หนังตาตก เทอร์มาจรอบดวงตาช่วยได้แค่ไหน?
ตั้งแต่สาเหตุที่ผิวรอบดวงตาบางและตกง่าย ไปจนถึงวิธีการทำงานของเทอร์มาจรอบดวงตาและระยะเวลาที่เห็นผล


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เวลาส่องกระจกแล้วเห็นริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาเพิ่มขึ้น หรือรู้สึกว่าใต้ตาเริ่มหย่อนคล้อย ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "บริเวณนี้กระชับได้ไหมนะ" ครับ ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางที่สุดบนใบหน้า ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าบริเวณอื่น แล้วเทอร์มาจรอบดวงตาจะช่วยจัดการได้แค่ไหน?
> บทความนี้รวบรวมข้อมูลการรักษาจากคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ตอบสั้นๆ คือ เทอร์มาจรอบดวงตาใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF)* กระตุ้นคอลลาเจนบริเวณรอบดวงตาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นครับ ไม่ใช่การตัดผิวหนังที่หย่อนออก แต่เป็นการช่วยให้คอลลาเจนใหม่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากภายใน ดังนั้นผลลัพธ์จึงใช้เวลาปรากฏให้เห็น
คลื่นวิทยุ (RF)*: พลังงานที่ส่งความร้อนเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เรียกอีกอย่างว่า Radio Frequency ครับ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่า
· ทำไมผิวรอบดวงตาถึงหย่อนคล้อยได้เร็ว
· เทอร์มาจรอบดวงตาทำงานอย่างไร
· ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล
· ข้อควรระวังสำหรับการรักษาบริเวณรอบดวงตา
ทำไมผิวรอบดวงตาถึงหย่อนคล้อยได้เร็ว?
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางที่สุดบนใบหน้าครับ กล้ามเนื้อแสดงอารมณ์เคลื่อนไหวบ่อย และชั้นคอลลาเจนก็บางกว่าบริเวณอื่น ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ และอาการหย่อนคล้อยปรากฏให้เห็นเร็วกว่าส่วนอื่นของใบหน้า
นั่นเป็นเหตุผลที่หลายคนเริ่มกังวลบริเวณรอบดวงตาก่อนส่วนอื่น แม้จะเป็นความเสื่อมตามวัยเหมือนกันครับ แต่เพราะผิวบริเวณนี้บางและไวต่อการระคายเคือง วิธีการดูแลจึงสำคัญมาก
เทอร์มาจรอบดวงตาทำงานอย่างไร?
เทอร์มาจรอบดวงตาเป็นหัตถการที่ส่งความร้อนจากคลื่นวิทยุ (RF) เข้าสู่ผิวรอบดวงตาเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนครับ ไม่ใช่การดึงหรือตัดผิวหนัง แต่เป็นการช่วยให้คอลลาเจนใหม่ค่อยๆ เติมเต็มจากภายใน
จากข้อมูลความยืดหยุ่นของผิวจากสมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) ระบุว่า หัตถการคลื่นวิทยุ (RF) ทำงานโดยการวางอุปกรณ์บนผิวและส่งความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นในเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กล่าวคือ หลักการสำคัญคือการ "ปลุก" คอลลาเจนด้วยความร้อนครับ
ผลลัพธ์จะเห็นได้เมื่อไหร่?
หัตถการประเภทกระตุ้นคอลลาเจน เช่น เทอร์มาจ จะไม่เห็นผลทันทีหลังทำครับ แต่ต้องอาศัยเวลา การประเมินผลควรมองเป็นช่วงหลายเดือน ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน
ข้อมูลจาก AAD ข้างต้นระบุว่า หลังทำอาจรู้สึกตึงขึ้นเล็กน้อย แต่เนื่องจากคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะปรากฏในราว 6 เดือน และผลจะคงอยู่ประมาณ 2–3 ปี นอกจากนี้ ข้อมูลการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดจากสมาคมศัลยกรรมผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) ก็ระบุเช่นกันว่า หัตถการประเภทกระตุ้นคอลลาเจนโดยทั่วไปใช้เวลา 3–6 เดือนกว่าผลจะเต็มที่ครับ
ข้อควรระวังเมื่อทำบริเวณรอบดวงตา
เนื่องจากผิวรอบดวงตาบางและไวต่อการระคายเคือง แม้จะเป็นคลื่นวิทยุ (RF) เหมือนกัน แต่การใช้งานบริเวณรอบดวงตาต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษครับ ข้อมูลการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดจาก ASDS ยังระบุด้วยว่า บริเวณใบหน้ารวมถึงหนังตาอาจเป็นบริเวณที่รักษาได้ แต่ควรประเมินสภาพผิวก่อนดำเนินการ
ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะทำบริเวณรอบดวงตาหรือไม่ และจะตั้งระดับพลังงานไว้ที่เท่าไหร่ จึงขึ้นอยู่กับความหนาของผิวและระดับการหย่อนคล้อยของแต่ละคนครับ ควรตรวจสอบสภาพผิวของตัวเองก่อน แล้วจึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ดูสภาพผิวรอบดวงตาก่อนเสมอ
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ไม่ได้แนะนำแบบเหมารวมว่า "รอบดวงตาทำเทอร์มาจครั้งเดียวก็พอ" ครับ แต่เราให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความหนาของผิวและระดับการหย่อนคล้อยรอบดวงตาเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะแม้จะเป็นปัญหารอบดวงตาเหมือนกัน วิธีการที่เหมาะสมก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักคือริ้วรอยเล็กๆ หรืออาการหย่อนคล้อย
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปครับ ดังนั้นความเหมาะสมและระดับพลังงานที่เหมาะกับผิวรอบดวงตาของคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ คลินิกของเราอยู่ในระยะเดินจากสถานีฮับจอง หากอยากแวะมาตรวจสภาพผิวรอบดวงตาก่อนตัดสินใจ ก็สามารถแวะมาได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. เทอร์มาจรอบดวงตาทำให้ผิวตึงขึ้นชัดเจนเลยไหม?
A. เนื่องจากไม่ใช่การตัดผิวที่หย่อนออก แต่เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ผลลัพธ์จึงค่อยๆ ปรับดีขึ้นทีละน้อย ไม่ได้ตึงขึ้นทันทีในครั้งเดียวครับ และขอบเขตการเปลี่ยนแปลงก็แตกต่างกันมากตามสภาพผิวเดิมของแต่ละคน
Q. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
A. หลังทำอาจรู้สึกตึงขึ้นเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนโดยทั่วไปจะใช้เวลา 3–6 เดือนจึงจะเต็มที่ครับ ตามข้อมูลอ้างอิง ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะปรากฏในราว 6 เดือน
Q. ผิวรอบดวงตาบางมาก ทำได้ไหม?
A. เพราะผิวรอบดวงตาบางและไวต่อการระคายเคือง จึงต้องกำหนดระดับพลังงานและความเหมาะสมในการรักษาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง
Q. ผลจะอยู่นานแค่ไหน?
A. ตามข้อมูลอ้างอิง ผลจากหัตถการคลื่นวิทยุ (RF) โดยทั่วไปจะคงอยู่ประมาณ 2–3 ปีครับ อย่างไรก็ตาม อาจมีความแตกต่างตามการดูแลผิวและอัตราการเสื่อมตามวัยของแต่ละคน








