กำจัดรอยสักสีด้วยพิโคเวย์ เปรียบเทียบอัตราการลบสีแต่ละสีอย่างตรงไปตรงมา
"พิโคเลเซอร์ลบได้ทุกอย่าง" — ประโยคนี้ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
การกำจัดรอยสักสี ด้วยพิโคเวย์ — สีที่ลบได้มีข้อจำกัดของมันนะคะ
สวัสดีค่ะ จากคลินิกบิวตี้สโตน วันนี้หมออยากมาตอบคำถามที่ได้ยินบ่อยมากตอนให้คำปรึกษาเรื่องกำจัดรอยสักด้วยพิโคเวย์ นั่นก็คือ "รอยสักสีลบได้ไหมคะ/ครับ? โดยเฉพาะสีสว่างอย่างแดง เหลือง หรือเขียว"
หลายคนค้นหาข้อมูลแล้วยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังตั้งแต่หลักการทำงานของเลเซอร์ ไปจนถึงข้อจำกัดที่ต้องรู้จริงๆ ค่ะ
โดยแบ่งตามชนิดของสีรอยสักอย่างละเอียด ไม่มีปิดบังค่ะ
1. ทำไมพิโคเวย์ถึงถูกใช้กับรอยสักสี (หลักการทำงาน)
หมึกรอยสักคืออนุภาคสีที่ฝังอยู่ลึกในชั้นหนังแท้ เมื่อเลเซอร์ยิงพลังงานเข้าไป อนุภาคสีจะแตกละเอียด และเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะดูดซึมเศษเหล่านั้นออกไป ทำให้รอยสักจางลงค่ะ ความแตกต่างระหว่างพิโคและนาโนนั้น เปรียบได้กับการยิงหนังสติ๊กเทียบกับปืนจริงเลยค่ะ พิโคเร็วกว่านาโนถึง 1,000 เท่า! พลังงานที่ปล่อยออกมาในเวลาสั้นกว่ามาก ทำให้แตกอนุภาคสีได้ละเอียดกว่า
พร้อมกับลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยเฉพาะพิโคเวย์ที่รองรับความยาวคลื่นถึง 4 ระดับ ได้แก่ 532nm, 730nm, 785nm และ 1064nm ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญในการกำจัดรอยสักสีเลยค่ะ
ดำ / เทา
ความยาวคลื่น 1064nm
แดง / ส้ม
ความยาวคลื่น 532nm
เขียว / น้ำเงิน
ความยาวคลื่น 730nm หรือ 785nm
เนื่องจากสีแต่ละชนิดตอบสนองต่อความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน ประสิทธิภาพของเครื่องมือจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์โดยตรงค่ะ
2. ระดับความยากในการลบและจำนวนครั้งที่ต้องทำแต่ละสี
จากประสบการณ์ทำหัตถการจริง รอยสักสีมีความแตกต่างในการตอบสนองค่อนข้างมากขึ้นอยู่กับสีค่ะ หมอสรุปไว้เป็นตารางให้เลยนะคะ 👇
สี | ความยาวคลื่นที่ใช้ | ระดับความยาก | จำนวนครั้งโดยเฉลี่ย |
ดำ / เทา | 1064nm | ต่ำ (ง่ายที่สุด) | 6–10 ครั้ง |
แดง / ส้ม | 532nm | ปานกลาง | 8–12 ครั้ง |
น้ำเงิน / คราม | 730nm | ปานกลาง–สูง | 10–15 ครั้ง |
เขียว | 785nm | สูง | 12–18 ครั้ง |
เหลือง / ขาว | — | สูงมาก | ลบได้ยาก |
พูดตรงๆ เลยนะคะ สีเหลืองและสีขาว ยังคงเป็นสีที่ลบออกได้ยากมาก ไม่ว่าจะใช้เลเซอร์ชนิดใดก็ตาม เนื่องจากสีเหล่านี้ไม่ดูดซับความยาวคลื่นใดเป็นพิเศษ เลเซอร์จึงตอบสนองได้น้อยมากค่ะ
ส่วนรอยสักที่มีหลายสีผสมกัน จำเป็นต้องสลับความยาวคลื่นอย่างละเอียดระหว่างการทำ จึงใช้เวลาและจำนวนครั้งมากกว่ารอยสักสีเดียวค่ะ
3. สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้ารับการรักษา
คำถามที่ว่า "ทำกี่ครั้งถึงหายหมดคะ/ครับ?" เป็นคำถามที่ยากจะตอบได้อย่างแน่ชัดในการให้คำปรึกษาค่ะ เพราะสี ชนิดของหมึก ความลึกของรอยสัก และตำแหน่งบนร่างกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันมาก
ระยะห่างระหว่างการรักษา
ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6–8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ หากทำถี่เกินไป ผิวจะรับภาระมากเกินไป
และประสิทธิภาพการรักษาอาจลดลงได้ค่ะ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
อาจมีการสะสมของเม็ดสี ตุ่มน้ำ หรือรอยแผลเป็นได้ค่ะ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวคล้ำ
แนะนำให้ใช้พลังงานต่ำและแบ่งทำหลายครั้งเพื่อความปลอดภัยค่ะ
กรณีที่ไม่แนะนำให้รับการรักษา
ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์ หรือกำลังรับประทานยาที่ทำให้แพ้แสง
กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้งนะคะ ✅
หลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเป็นเวลานานประมาณหนึ่งสัปดาห์ และต้องทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของเม็ดสีค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. ใช้เวลานานแค่ไหนในการทำหัตถการคะ?
A. สำหรับขนาดประมาณหลังมือ ใช้เวลาประมาณ 10–20 นาทีค่ะ รวมเวลาทาครีมชาแล้วนับทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง คลินิกบิวตี้สโตนเปิดให้บริการแม้วันอาทิตย์ สะดวกมาก่อนได้เลยนะคะ
Q2. เจ็บมากไหมคะ?
A. ความเจ็บปวดอยู่ในระดับ "รู้สึกเหมือนยางดีดโดน" เท่านั้นค่ะ เมื่อทาครีมชาอย่างเพียงพอแล้ว ความเจ็บปวดจะลดลงมาก ไม่ต้องกังวลมากนะคะ
Q3. คลินิกอยู่ที่ไหนคะ?
A. เดินเพียง 5 นาทีจากสถานีฮับจองค่ะ เดินทางสะดวกจากทั้งชินชอน อีฮวา มังวอน และฮงแด หมอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และดูแลผู้รับบริการแบบ 1:1 ด้วยตนเองทุกรายค่ะ การกำจัดรอยสักสีต้องอาศัยกลยุทธ์เฉพาะสำหรับแต่ละสีค่ะ
อย่าลังเลที่จะปรึกษานะคะ แวะมาที่คลินิกบิวตี้สโตนได้เลย หมอจะดูให้โดยตรงและอธิบายอย่างตรงไปตรงมาค่ะ 😊










