โทเนอร์จำเป็นไหม ตัวที่มี AHA BHA ใช้ต่อได้หรือควรข้าม
โทเนอร์เป็นขั้นตอนเสริม ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับค่ะ บทความนี้ช่วยแยกว่าขวดที่ถืออยู่อยู่กลุ่มไหน วันไหนที่มันช่วยจริง วันไหนที่ข้ามไปคุ้มกว่า และเส้นแบ่งระหว่างลดความถี่กับหยุดใช้

Wi Young-jin
ผู้อำนวยการแพทย์หลัก/CEO สาขาเมียงดง
ล้างหน้าเสร็จแล้วมองขวดโทเนอร์ แล้วไม่แน่ใจว่าจะทาดีหรือข้ามดี คำถามนี้ตอบยากเพราะเรามักถามว่าใช้หรือไม่ใช้ ทั้งที่คำตอบขึ้นกับว่าเป็นโทเนอร์แบบไหน และผิววันนั้นอยู่ในสภาพไหนค่ะ
ตอบสั้น ๆ ก่อนค่ะ โทเนอร์เป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้าและช่วยให้ขั้นตอนถัดไปซึมเข้าผิวง่ายขึ้น ไม่ใช่ขั้นตอนที่เปลี่ยนสภาพผิวได้ด้วยตัวเอง มีก็ช่วยได้ ไม่มีก็ไม่ได้แปลว่าผิวจะแย่ลงทันที
บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเช็กทีละข้อว่าผิวของคุณอยู่ในกลุ่มที่โทเนอร์ช่วยจริงไหม เส้นแบ่งระหว่างแค่ลดความถี่กับควรหยุดใช้อยู่ตรงไหน และเมื่อไหร่ที่การข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยเป็นคำตอบที่ดีกว่าค่ะ
โทเนอร์ไม่ใช่ขั้นตอนบังคับ แต่มีวันที่ควรพัก
ถ้าล้างหน้าและให้ความชุ่มชื้นได้ดีอยู่แล้ว การข้ามโทเนอร์ไปก็ไม่ได้ทำให้ผิวเสียหายในทันที บางคนอาจรู้สึกว่าขั้นตอนถัดไปซึมเข้าผิวช้าลงเล็กน้อยเท่านั้นเอง
แต่คำถามที่ใช้ได้จริงกว่าไม่ใช่ใช้หรือไม่ใช้ค่ะ เพราะโทเนอร์ในตลาดทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน (แพทย์อาวุโส) มักแยกให้ฟังเป็นสองกลุ่มก่อน กลุ่มที่เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นหรือปรับผิวให้สดชื่น กับกลุ่มที่มีส่วนผสมผลัดเซลล์ผิวหรือแอลกอฮอล์เข้มข้น
กลุ่มแรกเป็นตัวที่ใช้ต่อได้ในวันปกติถ้าผิวสบายดี ส่วนกลุ่มหลังคือตัวที่ควรพักในวันที่ผิวยังไม่สงบ แค่แยกสองกลุ่มนี้ออกจากกัน คำถามเรื่องโทเนอร์ก็เบาลงไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ ทั้งนี้ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
และสิ่งที่มีผลต่อสภาพผิวมากกว่าการมีหรือไม่มีโทเนอร์ คือการล้างหน้าและการให้ความชุ่มชื้นที่ถูกต้อง แนวทางทั่วไปคือเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ล้างวันละประมาณ 2 ครั้ง และไม่ถูแรงเกินไป
เช็กจากผิวตัวเอง วันไหนโทเนอร์ช่วย วันไหนแค่เพิ่มขั้นตอน
วิธีเช็กที่ทำเองได้คือ ลองสังเกตผิวสักสองสามวันหลังล้างหน้าโดยไม่ทาอะไรเพิ่ม แล้วดูว่าตึงหรือสบายดี ความรู้สึกช่วงนั้นบอกได้เกือบทั้งหมดค่ะ
| หลังล้างหน้ารู้สึกแบบไหน | โทเนอร์ช่วยได้ไหม | ทำอะไรก่อนดี |
|---|---|---|
| ตึงหรือผิวหยาบกร้าน | แบบเน้นความชุ่มชื้นช่วยให้ขั้นตอนถัดไปสบายขึ้น | ทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ไวขึ้นควบคู่กัน |
| มันเยิ้มจนอึดอัด | สูตรเบาช่วยปรับผิวให้สดชื่นขึ้น | ดูวิธีล้างหน้าก่อนว่าล้างบ่อยหรือแรงเกินไปไหม |
| สงบดี ไม่ตึงไม่มัน | ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขั้นตอน | รักษารูทีนเดิมไว้ก็พอ |
จะเห็นว่าโทเนอร์เป็นขั้นตอนที่มีแล้วช่วยได้ ไม่ใช่ต้องมีถึงจะได้ค่ะ การให้เวลากับล้างหน้าและมอยส์เจอไรเซอร์จึงคุ้มกว่าการเพิ่มขั้นตอนโดยไม่รู้เหตุผล
แสบหรือแดงหลังเปลี่ยนโทเนอร์ แค่ลดความถี่หรือควรหยุด
ตรงนี้มีเส้นแบ่งที่ชัดกว่าที่คิดค่ะ ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชนิดควรทดลองที่ผิวส่วนเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั้งหน้า และถ้าใช้แล้วรู้สึกแสบหรือแดง ควรหยุดใช้ทันที ไม่ใช่ค่อย ๆ ลดปริมาณลง
- ปรับความถี่ได้ — โทเนอร์ที่มีส่วนผสมผลัดเซลล์ผิวแล้วผิวยังสบายดี ไม่ควรใช้ทุกวัน ให้ปรับความถี่ตามการตอบสนองของผิว
- ควรหยุดทันที — ใช้แล้วรู้สึกแสบหรือแดงขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็ตาม
- ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง — มีอาการระคายเคืองต่อเนื่องหลายวัน แทนการฝืนใช้ต่อ
หลักการปรับที่ใช้ได้จริงคือ ถ้าผิวสบายขึ้นค่อยขยับความถี่กลับมาทีละขั้น ถ้ากลับมาแสบอีกก็ถอยลงหนึ่งขั้นแล้วให้เวลาผิวเพิ่ม ไม่ต้องรีบกลับไปที่ความถี่เดิมในสัปดาห์เดียว
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือสูตรแอลกอฮอล์เข้มข้นที่ให้ความรู้สึกเย็นซ่า และสูตรกลิ่นแรง สองกลุ่มนี้อาจทำให้ผิวแพ้ง่ายรู้สึกตึงได้ ถ้าผิวช่วงนี้ไวกว่าปกติ เลือกสูตรอ่อนโยนไว้ก่อนมักปลอดภัยกว่าค่ะ
จะซื้อขวดใหม่หรือข้ามไปเลย ตัดสินจากสามคำถามนี้
ก่อนหยิบขวดใหม่ลงตะกร้า ลองตอบสามคำถามนี้ก่อนค่ะ ถ้าตอบไม่ได้สักข้อ แปลว่าตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ต้องซื้อ
- ซื้อไปแก้อะไร ถ้าตอบว่าเห็นคนรีวิวแล้วน่าใช้ นั่นยังไม่ใช่เหตุผล แต่ถ้าตอบว่าหลังล้างหน้าแล้วตึงจนมอยส์เจอไรเซอร์ตามไม่ทัน นั่นคือเหตุผลที่ใช้ตัดสินได้
- ทับซ้อนกับสิ่งที่ทำอยู่หรือเปล่า ถ้าในรูทีนมีตัวผลัดเซลล์ผิวอยู่แล้ว การเพิ่มโทเนอร์กลุ่มผลัดเซลล์เข้าไปอีกคือการเพิ่มภาระ ไม่ใช่การเพิ่มประสิทธิภาพ
- ผิวตอนนี้พร้อมลองของใหม่ไหม ช่วงที่ผิวยังแสบหรือแดงอยู่ ไม่ใช่จังหวะที่ดีในการทดลองผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่เคยใช้ เพราะจะแยกไม่ออกว่าอาการมาจากอะไร
และมีกรณีที่การข้ามไปเลยคุ้มกว่าจริง ๆ ค่ะ ถ้าตอนนี้ล้างหน้าเสร็จแล้วผิวสบายดี ไม่ตึงไม่มัน การเพิ่มขั้นตอนก็ได้แค่เพิ่มจุดที่อาจระคายเคือง โดยที่ผิวไม่ได้อะไรกลับมาชัดเจน กรณีนี้เอางบและเวลาไปลงกับผลิตภัณฑ์ล้างหน้า มอยส์เจอไรเซอร์ และครีมกันแดดจะได้ผลตรงกว่า
อีกจุดที่ควรดูตอนเลือกขวดคือลำดับของส่วนผสมบนฉลาก ถ้าชื่อกลุ่มผลัดเซลล์ผิวหรือแอลกอฮอล์อยู่ลำดับต้น ๆ ให้ถือว่าเป็นขวดที่ต้องกำหนดความถี่ ไม่ใช่ขวดที่ใช้ได้ทุกวันโดยอัตโนมัติ ส่วนขวดที่ส่วนผสมนำเป็นกลุ่มให้ความชุ่มชื้น มักยืดหยุ่นกว่าในการใช้ประจำวัน
ถ้ายังลังเลอยู่ระหว่างสองขวด บอกชื่อส่วนผสมที่อยู่ลำดับต้น ๆ ของแต่ละขวดให้แพทย์ฟังได้เลยค่ะ จะช่วยให้ประเมินได้ว่าขวดไหนตรงกับสภาพผิวของคุณในช่วงนี้มากกว่า
รูทีนที่บ้านมีผลไม่แพ้หัตถการ เราจึงถามถึงมันเสมอ
เรามองว่าการดูแลผิวในชีวิตประจำวันมีผลต่อสภาพผิวไม่แพ้การทำหัตถการค่ะ โทเนอร์ชนิดเดียวกันอาจเหมาะกับคนหนึ่งแต่ไม่เหมาะกับอีกคน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รูทีนที่ใช้อยู่ และช่วงเวลาที่ผิวบอบบางหรือสงบดี
เวลามาปรึกษา เราจึงมักตรวจสอบผลิตภัณฑ์และพฤติกรรมการดูแลผิวที่บ้านไปพร้อมกัน ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดกะทัดรัด เราจึงมีเวลารับฟังสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคุณ ก่อนแนะนำขั้นตอนที่ไม่หักโหมเกินไป
สรุปสั้น ๆ นะคะ โทเนอร์ไม่ใช่ขั้นตอนที่มีคำตอบตายตัวว่าต้องใช้หรือไม่ต้องใช้ แต่เป็นทางเลือกที่ปรับได้ตามสภาพผิวและตามช่วงเวลา ลองสังเกตผิวตัวเองหลังล้างหน้าว่าตึงหรือสบายดี แล้วแยกให้ออกว่าโทเนอร์ที่ถืออยู่เป็นกลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นหรือกลุ่มผลัดเซลล์ผิว ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
ถ้ากำลังกังวลเรื่องผิวตึง หรือไม่แน่ใจว่าขวดที่ใช้อยู่ควรพักไหม เล่าชื่อส่วนผสมลำดับต้น ๆ บนฉลากและอาการที่เป็นอยู่มาทาง LINE ของ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ให้ทีมแพทย์ช่วยดูเป็นแนวทางได้ค่ะ สอบถามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
เปลี่ยนโทเนอร์ตัวใหม่ ควรทดสอบยังไงก่อนใช้ทั้งหน้า
ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชนิดควรทดลองที่ผิวส่วนเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั้งหน้าค่ะ ถ้าผ่านไปแล้วผิวสบายดีจึงค่อยขยับมาใช้ทั้งหน้า แต่ถ้ารู้สึกแสบหรือแดงควรหยุดใช้ทันที และถ้ามีอาการระคายเคืองต่อเนื่องหลายวัน ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแทนการฝืนใช้ต่อนะคะ
ซ้อนโทเนอร์หลายชั้นช่วยเรื่องผิวแห้งได้จริงไหม
โทเนอร์ที่เน้นความชุ่มชื้นช่วยปรับผิวให้พร้อมรับขั้นตอนถัดไปได้ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่แทนมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าผิวแห้ง การทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ไวขึ้นหลังล้างหน้ามักได้ผลกว่าการเพิ่มจำนวนชั้น และถ้าซ้อนแล้วเริ่มแสบ นั่นคือสัญญาณให้ลดลงนะคะ
ผิวแพ้ง่ายต้องมีโทเนอร์ไหม ข้ามไปเลยได้หรือเปล่า
ข้ามได้ค่ะ โทเนอร์เป็นขั้นตอนเสริม ถ้าล้างหน้าอ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นได้ดีอยู่แล้ว การไม่ใช้ก็ไม่ได้ทำให้ผิวแย่ลงทันที ถ้าอยากใช้จริง ๆ ให้เลี่ยงสูตรแอลกอฮอล์เข้มข้นและสูตรกลิ่นแรง ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
ก่อนไปปรึกษาที่คลินิก ควรเตรียมอะไรเรื่องสกินแคร์
เตรียมแค่รายการของที่ใช้อยู่จริงก็พอค่ะ ถ่ายรูปฉลากด้านหลังขวดมาก็ได้ โดยเฉพาะตัวที่มีส่วนผสมผลัดเซลล์ผิว เพราะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าผิวพร้อมแค่ไหน และถ้ามีอาการแสบหรือแดงในช่วงที่ผ่านมา ให้เล่าด้วยว่าเริ่มตอนไหนนะคะ







