ต้องใช้โทนเนอร์ทุกครั้งจริงๆ ไหม?
ต้องใช้โทนเนอร์ตามขั้นตอนสกินแคร์เสมอไปไหม? มาทำความเข้าใจบทบาทของโทนเนอร์และวิธีตัดสินใจตามสภาพผิวของคุณครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
หลังล้างหน้าเสร็จ หลายคนอาจเคยลังเลว่าต้องหยิบโทนเนอร์มาทาก่อนเลยไหม เพราะเวลาค้นหาขั้นตอนสกินแคร์ มักจะขึ้นมาว่า "หลังล้างหน้าให้ใช้โทนเนอร์" ทำให้รู้สึกว่าถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป เหมือนทำสกินแคร์ไม่ครบครับ แล้วโทนเนอร์จำเป็นต้องใช้ทุกครั้งจริงๆ หรือเปล่า?
ตอบสั้นๆ ได้เลยว่า โทนเนอร์มีบทบาทเป็นตัวช่วยปรับสภาพผิวและเตรียมผิวให้ดูดซึมผลิตภัณฑ์ขั้นต่อไปได้ดีขึ้น จึงไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคนครับ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทผิวและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกัน ดังนั้นแทนที่จะยึดตามลำดับที่คนอื่นกำหนด ให้ตัดสินใจตามสภาพผิวของตัวเองดีกว่าครับ
เมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะรู้ว่า
· โทนเนอร์มีบทบาทอย่างไร
· ข้ามขั้นตอนโทนเนอร์ได้หรือเปล่า
· โทนเนอร์มีประโยชน์ในกรณีไหนบ้าง
· ควรดูอะไรเมื่อเลือกโทนเนอร์
โทนเนอร์มีบทบาทอะไรกันแน่?
โทนเนอร์คือขั้นตอนที่ช่วยเช็ดทำความสะอาดสิ่งตกค้างหลังล้างหน้า ปรับสภาพผิว และช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่อจากนี้ซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้นครับ กล่าวคือ โทนเนอร์ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยตัวเอง แต่ทำหน้าที่เชื่อมต่อขั้นตอนสกินแคร์ให้ลื่นไหลมากขึ้น
ตาม คำแนะนำการดูแลผิวของสมาคมโรคผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวตัวเองคือสิ่งที่ทำให้ผิวดูดีที่สุดครับ โทนเนอร์ก็เป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนที่อยู่ในกรอบนี้ ใช้ได้ถ้าเหมาะกับผิวของคุณครับ
ข้ามขั้นตอนโทนเนอร์แล้วผิวจะแย่ลงไหม?
การข้ามโทนเนอร์ไปหนึ่งขั้นตอนไม่ได้ทำให้ผิวแย่ลงในทันทีครับ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีโทนเนอร์ แต่อยู่ที่วิธีล้างหน้าและการมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีกว่า
ตาม คำแนะนำการล้างหน้าของ AAD แนะนำให้ใช้คลีนเซอร์อ่อนโยนที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ล้างหน้าแค่วันละประมาณสองครั้ง และไม่ขัดถูแรงเกินไปครับ ถ้าดูแลพื้นฐานได้ดีแบบนี้ การมีหรือไม่มีโทนเนอร์อีกหนึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากอย่างที่คิดครับ
โทนเนอร์มีประโยชน์ในกรณีไหนบ้าง?
แน่นอนว่ามีกรณีที่โทนเนอร์เหมาะกับผิวมากครับ เช่น หลังล้างหน้าแล้วผิวรู้สึกตึงหรือหยาบกร้าน การปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นสักชั้นหนึ่งจะช่วยให้ขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้นมากครับ ผิวมันที่กังวลเรื่องความมันเยิ้มก็อาจชอบความสดชื่นที่ได้จากโทนเนอร์เบาๆ เช่นกัน
ในทางกลับกัน ถ้าผิวรู้สึกสบายดีอยู่แล้ว และการล้างหน้าพร้อมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพียงพอแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลต้องเพิ่มขั้นตอนให้มากขึ้นครับ โทนเนอร์คือขั้นตอน "มีแล้วดี" ไม่ใช่ขั้นตอน "ขาดไม่ได้" ครับ
ควรดูอะไรเมื่อเลือกโทนเนอร์?
ถ้าตัดสินใจจะใช้โทนเนอร์ ควรเลือกสูตรที่刺激น้อยที่สุดจะดีที่สุดครับ เช่นเดียวกับที่คำแนะนำการล้างหน้าแนะนำให้ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูงและให้ความรู้สึกเย็นแสบก็อาจทำให้ผิวแพ้ง่ายรู้สึกตึงได้เช่นกันครับ
โทนเนอร์ที่มีกลิ่นหอมจัดหรือมีส่วนผสมเพื่อขจัดผิวลอก ควรปรับความถี่การใช้ตามการตอบสนองของผิว แทนที่จะใช้ทุกวันครับ สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดสอบบริเวณเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยสังเกตว่าผิวแสบหรือแดงขึ้นไหม ก่อนที่จะใช้ทั้งใบหน้าจะปลอดภัยกว่าครับ
สุดท้ายแล้ว ตัดสินใจตามสภาพผิวของตัวเองครับ
โทนเนอร์ไม่ใช่ขั้นตอนที่มีคำตอบตายตัว แต่เป็นตัวเลือกที่ปรับได้ตามสภาพผิวครับ แทนที่จะทำตามลำดับของคนอื่น ลองสังเกตหลังล้างหน้าว่าผิวรู้สึกตึงหรือสบายดี แค่นั้นก็จะรู้เองว่าต้องการโทนเนอร์หรือเปล่าครับ
ถ้ายังกังวลเรื่องสภาพผิวหรือความแห้งกร้านอยู่เรื่อยๆ และไม่แน่ใจว่าขั้นตอนไหนเหมาะกับตัวเอง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลสภาพผิวด้วยกัน เช่น คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ บทความนี้รวบรวมข้อมูลการดูแลผิวทั่วไป หากมีปัญหาผิวซ้ำๆ หรือมีการระคายเคืองรุนแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ไม่ใช้โทนเนอร์ได้เลยไหม?
A. ได้เลยครับ โทนเนอร์เป็นเพียงขั้นตอนเสริม ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ถ้าล้างหน้าและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ดีแล้ว การข้ามโทนเนอร์ไปก็ไม่ทำให้ผิวแย่ลงในทันทีครับ
Q. ใช้โทนเนอร์แล้วผิวชุ่มชื้นขึ้นไหม?
A. โทนเนอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นช่วยปรับสภาพผิวให้ผลิตภัณฑ์ขั้นต่อไปซึมเข้าได้ง่ายขึ้นครับ แต่โทนเนอร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ยังต้องใช้ขั้นตอนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ต่อด้วยครับ
Q. ควรหลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ไหม?
A. คำแนะนำทั่วไปแนะนำให้ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ครับ โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูงก็อาจทำให้ผิวแพ้ง่ายรู้สึกตึงได้ ดังนั้นควรเลือกสูตรที่ระคายเคืองน้อยที่สุดจะดีกว่าครับ
Q. โทนเนอร์ขจัดผิวลอกใช้ทุกวันได้ไหม?
A. โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมเพื่อขจัดผิวลอก ควรปรับความถี่การใช้ตามการตอบสนองของผิว ไม่ควรใช้ทุกวันครับ ถ้าผิวแสบหรือแดง ควรลดความถี่ลงเพื่อความปลอดภัยครับ








