ภาพประกอบบทความโบท็อกซ์ลดกราม ฉีดครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน
รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์ลดกราม ฉีดครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน

โบท็อกซ์ลดกรามฉีดครั้งเดียวมักไม่อยู่ตัว บทความนี้พาไปดูว่าทำไมต้องฉีดสะสมหลายครั้ง และกว่าเส้นกรามจะเรียวขึ้นจริงต้องรอนานแค่ไหน

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่รู้สึกว่ากรามตัวเองดูใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่กัดฟันแน่น ๆ หรือเคี้ยวของแข็งบ่อย ๆ จนเส้นขากรรไกรดูเหลี่ยมกว่าที่เคยเป็น ปัญหานี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ เพราะกรามที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมกัดฟันหรือเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ ทำให้เส้นหน้าดูหนักและบั่นทอนความมั่นใจไม่น้อย

สาเหตุหลักมักมาจากกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (Masseter) ที่ใช้ในการเคี้ยวทำงานหนักเกินไปจนขยายขนาดขึ้น การดูแลตัวเองอย่างการนวดหน้าหรือหลีกเลี่ยงอาหารแข็งอาจช่วยได้บ้าง แต่ถ้าอยากเห็นเส้นกรามที่เรียวขึ้นชัดเจนกว่านั้น โบท็อกซ์ลดกรามก็เป็นทางเลือกที่หลายคนพูดถึง

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าโบท็อกซ์ลดกรามทำงานยังไง ทำไมฉีดครั้งเดียวถึงไม่พอ และต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะเห็นเส้นกรามที่เรียวขึ้นจริง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดค่ะ

โบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร ต่างจากโบท็อกซ์หน้าผากตรงไหน

โบท็อกซ์ลดกราม คือการฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปที่กล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ (Masseter) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนี้ลงชั่วคราว

จุดที่ต่างจากโบท็อกซ์หน้าผากหรือโบท็อกซ์หางตาอย่างชัดเจนคือเป้าหมายของการฉีด โบท็อกซ์หน้าผากฉีดเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้ามัดเล็ก ๆ ทำให้ริ้วรอยจากการขยับหน้าดูตื้นขึ้น ส่วนโบท็อกซ์กรามฉีดเพื่อลดปริมาตรของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ใช้เคี้ยว เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานน้อยลงต่อเนื่อง มันจะค่อย ๆ ฝ่อลงและเส้นกรามจะดูเรียวขึ้นตามไปด้วย

พูดง่าย ๆ คือ กลไกการออกฤทธิ์เป็นแบบเดียวกัน แต่ตำแหน่งและเป้าหมายของกล้ามเนื้อต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงทำให้ความเร็วและรูปแบบของผลลัพธ์ที่เห็นแตกต่างกันไปด้วยค่ะ

ภาพแสดงตำแหน่งกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ที่ใช้ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

ทำไมฉีดครั้งแรกยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใน 3-4 วันแรก

หลายคนคุ้นเคยกับโบท็อกซ์หน้าผากที่มักเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 3-4 หลังฉีด จึงคาดหวังว่าโบท็อกซ์กรามจะให้ผลลัพธ์เร็วในระดับเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด กรามแทบจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นเลยค่ะ

เหตุผลคือตัวยาต้องใช้เวลาเข้าไปจับที่ปลายประสาทเพื่อลดการส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อทำงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยเวลา ไม่ใช่การออกฤทธิ์แบบฉับพลัน ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่คนไข้มักถามแพทย์ว่า

"ฉีดไปแล้วทำไมยังไม่เห็นผลเลย ทำไมกรามยังเท่าเดิมอยู่เลยคะ"

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อเดิมและปริมาณยาที่ใช้ค่ะ

เส้นทางผลลัพธ์กว่ากรามจะเรียวขึ้นจริง (พร้อมตารางความถี่การฉีด)

พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 แรงในการเคี้ยวจะเริ่มลดลง หลายคนบอกว่ารู้สึกขี้เกียจเคี้ยวของแข็งมากขึ้นอย่างชัดเจน นี่คือสัญญาณว่ากล้ามเนื้อเริ่มทำงานน้อยลงตามที่ตั้งใจ

ช่วงที่เส้นกรามเรียวขึ้นจริง ๆ มักอยู่ที่ 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนหลังฉีด เพราะกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาฝ่อตัวลงทีละน้อยจนปริมาตรลดลงจนสัมผัสได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อฤทธิ์ยาจางลงหลังผ่านไปประมาณ 3-4 เดือน กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามปกติ และถ้าไม่ฉีดต่อเนื่อง กรามก็มีโอกาสกลับมาใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

นี่คือเหตุผลที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Beautystone Clinic มักแนะนำให้ฉีดสะสมทุก 3-4 เดือน ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อฝ่อตัวลงอย่างแท้จริง หลังจากนั้นจึงค่อยยืดระยะห่างออกไปเป็น 6 เดือนถึง 1 ปีได้ค่ะ

ช่วง/ครั้งที่ฉีดระยะห่างที่แนะนำจุดสำคัญ
ครั้งแรกจุดเริ่มต้นแพทย์ประเมินปริมาณยาที่เหมาะสมและเช็กความไม่สมมาตรของใบหน้า
ครั้งที่ 23-4 เดือนหลังครั้งแรกกล้ามเนื้อเริ่มฝ่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ครั้งที่ 33-4 เดือนหลังครั้งที่ 2สภาพกล้ามเนื้อที่ฝ่อตัวเริ่มคงตัว
ช่วงคงสภาพ6 เดือน-1 ปียืดระยะห่างได้มากขึ้นโดยยังคงความเรียวไว้

เรื่องค่าใช้จ่ายในการฉีดสะสมหลายครั้งอาจดูเหมือนเป็นภาระในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านช่วงสะสมไปแล้ว ความถี่ที่ต้องฉีดจะลดลง ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละคน ควรสอบถามรายละเอียดกับแพทย์โดยตรงค่ะ

โครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเป็นหลักมักเห็นผลชัดเจนกว่า ส่วนคนที่โครงกระดูกกรามกว้างอยู่แล้ว โบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์ที่จำกัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าเหมาะกับการฉีดต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหนค่ะ

ภาพแสดงเส้นเวลาผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 3 เดือน

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

โบท็อกซ์ลดกรามเหมาะกับคนที่กรามใหญ่จากพฤติกรรมกัดฟันตอนนอน เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย หรือมีความเครียดสะสมจนกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ทำงานหนักเกินไป กลุ่มนี้มักเห็นเส้นกรามเรียวขึ้นได้ชัดเจนเมื่อฉีดสะสมตามรอบที่แนะนำ

ในทางกลับกัน ผู้ที่กรามใหญ่จากโครงกระดูกเป็นหลักอาจได้ผลลัพธ์ที่จำกัดกว่า และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องแจ้งแพทย์ก่อนฉีด ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) หรือโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินัม ท็อกซิน
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือมีปัญหาเลือดออกง่าย

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หลังฉีดอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากผิดปกติหรือปวดต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก แรงเคี้ยวที่ลดลงอาจทำให้รู้สึกไม่คุ้นชินเวลาเคี้ยวอาหารแข็ง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่ร่างกายมักปรับตัวได้ภายใน 3-4 สัปดาห์

สำหรับคนที่รูปหน้าค่อนข้างผอมอยู่แล้ว หากใช้ปริมาณยาสูงเกินไปอาจทำให้แก้มดูตอบเกินความจำเป็น จึงควรเริ่มจากปริมาณต่ำและปรับเพิ่มทีหลัง ส่วนกรณีที่รู้สึกว่าใบหน้าไม่สมมาตรหลังฉีด สามารถแจ้งแพทย์เพื่อฉีดปรับแต่งเพิ่มเติมได้ในช่วง 2-3 สัปดาห์ถัดไป

ภาพแสดงข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

สรุป

โบท็อกซ์ลดกรามฉีดครั้งเดียวไม่อยู่ตัว เพราะกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์ที่ถูกใช้งานเคี้ยวอาหารทุกวันจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติเมื่อฤทธิ์ยาจางลง การฉีดสะสม 2-3 ครั้งทุก 3-4 เดือนจึงจำเป็นเพื่อให้กล้ามเนื้อฝ่อตัวลงอย่างแท้จริง ก่อนจะยืดระยะห่างเป็น 6 เดือนถึง 1 ปีในช่วงคงสภาพ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินโครงหน้าและวางแผนความถี่ที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องกรามใหญ่จากการกัดฟันหรือเคี้ยวบ่อย ๆ อยากลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ก็ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. โบท็อกซ์ลดกรามฉีดครั้งเดียวพอไหม?

ส่วนใหญ่ไม่พอค่ะ เพราะกล้ามเนื้อแมสเซเตอร์จะกลับมาทำงานตามปกติเมื่อฤทธิ์ยาจางลงหลัง 3-4 เดือน จึงต้องฉีดสะสม 2-3 ครั้งทุก 3-4 เดือนก่อน กล้ามเนื้อถึงจะฝ่อตัวลงอย่างแท้จริง

Q2. โบท็อกซ์ลดกรามกี่วันถึงเห็นผล?

สัปดาห์แรกแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 แรงเคี้ยวจะเริ่มลดลง และเส้นกรามจะเรียวขึ้นจริงในช่วง 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนหลังฉีดค่ะ

Q3. โบท็อกซ์ลดกรามเจ็บไหม?

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากเข็ม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่รับได้และหายไปเร็ว หากกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนฉีดได้ค่ะ

Q4. โบท็อกซ์ลดกรามเหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่กรามใหญ่จากพฤติกรรมกัดฟันหรือเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ส่วนคนที่กรามใหญ่จากโครงกระดูกเป็นหลักอาจได้ผลลัพธ์จำกัดกว่า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจค่ะ

บทความแนะนำ

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?

จุดฉีดโบท็อกยกมุมปากอยู่ตรงไหน ทำไมฉีดช่วงล่างได้ผลดีกว่าแต่ต้องระวังมากขึ้น มุมปากตกแบบไหนต้องดูฟิลเลอร์ร่วม และควรถามอะไรคุณหมอก่อนฉีดระหว่างทริปเกาหลี

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?

รอยย่นระหว่างคิ้วที่ค้างตอนหน้านิ่งอาจยังมีส่วนของกล้ามเนื้อปนอยู่ มาเทียบ 3 สีหน้าหน้ากระจก ดูว่าโบท็อกซ์ช่วยส่วนไหน และทำไมการเติมฟิลเลอร์ระหว่างคิ้วต้องชั่งความเสี่ยงแยกกัน

ฟิลเลอร์ vs ลิฟติ้ง หน้าตอบปนหน้าหย่อนคล้อย ทำอย่างเดียวพอไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ฟิลเลอร์ vs ลิฟติ้ง หน้าตอบปนหน้าหย่อนคล้อย ทำอย่างเดียวพอไหม?

หน้าตอบกับหน้าหย่อนคล้อยดูคล้ายกันในกระจก แต่ฟิลเลอร์กับลิฟติ้งดูแลคนละเรื่อง มาดูวิธีแยก สิ่งที่อาจเหลือเมื่อทำอย่างเดียว และเรื่องเนื้อฟิลเลอร์ที่ควรถาม

บทความล่าสุด

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?ลิฟติ้ง

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?

สามบรรทัดทุกเช้ากับรูปสามชุด ก่อนทำ วันที่ 2 และวันที่ 7 ช่วยแยกอาการที่กำลังดีขึ้นออกจากอาการที่ควรแจ้งคลินิกหลังทำ Ulthera

CellREDM ราคา: ฉีดใต้ตากับทั้งหน้า ต้องเทียบปริมาณยังไง?ผิวหนัง

CellREDM ราคา: ฉีดใต้ตากับทั้งหน้า ต้องเทียบปริมาณยังไง?

ราคา CellREDM ต่อ 1 ครั้งเทียบตรง ๆ ไม่ได้ ใต้ตากับทั้งหน้าใช้ปริมาณต่างกัน ดูวิธีจับ mL ผงกี่ mg และจำนวนครั้งให้ตรงกันก่อนดูยอดรวมค่ะ

Ulthera เจ็บไหม? เล่าจุดที่เคยเจ็บและคะแนนให้คุณหมอฟังก่อนทำลิฟติ้ง

Ulthera เจ็บไหม? เล่าจุดที่เคยเจ็บและคะแนนให้คุณหมอฟังก่อนทำ

เคยเจ็บตรงไหน กี่คะแนน และเคยใช้ยาชาแบบไหน สามเรื่องนี้ช่วยให้คุณหมอเลือกครีมชา ยาชาแบบฉีด หรือแบบให้หลับได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำ Ulthera

Skinvive กับ Belotero Revive ต่างกันยังไง ผิวหยาบหรือแห้งเลือกตัวไหน?ผิวหนัง

Skinvive กับ Belotero Revive ต่างกันยังไง ผิวหยาบหรือแห้งเลือกตัวไหน?

Skinvive และ Belotero Revive ฉีด HA เป็นหยดเล็ก ๆ ในชั้นหนังแท้เหมือนกัน แต่ส่วนผสมเสริม ปริมาณ HA และจำนวนครั้งต่างกัน ลองดูว่าผิวหยาบหรือผิวแห้งของคุณใกล้กับงานวิจัยไหน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors