โหนกแก้มดูใหญ่ เพราะกระดูก ไขมัน หรือหย่อนคล้อย? วิธีสังเกต
โหนกแก้มที่ดูใหญ่ขึ้นไม่ได้มาจากกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อยที่ซ้อนกันเป็นชั้น บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกสาเหตุของตัวเองได้ค่ะ

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
เคยไหม? ส่องกระจกตรง ๆ แล้วรู้สึกว่าโหนกแก้มดูใหญ่ พอหันข้างนิดหน่อยกลับดูเปลี่ยนไป บางคนรู้สึกว่ากระดูกโหนกแก้มเหลี่ยมออกด้านข้าง ขณะที่บางคนรู้สึกว่าแก้มส่วนบนอูมเต็มขึ้นมา ปัญหาโหนกแก้มดูใหญ่เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ และบั่นทอนความมั่นใจได้ไม่น้อย
พอลองหาข้อมูลเรื่องลดโหนกแก้ม ก็มักเจอทั้งเสียงที่บอกว่า "ต้องกรอกระดูก" ไปจนถึง "ทำเลเซอร์ยกกระชับก็ได้" ทำให้สับสนได้ง่าย ความจริงคือสาเหตุที่ทำให้โหนกแก้มดูใหญ่นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกโครงสร้างของโหนกแก้ม แยกให้เห็นว่ากระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อยต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลด้วยหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยเราเป็นคลินิกสัญชาติเกาหลีที่ตั้งอยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล ไปดูกันเลย
โหนกแก้มไม่ได้ถูกกำหนดด้วยกระดูกเพียงอย่างเดียว
เมื่อพูดถึงโหนกแก้มที่ดูใหญ่ หลายคนมักนึกถึงกระดูกโหนกแก้มเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วรูปหน้าเกิดจากสามชั้นที่ซ้อนกันอยู่ ชั้นในสุดคือกระดูกโหนกแก้ม (Zygoma) ถัดขึ้นมาคือชั้นไขมันและเนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue) และชั้นนอกสุดคือผิวหนังที่คลุมอยู่
กระดูกโหนกแก้มเป็นโครงสร้างแข็งที่กำหนดความกว้างของใบหน้าและเส้นขอบด้านข้าง จึงมีสัดส่วนที่มาจากพันธุกรรมค่อนข้างมาก แต่เมื่อมีไขมันและความหย่อนคล้อยมาซ้อนทับ กระดูกชุดเดิมก็อาจดูใหญ่ขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้การแยกดูว่าโหนกแก้มของเรามาจากชั้นไหน จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ เพราะถ้าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องกระดูกทั้งหมด แนวทางดูแลก็อาจไม่ตรงจุด

กระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อย ดูแลได้ต่างกันอย่างไร
สาเหตุทั้งสามมีระดับที่ดูแลได้แตกต่างกัน กระดูกโหนกแก้มเองไม่สามารถทำให้เล็กลงได้ด้วยหัตถการแบบไม่ผ่าตัด ในทางกลับกัน เนื้อเยื่ออ่อนและความหย่อนคล้อยที่อยู่ด้านบนนั้นสามารถเข้าถึงและดูแลได้
เมื่ออายุมากขึ้น มีงานศึกษาที่ระบุว่าชั้นไขมันบริเวณกลางใบหน้าจะเคลื่อนลงและปริมาตรมีการเคลื่อนที่ ทำให้ใต้โหนกแก้มดูตอบลงและเส้นขอบดูเด่นขึ้นได้ ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยเข้ามาเสริม การใช้เลเซอร์ยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU) เพื่อดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนขึ้นก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่แพทย์อาจพิจารณา
| สาเหตุ | ดูแลด้วยหัตถการไม่ผ่าตัดได้ไหม | แนวทางหลัก |
|---|---|---|
| กระดูก (โหนกแก้ม) | เปลี่ยนไม่ได้ด้วยหัตถการไม่ผ่าตัด | รูปทรงมาจากพันธุกรรมเป็นหลัก |
| ไขมัน / เนื้อเยื่ออ่อน | เข้าถึงความหนาและตำแหน่งได้ในบางกรณี | ประเมินความหนาและทิศทางการหย่อน |
| ความหย่อนคล้อย | พิจารณาดึงยกขึ้นได้ในบางกรณี | HIFU ยกกระชับชั้นลึก |
แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า "จัดการโหนกแก้ม" เหมือนกัน แต่สิ่งที่ดูแลจริงคือความหย่อนคล้อยและเนื้อเยื่ออ่อน ไม่ใช่ตัวกระดูก การปรับความคาดหวังให้ตรงกับสิ่งที่ทำได้จริงจึงสำคัญมาก โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงจากการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์จะค่อย ๆ เห็นผลในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ไม่ได้เปลี่ยนทันทีในครั้งเดียว และผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

โหนกแก้มของฉันเกิดจากกระดูกหรือไขมัน วิธีสังเกตเบื้องต้น
อย่างที่กล่าวไป สาเหตุที่โหนกแก้มดูใหญ่แบ่งได้เป็นกระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อย มีเกณฑ์คร่าว ๆ ที่พอสังเกตเองที่บ้านได้ดังนี้
- ถ้าคลำเส้นขอบด้านข้างของโหนกแก้มแล้วรู้สึกแข็งชัดเจน และมีรูปทรงแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก มักมีสัดส่วนของกระดูกมาก
- ถ้าแก้มส่วนบนอูมนุ่มและหยิบเนื้อขึ้นมาได้ มักมีสัดส่วนของเนื้อเยื่ออ่อนและไขมันมาก
- ถ้ารู้สึกว่าใต้โหนกแก้มเริ่มตอบลงและหย่อนกว่าเมื่อก่อน มักเป็นกรณีที่มีความหย่อนคล้อยเข้ามาเสริม
อย่างไรก็ตาม การเช็กด้วยตัวเองแบบนี้เป็นเพียงการจับทิศทางเท่านั้น เพราะหลายคนมีทั้งกระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อยปนกันอยู่ และการดูจากความรู้สึกที่คลำได้อย่างเดียวก็ทำให้สับสนได้ง่าย จึงไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินตามโครงสร้างจริงของแต่ละคน

ใครที่ไม่เหมาะกับหัตถการ และควรระวังเรื่องอะไร
หัตถการแบบไม่ผ่าตัดอาจไม่เหมาะหรือควรพิจารณาอย่างรอบคอบในบางกรณี ผู้ที่เข้าข่ายต่อไปนี้อาจไม่สามารถรับหัตถการได้ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำหัตถการ
- ผู้ที่มีวัสดุเสริมหรือส่วนประกอบโลหะอยู่บนใบหน้า
ในกรณีเหล่านี้ การเลื่อนหัตถการออกไปก่อน หรือปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีอื่นจะปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพราะโหนกแก้มเป็นบริเวณที่มีทั้งชั้นที่ดูแลได้และดูแลไม่ได้ปนกัน การวางตำแหน่งและระดับความลึกจึงต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียด
ผลข้างเคียงและขั้นตอนของหัตถการเป็นอย่างไร
โดยทั่วไปหัตถการยกกระชับบริเวณโหนกแก้มมักดำเนินตามลำดับ เริ่มจากการตรวจและคลำเพื่อแยกสัดส่วนกระดูก ไขมัน และความหย่อนคล้อย จากนั้นใช้คลื่นอัลตราซาวด์ดูความหนาของเนื้อเยื่อเหนือกระดูกและทิศทางการหย่อน แล้วออกแบบตำแหน่งและระดับความลึกเฉพาะจุดที่หย่อน ก่อนส่งพลังงานตามที่วางไว้ และติดตามผลในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
เนื่องจากโหนกแก้มเป็นจุดที่เกิดการตอบลงได้ง่าย การเลือกดึงเฉพาะส่วนที่หย่อนจึงปลอดภัยกว่าการยกขึ้นแรง ๆ ในครั้งเดียว มีงานศึกษาที่ระบุถึงการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ยกกระชับเพื่อปรับปรุงบริเวณที่หย่อนอย่างแก้ม หากใช้พลังงานมากเกินไป แก้มอาจดูตอบลงมากขึ้นได้ จึงควรปรับตามการตอบสนองของผิว หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้จำนวนครั้งและระดับพลังงานที่เหมาะสม แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
สรุป
โหนกแก้มที่ดูใหญ่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่มีไขมันและเนื้อเยื่ออ่อนซ้อนอยู่บนกระดูก และเมื่ออายุมากขึ้นชั้นเหล่านี้ก็เคลื่อนลง ทำให้เส้นขอบดูเด่นขึ้นได้ ตัวกระดูกเองเปลี่ยนไม่ได้ด้วยหัตถการแบบไม่ผ่าตัด แต่ความหย่อนคล้อยและเนื้อเยื่ออ่อนสามารถดูแลด้วยการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ได้ในบางกรณี
ทั้งนี้สัดส่วนของสาเหตุแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียง จึงไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าโหนกแก้มที่ดูใหญ่ของคุณมาจากกระดูกหรือไขมัน แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. คนที่มีกระดูกโหนกแก้มใหญ่ ทำ HIFU ยกกระชับแล้วโหนกแก้มเล็กลงได้ไหม?
กระดูกโหนกแก้มเองไม่เล็กลงจากการยกกระชับ เพราะ HIFU ดูแลเนื้อเยื่ออ่อนและความหย่อนคล้อยที่อยู่เหนือกระดูก ไม่ใช่ตัวกระดูก หากกระดูกใหญ่ เส้นขอบจะเปลี่ยนได้ยาก แต่หากเนื้อเยื่อเหนือกระดูกหนาหรือหย่อนจนดูเด่น ก็อาจดึงยกให้ดูเรียบขึ้นได้ จึงควรแยกก่อนว่าโหนกแก้มมาจากกระดูกหรือไขมัน แล้วเลือกดูแลเฉพาะส่วนที่หย่อนค่ะ
Q2. โหนกแก้มดูใหญ่ ทำ HIFU แล้วหน้าจะเล็กลงไหม?
หากสาเหตุมาจากความหย่อนคล้อยหรือเนื้อเยื่ออ่อน ก็มีโอกาสดูเรียบขึ้นได้ในระดับหนึ่ง กรณีที่แก้มส่วนบนหย่อนจนโหนกแก้มดูเด่น การดึงยกจะช่วยให้เส้นขอบดูเป็นระเบียบขึ้น แต่หากกระดูกใหญ่เอง การเปลี่ยนแปลงมักไม่มาก เวลาเลือกคลินิกจึงควรดูว่าใช้คลื่นอัลตราซาวด์ประเมินเนื้อเยื่อเหนือกระดูกและความหย่อนก่อนออกแบบหรือไม่ค่ะ
Q3. ทำ HIFU ยกกระชับเพราะโหนกแก้มหย่อน กี่เดือนถึงจะเห็นผล?
โดยทั่วไปจะค่อย ๆ เห็นผลตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์แรก และเข้าที่ในช่วงสองถึงสามเดือน เพราะการยกกระชับอาศัยคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นค่อย ๆ ทำงาน จึงไม่ได้เปลี่ยนมากในครั้งเดียว ช่วงแรกอาจรู้สึกตึงเล็กน้อย จากนั้นเส้นขอบจะค่อย ๆ เข้าที่ ผลลัพธ์ที่ได้ยังขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนและความหนาของเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคลค่ะ
Q4. ทำ HIFU ที่โหนกแก้มแล้วแก้มจะยิ่งตอบลงไหม?
หากยกขึ้นแรง ๆ ในครั้งเดียวก็มีโอกาสเกิดได้ การออกแบบตำแหน่งจึงสำคัญ ใต้โหนกแก้มเป็นจุดที่มีไขมันรองรับอยู่ หากไปกระตุ้นแรงถึงส่วนที่ตอบลงแล้ว แก้มอาจดูตอบชัดขึ้น ควรเลือกดึงเฉพาะชั้นที่หย่อน หลีกเลี่ยงหรือลดพลังงานในจุดที่ตอบลง และหากจำเป็นอาจพิจารณาการเติมปริมาตรร่วมด้วย เพื่อลดความกังวลเรื่องแก้มตอบค่ะ










