ภาพแสดงสาเหตุขมับตอบและวิธีเติมวอลุ่มให้ดูอิ่มเป็นธรรมชาติ
รูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับตอบ ขมับยุบ เกิดจากอะไร? เจาะลึกวิธีเติมวอลุ่มขมับ

ขมับตอบหรือขมับยุบไม่ได้เกิดจากการผอมลงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความชราของใบหน้าที่เกิดขึ้นเป็นชั้น ๆ บทความนี้อธิบายวิธีเติมวอลุ่มและเกณฑ์เปรียบเทียบอย่างเข้าใจง่าย

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า บริเวณขมับดูตอบลงจนใบหน้าดูเหนื่อยล้ากว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่ไม่ได้ผอมลงเลย แต่มองด้านข้างกลับเห็นว่าขมับยุบ พอใส่แว่นก็เหมือนมีเงาตกกระทบ ทำให้ดูอายุมากขึ้นได้ง่าย เรื่องแบบนี้เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลใจ เพราะมันค่อย ๆ บั่นทอนความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว

แต่ความจริงแล้ว การที่ขมับตอบไม่ได้เกิดจากไขมันที่ลดลงเพียงอย่างเดียว หากแต่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับวิธีที่ใบหน้าค่อย ๆ เข้าสู่วัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจน (Collagen) ในผิวจะลดลง ไขมันใต้ผิวเคลื่อนตำแหน่ง และโครงกระดูกก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย การดูแลด้วยครีมหรือการนวดเองจึงช่วยได้เพียงระดับผิวเผิน ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ลึกลงไป

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าขมับตอบเกิดจากอะไรผ่านโครงสร้างความชราของใบหน้าเป็นชั้น ๆ วิธีเติมวอลุ่มมีทางเลือกแบบไหนบ้าง และควรใช้เกณฑ์อะไรในการเปรียบเทียบ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแล เพื่อให้คุณเข้าใจสภาพของตัวเองและเตรียมตัวก่อนเข้าปรึกษา ไปดูกันเลย

ขมับตอบเกิดจากอะไร? มองผ่านความชราของใบหน้าเป็นชั้น

การที่ขมับยุบลงไม่ได้มาจากการที่ไขมันหายไปเท่านั้น แต่เป็นผลจากการที่ใบหน้าเข้าสู่วัยที่มากขึ้นพร้อมกันในหลายชั้น จากเอกสารทางการแพทย์ที่แบ่งความชราของใบหน้าออกเป็นชั้นผิว ไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูก อธิบายว่าเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะลดลง กลุ่มไขมัน (Fat Compartment) สูญเสียตำแหน่งเดิม และแม้แต่กระดูกก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทำให้โครงสร้างที่ค้ำใบหน้าโดยรวมอ่อนแอลง ขมับจึงเป็นหนึ่งในบริเวณที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงออกให้เห็นได้ชัดจากภายนอก

ชั้นหนังแท้ (Dermis) คือชั้นผิวใต้หนังกำพร้า ทำหน้าที่กักเก็บคอลลาเจนและความชุ่มชื้น ช่วยพยุงความยืดหยุ่นและวอลุ่มของผิว ส่วนกลุ่มไขมัน (Fat Compartment) คือบริเวณที่ไขมันบนใบหน้าถูกแบ่งเป็นช่อง ๆ เมื่ออายุมากขึ้นช่องเหล่านี้จะเล็กลงหรือหย่อนลง จนเกิดเป็นร่องบนใบหน้า

ด้วยเหตุนี้ การมองว่าขมับตอบมาจากสาเหตุเดียวจึงไม่แม่นยำนัก แต่ควรมองว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงหลายชั้นที่ซ้อนกัน และเมื่อจะเลือกวิธีเติมวอลุ่ม การคิดควบคู่ไปด้วยว่าจะเติมอะไรในชั้นไหน ก็ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

ภาพแสดงความชราของใบหน้าเป็นชั้นทั้งผิว ไขมัน และกระดูกที่ทำให้ขมับตอบ

วิธีเติมวอลุ่มขมับมีทางเลือกแบบไหนบ้าง

โดยทั่วไป วิธีเติมวอลุ่มให้ขมับสามารถแบ่งออกได้เป็นสามแนวทางหลัก ได้แก่ การเติมเข้าไปโดยตรง การกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง และการย้ายไขมันของตัวเอง จากงานวิจัยติดตามผลระยะยาวที่คืนวอลุ่มให้กับกลุ่มไขมันบริเวณขมับ รายงานว่าเมื่อเติมปริมาตรให้กับบริเวณที่ยุบลง ความตอบของขมับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผลลัพธ์ยังคงอยู่ได้ค่อนข้างนาน

ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) มีจุดเด่นตรงที่เติมปริมาตรได้ทันทีและเห็นผลได้เลย ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่างฟิลเลอร์ Ellansé ที่ทำจาก PCL จะค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวเติมเต็มขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป ขณะที่การฉีดไขมันตัวเองจะย้ายไขมันของเราไปเพื่อสร้างวอลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็เป็นหัตถการที่มีขนาดใหญ่กว่า การเลือกว่าแบบไหนเหมาะกับใครนั้นขึ้นอยู่กับระดับความยุบ ระยะเวลาที่อยากให้คงอยู่ และเวลาที่พร้อมสำหรับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

วิธีจุดเด่นสิ่งที่ควรพิจารณา
ฟิลเลอร์ HAเติมปริมาตรทันที เห็นผลได้เลยเมื่อเวลาผ่านไปมักถูกดูดซึมไปตามธรรมชาติ
สารกระตุ้นคอลลาเจนค่อย ๆ เติมเต็ม เน้นความคงอยู่ผลลัพธ์ปรากฏช้ากว่าแบบเติมตรง
การฉีดไขมันตัวเองได้วอลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติขนาดหัตถการและภาระการฟื้นตัวมากกว่า
ภาพแสดงสามแนวทางในการเติมวอลุ่มขมับ

เปรียบเทียบสารเติมวอลุ่ม ควรดูจากเกณฑ์อะไร

เมื่อต้องเปรียบเทียบสารที่ใช้เติมวอลุ่ม การดูสามเรื่องควบคู่กันจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นั่นคือ เห็นผลเร็วแค่ไหน อยู่ได้นานแค่ไหน และย้อนกลับได้หรือไม่ กรดไฮยาลูโรนิกมีจุดเด่นที่เห็นผลเร็วและสามารถสลายออกได้หากจำเป็น ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนจะค่อย ๆ เติมเต็มแทน โดยเน้นความคงอยู่ที่ยาวนานกว่า

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่ามีสารตัวใดดีกว่ากันแบบตายตัว แต่อยู่ที่ว่าสารแบบไหนเหมาะกับระดับความยุบและตารางชีวิตของคุณมากกว่า เพราะคนที่อยากเห็นผลไว อยากให้คงอยู่นาน และมีเวลาพักฟื้นต่างกัน ก็จะเลือกไม่เหมือนกัน การกำหนดลำดับความสำคัญของตัวเองก่อนจึงสมเหตุสมผลกว่าการเชื่อตามคำโฆษณา

ภาพแสดงเกณฑ์เปรียบเทียบสารเติมวอลุ่มด้านความเร็ว ความคงอยู่ และการย้อนกลับ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำหัตถการขมับ

ขมับเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน การเลือกว่าจะเติมอะไรในชั้นไหนและปริมาณเท่าไรจึงมีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ การตรวจดูระดับความยุบและความสมดุลของใบหน้าก่อน แล้วจึงกำหนดชนิดของสารและปริมาณร่วมกัน จึงช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น

หลังทำหัตถการ อาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักค่อย ๆ หายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และควรเว้นระยะจากกิจกรรมสำคัญไว้สักหน่อย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลเปิดบริเวณขมับ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของสารเติมเต็ม
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย

เนื่องจากขมับเป็นบริเวณที่ความปลอดภัยสำคัญเป็นพิเศษ จึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความเข้าใจด้านกายวิภาคอย่างเพียงพอในคลินิกที่ได้มาตรฐาน

สิ่งที่ควรประเมินไว้ก่อนเข้าปรึกษา

ก่อนเข้าปรึกษา ลองส่องกระจกดูว่าขมับของคุณยุบลงมากน้อยแค่ไหน และเมื่อมองจากด้านข้างให้ความรู้สึกอย่างไร การกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าอยากเห็นผลเร็วหรืออยากให้คงอยู่นาน จะช่วยให้การปรึกษาราบรื่นขึ้นมาก

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก และยังขึ้นอยู่กับระดับความยุบ ชนิดของสาร และปริมาณที่ใช้ด้วย จึงไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบร่วมกันว่าวิธีนั้นเหมาะกับสภาพของคุณจริงหรือไม่ ทั้งนี้ความเหมาะสมเฉพาะบุคคลควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ที่ตรวจจริงเสมอ

สรุป

ขมับตอบไม่ได้เกิดจากการผอมลง แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงหลายชั้นที่ซ้อนกัน ทั้งคอลลาเจน ไขมัน และกระดูก วิธีเติมวอลุ่มมีทั้งฟิลเลอร์ HA ที่เติมได้ทันที สารกระตุ้นคอลลาเจนที่ค่อย ๆ เติมเต็ม และการฉีดไขมันตัวเองที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ซึ่งแต่ละแบบต่างกันที่ความเร็ว ความคงอยู่ และการย้อนกลับได้ อย่างไรก็ตาม ขมับเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน จึงมีความเสี่ยงร่วมด้วย และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องขมับตอบหรือขมับยุบที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า สามารถแอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ขมับตอบเกิดจากการผอมลงใช่ไหม?

ไม่ได้เกิดจากการผอมลงอย่างเดียว แต่ใกล้เคียงกับผลของความชราของใบหน้ามากกว่า เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ลดลง กลุ่มไขมันเล็กลง และกระดูกก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำให้โครงสร้างที่ค้ำอ่อนแอลง ขมับจึงเป็นบริเวณที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดค่ะ

Q2. เติมวอลุ่มขมับแล้วหน้าเปลี่ยนเยอะไหม?

ขมับเป็นบริเวณที่เติมเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ใบหน้าด้านข้างดูเปลี่ยนไปได้ แต่หากเติมมากเกินไปอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงควรปรับปริมาณโดยดูความสมดุลของใบหน้าทั้งหมด ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ

Q3. ระหว่าง HA กับสารกระตุ้นคอลลาเจน แบบไหนดีกว่ากัน?

ไม่ได้มีแบบใดดีกว่าแบบตายตัว แต่ต่างกันที่จุดประสงค์ กรดไฮยาลูโรนิกเห็นผลเร็วและสลายออกได้ ส่วนสารกระตุ้นคอลลาเจนค่อย ๆ เติมเต็มแต่เน้นความคงอยู่ แนะนำให้เลือกตามลำดับความสำคัญของตัวเองค่ะ

Q4. หัตถการเติมขมับอันตรายไหม?

ขมับเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาททอดผ่าน การเลือกชั้นและปริมาณจึงมีผลต่อความปลอดภัย หลังทำอาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ จึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจด้านกายวิภาคเพียงพอค่ะ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงเปรียบเทียบฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน Ellanse กับ Radiesseรูปหน้าและวอลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse และ Radiesse ต่างก็เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน แต่ส่วนประกอบและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปดูความต่างเพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ภาพปกอธิบายลำดับการทำ Juvelook Volume คู่กับ Rejuranรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume คู่กับ Rejuran ทำอะไรก่อนดี? จัดลำดับให้เข้าใจง่าย

Juvelook Volume ช่วยเติมโครงหน้าที่ยุบ ส่วน Rejuran ดูแลผิวจากข้างใน บทความนี้จะพาไปดูว่าถ้าทำทั้งคู่ ควรเริ่มจากอะไรก่อน เว้นระยะยังไง และแบ่งจุดแบบไหน

ภาพปกอธิบายว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วลดน้ำหนัก วอลลุ่มจะหายไหม?

หลายคนกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้วถ้าลดน้ำหนัก วอลลุ่มที่เติมไว้จะยุบตามไปด้วยไหม บทความนี้จะพาไปดูความจริงและวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่สวยค่ะ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors