงในหน่วย 1-2 ซีซีต่อครั้ง แต่ฮิปดิพเป็นพื้นที่กว้างกว่ามาก จึงมักต้องใช้ปริมาณหลายซีซีต่อข้าง และเมื่อรวมทั้งสองข้างแล้วอาจมากกว่าฟิลเลอร์ใบหน้าหลายเท่า

สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติไม่ใช่ปริมาณที่มากที่สุด แต่เป็นการกระจายฟิลเลอร์ให้ขอบเขตกลมกลืนกับเส้นโค้งโดยรอบ หากเติมเฉพาะจุดบุ๋มให้นูนขึ้นมาเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ แพทย์จึงมักแนะนำแนวทางค่อยเป็นค่อยไป คือฉีดปริมาณหนึ่งก่อน รอให้เข้าที่ แล้วจึงประเมินว่าต้องการเพิ่มอีกหรือไม่

  • ท่ายืน — ดูภาพรวมความสมดุลของรอยบุ๋มเทียบกับสรีระทั้งหมด
  • ท่านั่ง — สังเกตความหนาและความรู้สึกเมื่อมีแรงกด
  • ท่าเดิน — ตรวจสอบว่าเส้นโค้งดูเป็นธรรมชาติขณะเคลื่อนไหวหรือไม่
ภาพแสดงแนวคิดการกระจายปริมาณฟิลเลอร์ให้ขอบเขตกลมกลืนเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน อะไรเป็นตัวกำหนดราคา

ฮิปดิพฟิลเลอร์ไม่ใช่หัตถการถาวร กรดไฮยาลูโรนิกจะค่อย ๆ สลายและถูกดูดซึมไปตามธรรมชาติของร่างกาย แต่เนื่องจากสะโพกไม่ใช่บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อยเหมือนกล้ามเนื้อใบหน้า ผลลัพธ์จึงมักรู้สึกว่าอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์หน้าในความรู้สึกของหลายคน ทั้งนี้ความเร็วในการสลายตัวมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลตัวเอง

ราคาของฮิปดิพฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และชนิดของฟิลเลอร์เป็นหลัก ยิ่งพื้นที่กว้างและรอยบุ๋มลึกมากเท่าไร ปริมาณที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้น และราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ราคาที่แน่นอนแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก จึงแนะนำให้ปรึกษาและรับการประเมินโดยตรงก่อนตัดสินใจ

หัวข้อฟิลเลอร์ใบหน้าฮิปดิพฟิลเลอร์
ปริมาณต่อครั้งประมาณ 1-2 ซีซีหลายซีซี ขึ้นอยู่กับพื้นที่
ความลึกที่ฉีดชั้นผิวหนังแท้และใต้ผิวหนังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
ความรู้สึกด้านความคงอยู่ค่อนข้างสั้นกว่าเคลื่อนไหวน้อยกว่า จึงรู้สึกอยู่ได้นานกว่า
ปัจจัยด้านราคาปริมาณและชนิดฟิลเลอร์ปริมาณ พื้นที่ และชนิดฟิลเลอร์

ผลข้างเคียงและสิ่งที่ควรสังเกตหลังทำ

เนื่องจากฮิปดิพฟิลเลอร์ฉีดในพื้นที่กว้าง ช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำจึงอาจมีปฏิกิริยาเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายไปเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม

  • บวมหรือรู้สึกหนักบริเวณที่ฉีด — มักลดลงภายในไม่กี่วัน
  • รอยช้ำจาง ๆ — พบได้บ่อยและมักจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์
  • รู้สึกกดทับเวลานั่ง — ในช่วงแรกควรลดการนั่งเป็นเวลานานเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น

ในช่วงที่ฟิลเลอร์กำลังเข้าที่ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายช่วงล่างที่หนักหน่วง การอบซาวน่าหรือประคบร้อน และท่านั่งที่กดทับเป็นเวลานานสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที

  • บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้างใดข้างหนึ่ง หรือปวดรุนแรงขึ้น
  • ผิวเปลี่ยนเป็นสีซีดหรือคล้ำร่วมกับอาการปวด — อาจเป็นสัญญาณเกี่ยวกับหลอดเลือด ควรติดต่อแพทย์ทันที
  • มีรอยแดงลามพร้อมความรู้สึกร้อนบริเวณนั้น — เป็นสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ

บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ความเหมาะสมในการทำหัตถการและปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้ตรวจโดยตรง

ภาพแสดงอาการที่พบได้บ่อยและสัญญาณที่ควรสังเกตหลังฉีดฮิปดิพฟิลเลอร์

สรุป

ฮิปดิพฟิลเลอร์ไม่มีปริมาณที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความลึกของรอยบุ๋ม พื้นที่ และเป้าหมายของแต่ละคน สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติไม่ใช่ปริมาณที่มากที่สุด แต่คือการกระจายให้ขอบเขตกลมกลืนกับเส้นโค้งโดยรอบ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ

Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องฮิปดิพฟิลเลอร์อย่างใกล้ชิด หากคุณกำลังกังวลเรื่องรอยบุ๋มที่สะโพกและอยากได้เส้นโค้งที่เป็นธรรมชาติ ทักแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฮิปดิพฟิลเลอร์ควรฉีดให้เต็มในครั้งเดียวเลยไหม

หากรอยบุ๋มลึกหรือมีพื้นที่กว้าง แพทย์มักแนะนำให้แบ่งฉีดเป็นหลายครั้งมากกว่าฉีดปริมาณมากในครั้งเดียว เพราะเมื่อดูผลลัพธ์ของปริมาณแรกที่เข้าที่แล้ว จะช่วยให้ปรับความสมดุลของทั้งสองข้างและความกลมกลืนของขอบเขตได้ง่ายขึ้น จำนวนครั้งที่เหมาะกับคุณควรปรึกษาในวันตรวจค่ะ

Q2. ออกกำลังกายอย่างเดียวช่วยฮิปดิพได้ไหม

การฝึกกล้ามเนื้อสะโพกช่วยเพิ่มปริมาตรโดยรอบ ทำให้รอยบุ๋มดูตื้นขึ้นได้ในบางคน แต่เนื่องจากฮิปดิพส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างกระดูก การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเติมเต็มได้ทั้งหมด หากปัจจัยด้านโครงสร้างมีผลมาก การเสริมด้วยฟิลเลอร์อาจช่วยได้ค่ะ

Q3. เมื่อผลลัพธ์จางลง รูปทรงจะยุบลงทันทีไหม

กรดไฮยาลูโรนิกจะค่อย ๆ สลายตัวไปตามเวลา ไม่ได้หายไปในทันที รูปทรงจึงมักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ มากกว่าจะยุบลงกะทันหัน เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มจางลง สามารถประเมินร่วมกับแพทย์ว่าต้องการเติมเพิ่มหรือไม่ค่ะ

Q4. หลังทำสามารถนั่งหรือออกกำลังกายตามปกติได้เมื่อไหร่

กิจกรรมเบา ๆ ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ทำได้ทันที แต่ควรลดการนั่งกดทับเป็นเวลานาน การออกกำลังกายช่วงล่างที่หนักหน่วง และการอบซาวน่าไปสักระยะหนึ่ง การลดแรงกดและความร้อนในช่วงแรกจะช่วยให้บวมยุบเร็วขึ้น ควรสอบถามกำหนดการที่แน่นอนกับแพทย์ผู้ทำหัตถการค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนคล้อยจริงไหม?

หลายคนอยากแก้ฟิลเลอร์ที่ไม่พอใจ แต่กลัวว่าสลายแล้วผิวจะยืดหย่อนกว่าเดิม บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรเป็นแค่ช่วงชั่วคราวไม่กี่วัน

ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วจะเคี้ยวข้าวลำบากไหม?

หลายคนอยากปรับกรอบหน้าให้เรียวขึ้น แต่กลัวว่าฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วแรงเคี้ยวจะหายไปจนกินข้าวไม่ได้ บทความนี้รวมตัวเลขจากงานวิจัยว่าแรงกัดลดลงเท่าไร ช่วงไหนรู้สึกมากที่สุด และกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

บทความล่าสุด

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors