ภาพหน้าปกอธิบายความแตกต่างระหว่าง Ulthera กับ Ultherapy PRIME
ลิฟติ้ง

Ulthera กับ Ultherapy PRIME ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกความลึกและความเจ็บ

หลายคนที่หาข้อมูล Ulthera มักเจอชื่อ Ultherapy PRIME ตามมาด้วย และสงสัยว่าเป็นคนละอย่างหรือตระกูลเดียวกัน จริง ๆ แล้วทั้งสองคือรุ่นก่อนกับรุ่นถัดไปของอัลตราซาวด์ยกกระชับตัวเดียวกัน กลไกเหมือนกัน แต่ต่างที่การควบคุมและความรู้สึกเจ็บ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหมคะที่หาข้อมูลเกี่ยวกับ Ulthera (อัลเทอร่า) แล้วเจอชื่อ "Ultherapy PRIME" โผล่ตามมาด้วยเสมอ จนเริ่มสับสนว่าทั้งสองเป็นคนละหัตถการกันเลย หรือเป็นเครื่องตระกูลเดียวกันกันแน่ หลายคนที่เข้ามาปรึกษาก็มักถามคำถามนี้เป็นอันดับแรกว่า "แล้วสองตัวนี้ต่างกันตรงไหน?"

คำตอบสั้น ๆ คือ ทั้งสองไม่ใช่คนละเครื่อง แต่เป็นรุ่นก่อนกับรุ่นถัดไปของอัลตราซาวด์ยกกระชับ (HIFU) ตระกูลเดียวกัน กลไกการทำงานเหมือนกัน สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีที่แพทย์ควบคุมพลังงาน ประสิทธิภาพของจุดความร้อนที่ยิงในแต่ละครั้ง และความรู้สึกเรื่องความเจ็บกับเวลาที่ตามมา บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสองตัวนี้แยกกันตรงไหน พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

Ulthera กับ Ultherapy PRIME คืออะไร? ความสัมพันธ์พื้นฐาน

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจภาพรวมกันก่อน Ulthera คืออัลตราซาวด์ยกกระชับที่ส่งพลังงานความร้อนลงไปรวมตัวในชั้นผิวที่ลึก โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ เมื่อมีรุ่นที่เติมคำว่า "PRIME" ออกมา ข้อมูลเรื่องว่าทั้งสองเหมือนกันหรือเป็นการอัปเกรดจึงปะปนกันไปหมด

พูดจากแก่นเลยคือ ทั้งสองอยู่ในตระกูลคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโคร (MFU-V, Micro-Focused Ultrasound) เดียวกัน หลักการเหมือนกันคือ ไม่ได้ยิงที่จุดใดจุดหนึ่งบนผิว แต่สร้างจุดความร้อนขนาดเล็ก (Thermal Coagulation Point) ที่ระดับความลึกซึ่งกำหนดไว้ เพื่อให้ตำแหน่งนั้นมีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ งานวิจัยที่อธิบายว่าคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครช่วยจัดเรียงคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวขึ้นใหม่ ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการที่จุดความร้อนไปเรียกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) มาสร้างเส้นใยใหม่นั้น เกิดขึ้นเหมือนกันทั้งสองรุ่น

คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโคร* : เป็นวิธีรวมพลังงานอัลตราซาวด์ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ระดับความลึกซึ่งกำหนดไว้ในผิว โดยผ่านผิวชั้นบนไปแต่ส่งความร้อนไปยังชั้นลึกเท่านั้น เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ภาพแสดงความสัมพันธ์ว่า Ulthera กับ Ultherapy PRIME เป็นรุ่นก่อนกับรุ่นถัดไปของอัลตราซาวด์ยกกระชับตระกูลเดียวกัน

เป็นอัลตราซาวด์เหมือนกัน แล้วอะไรที่เปลี่ยนไป?

คำตอบตรงนี้คือ ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีที่แพทย์ควบคุมพลังงาน และประสิทธิภาพของจุดความร้อนที่สร้างในแต่ละครั้ง โดยทั่วไปคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครจะสร้างจุดความร้อนที่ความลึกซึ่งกำหนดไว้ เช่น 1.5 มิลลิเมตร 3.0 มิลลิเมตร และ 4.5 มิลลิเมตร ส่วนรุ่น PRIME เป็นรุ่นที่การสลับระดับความลึกและความเร็วในการยิงจุดทำได้ลื่นไหลขึ้นอีกขั้น เมื่อจับบริเวณเดียวกันที่ความลึกเดียวกันแต่จังหวะการทำราบรื่นขึ้น ผลที่ตามมาคือเวลาที่ใช้ทำและความรู้สึกเจ็บก็เปลี่ยนไปด้วย

หัวข้อUltheraUltherapy PRIME
ประเภทคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครอัลตราซาวด์ตัวเดียวกัน รุ่นถัดไป
ระดับความลึกที่ออกฤทธิ์ชั้น 1.5 / 3.0 / 4.5 มม.ชั้นความลึกเดียวกัน แต่ยืดหยุ่นกว่า
ความรู้สึกเรื่องเวลาทำค่อนข้างใช้เวลานานมีแนวโน้มสั้นลงเล็กน้อย
ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันมากในแต่ละคนกระจายจุด ทำให้ความคมของความเจ็บลดลง
เป้าหมายหลักความหย่อนคล้อยและความกระชับโดยรวมความกระชับ + การจัดรูปหน้าให้ชัดขึ้น

จากตารางจะเห็นว่าทั้งสองไม่ใช่ "คนละหัตถการ" แต่เป็นความต่างของ "การส่งหลักการเดียวกันให้ทำได้สะดวกขึ้น" ดังนั้นทิศทางของผลลัพธ์ (การฟื้นความกระชับในชั้นลึก) จึงเหมือนกัน สิ่งที่แยกกันคือความสบายที่ผู้รับบริการรู้สึก และประสิทธิภาพในการทำหัตถการ เมื่อมองแบบนี้จะเข้าใจง่ายขึ้น

ภาพแสดงว่ากลไกเหมือนกันแต่ต่างที่การควบคุมและความรู้สึกเจ็บ

ความลึก ความเจ็บ และการฟื้นตัว ต่างกันจริงแค่ไหน?

ตอบตรงนี้เลยว่า ทั้งสองรุ่นยิงพลังงานโดยแบ่งตามความลึกเหมือนกัน จุดสำคัญของคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครคือการจับความลึกแบบเป็นชั้น ๆ ดัง คำอธิบายที่ว่าคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครจะมุ่งไปที่ชั้นหนังแท้และชั้นพังผืด (SMAS) ที่ความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตรตามลำดับ ชั้นตื้นจะดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ และเนื้อผิว ส่วนชั้นลึก 4.5 มิลลิเมตรจะทำหน้าที่ยกชั้นพังผืดที่หย่อนขึ้นมา กลยุทธ์การแบ่งความลึกแบบนี้ทั้งสองรุ่นเหมือนกัน

เรื่องความเจ็บ มักรู้สึกได้ชัดกว่าบริเวณใกล้กระดูกเมื่อความร้อนไปรวมตัวที่ชั้นลึก แต่รุ่น PRIME ที่ใช้วิธีกระจายจุดในการส่งพลังงาน ทำให้แม้พลังงานเท่ากัน หลายคนก็รู้สึกว่าความคมที่กระจุกตัวในจุดเดียวลดลง อย่างไรก็ตามความรู้สึกนี้แตกต่างกันมากในแต่ละคน จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาชาแบบครีมและระดับการจัดการความเจ็บก่อนทำหัตถการ

ส่วนการฟื้นตัว ทั้งสองรุ่นมีแนวโน้มกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตื้อ ๆ เหมือนถูกกดสักสองสามวัน ซึ่งมักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลพิเศษ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้การที่คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างขึ้นใหม่จะไม่ปรากฏทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ เห็นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ผลลัพธ์จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้เวลา

ภาพแสดงว่ากลยุทธ์ความลึกเหมือนกันแต่ความรู้สึกเจ็บต่างกัน

ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง และใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แม้จะเป็นตระกูลเดียวกัน แต่ทางเลือกก็แตกต่างกันตามสภาพของแต่ละคน มาดูกันว่าใครเหมาะและใครควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน

  • ผู้ที่กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยของชั้นลึก อาจเน้นการทำที่ระดับ 4.5 มิลลิเมตรมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการดูแลเนื้อผิวและความกระชับผิวชั้นตื้น อาจเน้นระดับความลึกที่ตื้นกว่า
  • ผู้ที่ไวต่อความเจ็บ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีกระจายจุดและปรับระดับยาชาไว้ล่วงหน้า

ในทางกลับกัน กลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อน เพราะอาจไม่เหมาะกับการทำหัตถการ หรือต้องประเมินเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการฝังโลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบริเวณที่จะทำ ผู้ที่มีแผลติดเชื้อหรือผื่นอักเสบในบริเวณนั้น และผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนคีลอยด์ (Keloid) รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับผิวหนัง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับบริเวณและการออกแบบการรักษา แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล*

*ค่าใช้จ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางคลินิกก่อนตัดสินใจ

สรุป

Ulthera กับ Ultherapy PRIME ไม่ใช่คนละเครื่อง แต่เป็นรุ่นก่อนกับรุ่นถัดไปของคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไมโครตระกูลเดียวกัน กลไกและทิศทางของผลลัพธ์เหมือนกัน สิ่งที่แยกกันคือความราบรื่นของการทำหัตถการ การกระจายความเจ็บ และความรู้สึกเรื่องเวลาที่ใช้ทำ จึงไม่ใช่เรื่องว่า "ตัวไหนดีกว่ากันแบบไม่มีเงื่อนไข" แต่ขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บและบริเวณที่คุณอยากดูแลเป็นหลัก

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และหัตถการยกกระชับก็มีรอยแดงหรือบวมเป็นระยะพักฟื้นได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าจะเลือก Ulthera หรือ PRIME แบบไหนดี แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Ultherapy PRIME ดีกว่า Ulthera แบบไม่มีเงื่อนไขไหม?

ไม่ได้ดีกว่าแบบไม่มีเงื่อนไขค่ะ แต่เป็นรุ่นถัดไปของตระกูลเดียวกัน ที่ทำหัตถการได้สะดวกขึ้นและกระจายความเจ็บได้ดีขึ้น ทิศทางของผลลัพธ์คือการฟื้นความกระชับในชั้นลึกเหมือนกัน ตัวที่เหมาะจึงขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บและบริเวณที่อยากดูแล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนค่ะ

Q2. กลัวเจ็บมาก ควรเลือกตัวไหนดี?

ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันมากในแต่ละคนค่ะ แต่หลายคนรู้สึกว่ารุ่น PRIME ที่กระจายจุดในการส่งพลังงานจะเจ็บแบบคมน้อยลง ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน การปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาชาแบบครีมและการจัดการความเจ็บก่อนทำ จะช่วยให้รับบริการได้สบายขึ้นค่ะ

Q3. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

หลังทำอาจรู้สึกตึงกระชับเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อย ๆ เห็นตอนที่คอลลาเจนสร้างขึ้นใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ โดยทั่วไปมักเริ่มรู้สึกได้ราวสัปดาห์ที่ 4 และเข้าที่ราวสัปดาห์ที่ 12 ผลลัพธ์จึงควรให้เวลาในการประเมิน

Q4. ควรทำบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปเมื่อทำครั้งหนึ่งแล้วมักเห็นผลได้ราว 1 ปี และความเร็วของความหย่อนคล้อยก็แตกต่างกันในแต่ละคนค่ะ แทนที่จะทำถี่เกินไป แนะนำให้รอจนกระบวนการสร้างคอลลาเจนเข้าที่แล้วค่อยดูสภาพเพื่อกำหนดครั้งถัดไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดระยะห่างที่เหมาะกับการฟื้นตัวของผิวคุณ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors