ทำ Sedation แล้วรู้สึกยังไง และหลังตื่นต้องระวังอะไรบ้าง
ความรู้สึกระหว่างหลับ อาการปกติหลังตื่น และสัญญาณที่ควรแจ้งทันที
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· Sedation มุ่งให้หลับและลดความวิตกกังวล ไม่ได้ตัดสัญญาณความเจ็บโดยตรงค่ะ
· หลายคนรู้สึกเหมือนหลับตื้น ได้ยินเสียงเลือนราง แต่มักจำรายละเอียดไม่ได้หลังตื่น
· ช่วงพักฟื้นประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง อาการมึนงง ง่วงซึม หรือคลื่นไส้เล็กน้อยพบได้และมักหายเอง
· วันที่ทำไม่ควรขับรถเอง ควรมีคนไปด้วย และงดแอลกอฮอล์ ผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ตอบคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดก่อนนะคะ ความรู้สึกระหว่างทำ Sedation ของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่การหมดสติไปเลย แต่เป็นเหมือนหลับตื้น ๆ อาจได้ยินเสียงรอบตัวเบา ๆ หรือรู้สึกถึงบางสัมผัสอยู่บ้าง แต่พอตื่นขึ้นมามักจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เพราะยาบางชนิดในกลุ่มนี้มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างความจำระหว่างทำหัตถการ
ที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือ Sedation มีเป้าหมายหลักคือทำให้หลับและลดความวิตกกังวล ไม่ใช่การตัดสัญญาณความเจ็บโดยตรงค่ะ บทความนี้จะเล่าตามลำดับเวลา ตั้งแต่ความรู้สึกระหว่างหลับ ทำไมบางจังหวะยังรู้สึกได้ ชั่วโมงแรกหลังตื่นว่าอะไรคืออาการปกติ สัญญาณที่ควรแจ้งทันที และสิ่งที่ควรงดในวันนั้น ความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
ระหว่างหลับ รู้สึกอย่างไร
ยาสลบแบบหลับ หรือที่หลายคลินิกเรียกว่า Sedation คือการให้ยากลุ่มระงับประสาท เช่น มิดาโซแลม หรือโพรโพฟอล เข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อลดระดับความรู้สึกตัวและพาคนไข้เข้าสู่ภาวะคล้ายหลับค่ะ
จุดที่ต่างจากการดมยาสลบแบบเต็มตัวคือ Sedation ไม่ได้มุ่งให้กล้ามเนื้อคลายตัวทั้งหมด หรือทำให้หมดความรู้สึกตัวอย่างสมบูรณ์ แต่เน้นลดความวิตกกังวล ความกลัว และความจำเกี่ยวกับช่วงเวลานั้น พูดง่าย ๆ คือทำให้ผ่อนคลายและจำรายละเอียดได้น้อยลง
เพราะฉะนั้นคำอธิบายที่ตรงที่สุดสำหรับความรู้สึกระหว่างทำ คือหลับตื้นแล้วเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด บางคนบอกว่าเหมือนงีบไปแป๊บเดียว บางคนจำได้ว่ามีเสียงคุยกันอยู่ไกล ๆ ทั้งสองแบบเป็นเรื่องปกติค่ะ และยาอย่างโพรโพฟอลยังมีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างความจำระหว่างทำหัตถการ จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนตื่นมาแล้วแทบไม่จำอะไรเลย
ทำไมบางจังหวะยังรู้สึกได้
หลายคนเข้าใจว่า Sedation กับยาชาทำงานเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละกลไกค่ะ ยาที่ใช้ใน Sedation ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับความวิตกกังวลและความจำเป็นหลัก ส่วนสัญญาณความเจ็บเริ่มจากปลายประสาทที่ผิวหนังแล้ววิ่งขึ้นสมองอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่ง Sedation ไม่ได้ไปปิดกั้นเส้นทางนั้นโดยตรง
ลองนึกภาพการใส่หูฟังตัดเสียงรบกวนค่ะ เสียงคุยเบา ๆ หรือเสียงรถผ่านจะถูกกลบไปจนแทบไม่ได้ยิน แต่ถ้ามีเสียงดังมากพออย่างเสียงไซเรน ก็ยังทะลุเข้ามาได้อยู่ดี Sedation ทำงานคล้ายกัน คือกลบความวิตกกังวลและสิ่งรบกวนทั่วไปได้ดี แต่ถ้าสิ่งกระตุ้นแรงพอ หรืออยู่ในช่วงหลับตื้น ก็ยังรับรู้ได้บ้าง
นี่คือเหตุผลที่หัตถการซึ่งกระตุ้นผิวแรง เช่น การยกกระชับด้วยพลังงานความร้อน หรือการฉีดสลายไขมัน มักต้องการมากกว่าแค่ Sedation อย่างเดียว การรู้ล่วงหน้าว่ากลไกเป็นแบบนี้จะช่วยให้ไม่ตกใจ ถ้ารู้สึกแปลบ ๆ ขึ้นมาสักจังหวะหนึ่ง เพราะนั่นไม่ได้แปลว่ายาไม่ออกฤทธิ์ค่ะ
ชั่วโมงแรกหลังตื่น อะไรคืออาการปกติ
เวลาพักฟื้นโดยประมาณอยู่ที่ราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงค่ะ ในช่วงนี้อาการที่พบได้และมักหายไปเองภายในเวลาไม่นาน ได้แก่ มึนงง ง่วงซึม หรือคลื่นไส้เล็กน้อย โดยทั่วไป Sedation ถือว่ามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย
สิ่งที่คนมักประเมินต่ำไปคือ แม้จะรู้สึกว่าตื่นดีแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองและสมาธิจะยังไม่กลับมาเป็นปกติทันที ความรู้สึกว่าไหวกับความไหวจริง ๆ ในวันนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เพราะฉะนั้นแผนของวันนั้นควรวางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนทำ ไม่ใช่ตัดสินใจตอนตื่น การนัดประชุมสำคัญ การขับรถ หรือการเดินทางคนเดียว เป็นสามอย่างที่ควรเลี่ยงไว้ก่อนค่ะ และถ้าเป็นไปได้ ควรเผื่อเวลาให้ตัวเองได้นั่งพักที่คลินิกจนกว่าจะรู้สึกว่าเดินได้มั่นคงจริง ๆ ก่อนออกเดินทางกลับ
สัญญาณที่ควรแจ้งทันที และสิ่งที่ควรงดในวันนั้น
อาการมึนงงหรือคลื่นไส้เล็กน้อยเป็นเรื่องที่พบได้ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด หรือรู้สึกไม่สบายตัวมาก ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการเองค่ะ
- ไม่ควรขับรถเองในวันที่ทำหัตถการ
- ถ้าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำให้มีคนไปด้วย
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันนั้น เพราะยายังอยู่ในกระบวนการเผาผลาญ
- หายใจติดขัดหรือไม่สบายตัวมาก ให้แจ้งทีมแพทย์ทันที
ข้อแอลกอฮอล์มีเหตุผลชัดเจนค่ะ เมื่อยายังอยู่ในกระบวนการเผาผลาญ การมีแอลกอฮอล์เข้ามาผสมอาจเกิดปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิดได้ จึงเป็นข้อที่ไม่ควรยืดหยุ่นแม้จะรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นดีแล้ว
Beautystone จัดยาอย่างไร
Beautystone เป็นคลินิกในย่านฮับจอง กรุงโซลค่ะ แนวทางที่ใช้คือทาหรือฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะทำหัตถการก่อน แล้วจึงให้ Sedation ควบคู่กันไป วิธีนี้ทำให้หลังตื่นขึ้นมา คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกเจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
ในทางกลับกัน ถ้าใช้ Sedation เพียงอย่างเดียวโดยไม่มียาชาเฉพาะที่ร่วมด้วย ก็มีโอกาสที่ร่างกายจะขยับสะดุ้ง หรือหลงเหลือความรู้สึกเจ็บในช่วงหลับตื้นได้ การจัดยาจึงขึ้นอยู่กับว่าหัตถการนั้นกระตุ้นผิวแรงแค่ไหน ไม่ใช่แพ็กเกจเดียวใช้ได้กับทุกคน
เรื่องค่าใช้จ่ายควรสอบถามให้ชัดตั้งแต่ตอนปรึกษาค่ะ คลินิกหลายแห่งในกรุงโซลคิดค่า Sedation แยกจากค่าหัตถการ โดยประมาณ 50,000 ถึง 150,000 วอนต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและปริมาณยา และอาจไม่รวมค่ายาชาเฉพาะที่ด้วย
หากเดินทางมาจากต่างประเทศ แนะนำให้เผื่อเวลาในวันนั้นไว้สำหรับพักฟื้น และวางแผนการเดินทางกลับโดยไม่ต้องขับรถเอง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินการจัดยาที่เหมาะสมกับตัวคุณเองก่อนตัดสินใจทุกครั้งค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องมีคนมาด้วยหลังทำ Sedation คะ
เพราะปฏิกิริยาตอบสนองและสมาธิยังไม่กลับมาเป็นปกติทันทีหลังตื่นค่ะ แม้จะรู้สึกว่าไหวแล้ว การเดินทางกลับคนเดียวหรือขับรถเองในวันนั้นจึงไม่แนะนำ ถ้าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การมีคนไปด้วยจะช่วยให้ปลอดภัยกว่าค่ะ
ตื่นมาแล้วเวียนหัวและคลื่นไส้เล็กน้อย ผิดปกติไหมคะ
เป็นอาการที่พบได้และมักหายไปเองภายในเวลาไม่นานค่ะ ช่วงพักฟื้นโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการหายใจติดขัด หรือรู้สึกไม่สบายตัวมาก ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที ไม่ต้องรอให้อาการหายเองค่ะ
อยากไม่รู้สึกเจ็บเลย ต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมด้วยไหมคะ
โดยทั่วไปการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับ Sedation จะช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นระหว่างทำหัตถการค่ะ เพราะ Sedation ไม่ได้ตัดสัญญาณความเจ็บโดยตรง โดยเฉพาะหัตถการที่กระตุ้นผิวแรง การจัดยาที่เหมาะสมควรประเมินร่วมกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
หลังทำ Sedation ดื่มแอลกอฮอล์ได้เมื่อไหร่คะ
ควรงดในวันที่ทำหัตถการค่ะ เพราะยายังอยู่ในกระบวนการเผาผลาญ หากมีแอลกอฮอล์เข้ามาผสมอาจเกิดปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิดได้ ส่วนวันถัดไปจะกลับมาดื่มได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหัตถการที่ทำร่วมด้วย จึงควรถามแพทย์ที่ดูแลคุณโดยตรง








