ภาพหน้าปกอธิบายความต่างระหว่างริ้วรอยจากสีหน้าและริ้วรอยจากวัย
ผิวหนัง

ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและริ้วรอยจากวัยต่างกันอย่างไร

ริ้วรอยแบบไดนามิกที่เกิดจากการแสดงสีหน้า กับริ้วรอยแบบสแตติกที่ค่อย ๆ ฝังตัวตามวัย ต่างกันอย่างไร และทำไมแนวทางการดูแลจึงแยกกัน มาดูกันค่ะ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 2 กรกฎาคม 2026
6นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

หลายคนอาจสงสัยว่า ริ้วรอยที่ปรากฏตอนยิ้มบริเวณหางตา กับร่องแก้มที่ยังเห็นแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า ทั้งที่เรียกว่าริ้วรอยเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงไหน ริ้วรอยมีทั้งแบบที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสีหน้า และแบบที่ค่อย ๆ ถูกฝังตัวตามกาลเวลา ซึ่งที่มาของแต่ละแบบก็แตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ

บทความนี้จะอธิบายว่าริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า (แบบไดนามิก) และริ้วรอยจากวัย (แบบสแตติก) เกิดจากอะไร มีกลไกที่ต่างกันอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่ทำให้แนวทางการดูแลแยกกัน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมก่อนตัดสินใจนะคะ

ริ้วรอยแบบไดนามิกและแบบสแตติกต่างกันอย่างไร

โดยรวมแล้ว ริ้วรอยสามารถแบ่งได้เป็นริ้วรอยแบบไดนามิก (จากการแสดงสีหน้า) ที่ปรากฏเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า และริ้วรอยแบบสแตติก (จากวัย) ที่มองเห็นได้แม้ในขณะที่ใบหน้านิ่ง แบบแรกจะปรากฏเมื่อยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเคลื่อนไหวสีหน้า ส่วนแบบหลังจะเห็นเป็นร่องที่ค่อนข้างคงที่บนผิวหนังค่ะ

ริ้วรอยสองแบบนี้ไม่ได้แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง แต่มีความต่อเนื่องกัน เพราะในวัยที่ยังสาว ริ้วรอยแบบไดนามิกที่หายไปเมื่อคลายสีหน้า อาจค่อย ๆ กลายเป็นริ้วรอยแบบสแตติกที่ยังคงอยู่แม้ไม่ได้ขยับใบหน้าเมื่ออายุมากขึ้น ก่อนอื่น เรามาดูที่มาของแต่ละแบบกันก่อนนะคะ

กลไกการเกิดริ้วรอยแบบไดนามิก (จากการแสดงสีหน้า)

ริ้วรอยแบบไดนามิกเชื่อว่าเกิดจากการที่กล้ามเนื้อใบหน้าหดตัวซ้ำ ๆ จนผิวหนังถูกพับเข้าหากัน ริ้วรอยยิ้มบริเวณหางตา ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หรือริ้วรอยแนวขวางบนหน้าผาก ล้วนเป็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด มีรายงานการศึกษาที่ระบุว่า การเคลื่อนไหวของสีหน้าและการกระจายตัวของริ้วรอยมีความเกี่ยวข้องกัน และการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ มีส่วนในการเกิดริ้วรอย (รายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของสีหน้าและการเกิดริ้วรอย) โดยปัจจัยหลักที่มักถูกกล่าวถึงมีดังนี้ค่ะ

  • การหดตัวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อใบหน้าจนผิวถูกพับเข้าหากัน
  • การแสดงสีหน้าที่ติดเป็นนิสัย เช่น การยิ้มหรือการขมวดคิ้ว
  • การเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นของผิวจนคืนตัวได้ยากขึ้น
ภาพแสดงว่าริ้วรอยแบบไดนามิกเกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

กลไกการเกิดริ้วรอยแบบสแตติก (จากวัย)

ริ้วรอยแบบสแตติกหมายถึงภาวะที่การเปลี่ยนแปลงภายในผิวหนังสะสมขึ้นตามกาลเวลา จนกลายเป็นร่องที่ยังคงอยู่แม้ในขณะที่ใบหน้านิ่ง โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการที่เนื้อเยื่ออย่างคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งช่วยพยุงความยืดหยุ่นของผิว ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป จนความเต่งตึงและแรงคืนตัวของผิวลดลงค่ะ

นอกจากนี้ ผลกระทบจากแสงแดด ความแห้ง และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็เป็นเงื่อนไขที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงของผิวดำเนินไป เมื่อริ้วรอยแบบไดนามิกเกิดซ้ำ ๆ รอยพับก็อาจฝังตัวและเปลี่ยนไปเป็นริ้วรอยแบบสแตติกได้ ทั้งสองแบบจึงไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อย่างสมบูรณ์ การรับรู้และลักษณะที่ปรากฏแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ได้ดำเนินไปเหมือนกันในทุกคนนะคะ

ภาพแสดงว่าริ้วรอยแบบสแตติกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในผิว

เหตุผลที่แนวทางการดูแลแยกกัน

เนื่องจากริ้วรอยแบบไดนามิกและแบบสแตติกมีที่มาต่างกัน แนวคิดในการดูแลจึงแยกกันไปด้วย ริ้วรอยแบบไดนามิกเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ จึงอาจมีการพิจารณาแนวทางที่ทำงานกับการเคลื่อนไหวนั้นโดยตรง ส่วนริ้วรอยแบบสแตติกมีการเปลี่ยนแปลงภายในผิวเป็นพื้นหลัง จึงมักพิจารณาการดูแลในทิศทางที่ช่วยพยุงความเต่งตึงและความยืดหยุ่นของผิว มีรายงานการศึกษาที่พยายามมองภาพสามมิติว่ากล้ามเนื้อใดเคลื่อนไปในทิศทางใดจนนำไปสู่ริ้วรอย ซึ่งสะท้อนว่าริ้วรอยแต่ละชนิดมีที่มาต่างกัน (รายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าและการขยับของผิว) อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ริ้วรอยทั้งสองแบบมักปรากฏปะปนกัน การพิจารณาให้เหมาะกับสภาพของแต่ละคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรตัดสินด้วยตนเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางตามบริเวณและสภาพผิว จะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างที่พอใจค่ะ

ภาพแสดงความเสี่ยงและข้อควรระวังในการดูแลริ้วรอย

ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง

การดูแลริ้วรอยมีหลายวิธี ทั้งการรับประทาน การใช้ภายนอก และหัตถการ ซึ่งบางวิธีอาจทำให้เกิดรอยแดง อาการบวม หรือรอยช้ำได้ ลักษณะของปฏิกิริยาและการรับรู้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน เพื่อดูว่าเหมาะกับสภาพผิวของตนเองหรือไม่จึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

นอกจากนี้ การแยกแยะชนิดและสภาพของริ้วรอยด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยาก หากมีริ้วรอยแบบไดนามิกและแบบสแตติกปะปนกัน ก็ต้องอาศัยการประเมินว่าจะดูแลจุดใดอย่างไร หากรู้สึกกังวล ไม่ควรฝืนจัดการเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการหรือแพทย์ผิวหนังเพื่อความสบายใจ การเปลี่ยนแปลงบางอย่างต้องใช้เวลา การค่อย ๆ ติดตามดูโดยไม่รีบร้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ค่าใช้จ่ายและวิธีการแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก รายละเอียดควรสอบถามในวันที่เข้าปรึกษานะคะ

สรุป

ริ้วรอยแบบไดนามิก (จากการแสดงสีหน้า) เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า ส่วนริ้วรอยแบบสแตติก (จากวัย) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในผิวหนัง ความต่างของที่มานี้จึงนำไปสู่แนวทางการดูแลที่แยกกัน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ริ้วรอยทั้งสองแบบมักปรากฏปะปนกัน การพิจารณาให้เหมาะกับสภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่กังวลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างที่พอใจค่ะ

หากคุณสงสัยว่าริ้วรอยของตนเองเป็นชนิดใด หรือควรดูแลด้วยแนวทางไหน ที่คลินิก BeautyStone ย่านฮงแด–ฮับจอง กรุงโซล เรายินดีให้คำปรึกษาผ่าน LINE หากกังวลว่าจะรับมือกับริ้วรอยแบบใดอย่างไร สามารถสอบถามเข้ามาได้นะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ริ้วรอยไดนามิกกับสแตติกต่างกันอย่างไร?

ริ้วรอยไดนามิกเกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น ยิ้มหรือขมวดคิ้ว ส่วนริ้วรอยสแตติกยังคงเห็นได้แม้ใบหน้านิ่ง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสะสมของคอลลาเจนและอีลาสตินตามกาลเวลาค่ะ

Q2. ริ้วรอยไดนามิกจะกลายเป็นริ้วรอยสแตติกได้ไหม?

ได้ค่ะ ริ้วรอยไดนามิกที่เกิดซ้ำๆ ตามกาลเวลาอาจค่อยๆ ฝังตัวกลายเป็นริ้วรอยสแตติกที่ยังคงอยู่แม้ไม่ได้ขยับใบหน้า

Q3. ริ้วรอยแต่ละแบบดูแลต่างกันอย่างไร?

ริ้วรอยไดนามิกมักดูแลด้วยการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ส่วนริ้วรอยสแตติกมักต้องอาศัยการกระตุ้นคอลลาเจนหรือเติมเต็มโครงสร้างผิว แนวทางจึงแตกต่างกันตามสาเหตุค่ะ

Q4. จะรู้ได้อย่างไรว่าริ้วรอยของตัวเองเป็นแบบไหน?

สังเกตได้จากตอนที่ใบหน้านิ่ง หากยังเห็นร่องชัดเจนแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า มักเป็นริ้วรอยสแตติก แต่การประเมินที่แม่นยำควรให้แพทย์ตรวจดูสภาพผิวโดยตรงค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors