ภาพหน้าปกแสดงความแตกต่างและแนวทางเลือกระหว่าง Rejuran กับ Rejuran HB
ผิวหนัง

Rejuran กับ Rejuran HB ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกการเลือกให้เหมาะกับผิว

Rejuran และ Rejuran HB เป็นซีรีส์เดียวกันที่ใช้สาร PN จากปลาแซลมอน โดย HB เติมกรดไฮยาลูโรนิกเข้าไปเพื่อเสริมความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูให้กับผิว

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ที่กำลังหาข้อมูลเรื่อง Rejuran อยู่ดี ๆ ก็เจอชื่อ Rejuran HB โผล่ขึ้นมาด้วย จนเริ่มสับสนว่าทั้งสองเป็นหัตถการคนละแบบ หรือเป็นเพียงเวอร์ชันที่ต่างกันของผลิตภัณฑ์เดียวกัน คำถามที่หลายคนถามเข้ามาบ่อยที่สุดในห้องปรึกษาคือ "Rejuran ธรรมดากับ HB ต่างกันตรงไหน" ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนลังเลก่อนตัดสินใจ

คำตอบสั้น ๆ คือ ทั้งสองเป็นซีรีส์เดียวกันที่ใช้สารสกัดจากปลาแซลมอนตัวเดียวกัน จุดที่ต่างกันอยู่ที่ "เติมอะไรเข้าไปเพิ่ม" มากกว่าจะเป็นคนละหัตถการ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างของ Rejuran กับ Rejuran HB พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ไปดูกันเลยค่ะ

Rejuran คืออะไร? สกินบูสเตอร์จากปลาแซลมอน

Rejuran (รีจูรัน) คือสกินบูสเตอร์ที่นำสารโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide: PN)* ซึ่งสกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน มาฉีดเข้าสู่ผิว เพื่อกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูตัวเองจากภายใน โดยทั่วไปสาร PN จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน จึงมีส่วนช่วยดูแลเรื่องความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นของผิว

โพลีนิวคลีโอไทด์ (PN)* : สารที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะช่วยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ในทิศทางที่ส่งเสริมการฟื้นฟูตัวเองของผิวและปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น

เมื่อมีผลิตภัณฑ์ที่ต่อท้ายด้วย "HB" ออกมา ข้อมูลเรื่องว่าทั้งสองเป็นสิ่งเดียวกันหรือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดจึงเริ่มปะปนกัน เราจะเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าทั้งสองมีอะไรเหมือนกัน และแยกทางกันตรงจุดไหน

ภาพแสดงกลไกของสาร PN จากปลาแซลมอนที่กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว

Rejuran HB คืออะไร? สูตรที่เติมกรดไฮยาลูโรนิก

หากพูดถึงแก่นสำคัญ ทั้ง Rejuran และ Rejuran HB ใช้สารหลักตัวเดียวกัน จากงานวิจัยที่ระบุว่าสารกลุ่มโพลีนิวคลีโอไทด์ช่วยส่งเสริมการเคลื่อนที่ของเซลล์และการสร้างหลอดเลือด ทำให้ผิวที่บาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้น พบว่ากลไกที่สารตัวนี้เข้าไปกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ในผิวนั้นเกิดขึ้นเหมือนกันในทั้งสองผลิตภัณฑ์ ความต่างจึงอยู่ที่ว่าเติมอะไรเข้าไปเพิ่ม

Rejuran HB คือสูตรที่นำโพลีนิวคลีโอไทด์มาผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA)* เข้าไปด้วย เช่นเดียวกับงานวิจัยที่พบว่าสูตรผสมระหว่างกรดไฮยาลูโรนิกกับโพลีนิวคลีโอไทด์ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ความอิ่มฟู และการฟื้นฟูไปพร้อมกัน โครงสร้างของ HB จึงเป็นแบบที่สารสองตัวแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยทิศทางของการฟื้นฟูยังเหมือนเดิม แต่มีความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูเพิ่มเข้ามา

กรดไฮยาลูโรนิก (HA)* : สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ ทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ในผิว จึงให้ความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูเล็กน้อยในทิศทางที่เติมเต็มผิว

เปรียบเทียบความต่างของ Rejuran กับ Rejuran HB

ในหัวข้อนี้เราจะสรุปความต่างของทั้งสองแบบเป็นข้อ ๆ ให้เห็นภาพชัดขึ้น จุดต่างที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่ "เติมอะไรเข้าไปด้วย" เพียงจุดเดียว ไม่ได้เป็นหัตถการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

หัวข้อRejuranRejuran HB
สารหลักโพลีนิวคลีโอไทด์ (PN)PN + กรดไฮยาลูโรนิก (HA)
เป้าหมายหลักฟื้นฟูความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นฟื้นฟู + เพิ่มความชุ่มชื้นและอิ่มฟู
ความรู้สึกที่ได้ผิวเนียนขึ้นทีละน้อยชุ่มชื้นและดูเติมเต็มขึ้น
เหมาะกับผิวกังวลเรื่องผิวไม่เรียบและความยืดหยุ่นกังวลเรื่องผิวแห้งและดูโทรม
สัมผัสตอนฉีดค่อนข้างเบามีความหนืด อาจรู้สึกแน่นกว่า

จากตารางจะเห็นว่าทั้งสองไม่ใช่ "หัตถการคนละอย่าง" แต่เป็นเรื่องของ "จะเติมความชุ่มชื้นเข้าไปในสารฟื้นฟูตัวเดียวกันหรือไม่" ดังนั้นทิศทางของการฟื้นฟู ซึ่งก็คือการกระตุ้นผิวให้ซ่อมแซมตัวเองจึงเหมือนกัน ส่วนที่ต่างคือความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูที่ผู้รับบริการจะสัมผัสได้

ภาพแสดงการเปรียบเทียบสารหลักและเป้าหมายของ Rejuran กับ Rejuran HB

ผลลัพธ์ ระยะพักฟื้น และความต่างที่รู้สึกได้

โพลีนิวคลีโอไทด์เป็นสารที่ค่อย ๆ กระตุ้นการฟื้นฟูภายในผิว ผลลัพธ์ของทั้งสองผลิตภัณฑ์จึงมักไม่ได้มาในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ ปรากฏภายในเวลาหลายสัปดาห์ โดยความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปหลายคนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่นได้ราวสัปดาห์ที่ 4

จุดที่รู้สึกถึงความต่างได้คือช่วงไม่กี่วันหลังทำ เนื่องจาก HB มีกรดไฮยาลูโรนิกผสมอยู่ จึงอาจให้ความรู้สึกชุ่มชื้นและดูเติมเต็มได้ค่อนข้างเร็วตั้งแต่หลังทำ ในทางกลับกัน Rejuran ธรรมดาจะเน้นไปที่การค่อย ๆ ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นเมื่อทำซ้ำหลายครั้ง มากกว่าความอิ่มฟูแบบทันที ความรู้สึกในช่วงแรกจึงค่อนข้างเรียบ ๆ

ในด้านระยะพักฟื้น ทั้งสองผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว บริเวณที่ฉีดอาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ รอยแดง หรือรอยช้ำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม HB มีความหนืด จึงอาจทำให้บริเวณที่ฉีดรู้สึกแน่นกว่าเล็กน้อย หากมีนัดสำคัญ ควรเผื่อเวลาไว้สักสองสามวัน และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ภาพแสดงการค่อย ๆ เห็นผลด้านความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นของผิวในแต่ละสัปดาห์หลังทำ

ผลข้างเคียง ข้อควรระวัง และใครที่เหมาะกับ Rejuran

แม้จะเป็นซีรีส์เดียวกัน แต่การเลือกก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน โดยผู้ที่กังวลเรื่องผิวไม่เรียบและความยืดหยุ่นเป็นหลักมักเหมาะกับ Rejuran ธรรมดา ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องผิวแห้งและดูโทรมอาจเหมาะกับ HB มากกว่า อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน ได้แก่

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนง่าย
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด

นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมข้อมูลบางอย่างไว้ เพื่อให้การปรึกษาในวันนั้นราบรื่นขึ้น เช่น ปัญหาผิวหลักของคุณคือเรื่องความเรียบเนียนหรือความชุ่มชื้น ตารางเวลาที่จะพักฟื้น และหัตถการอื่นที่ทำอยู่ เช่น เลเซอร์หรือการยกกระชับ ซึ่งลำดับการทำควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ สำหรับการดูแลผิวช่วงก่อน-หลัง แนะนำให้เน้นการบำรุงความชุ่มชื้นแบบเรียบง่าย และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่รุนแรงในช่วงแรก

สรุป Rejuran กับ Rejuran HB เลือกอย่างไรดี

โดยสรุป Rejuran และ Rejuran HB เป็นซีรีส์เดียวกันที่มีโพลีนิวคลีโอไทด์จากปลาแซลมอนเป็นแก่นหลัก ทิศทางของการฟื้นฟูเหมือนกัน ต่างกันที่ HB เติมกรดไฮยาลูโรนิกเข้าไปเพื่อเสริมความชุ่มชื้นและความอิ่มฟู หากปัญหาหลักคือความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น Rejuran ธรรมดาก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่หากกังวลเรื่องผิวแห้งและดูโทรม HB อาจตอบโจทย์มากกว่า

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าระหว่าง Rejuran ธรรมดากับ HB แบบไหนเหมาะกับผิวของคุณ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล สามารถปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอเพื่อดูสภาพผิวไปพร้อมกันได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Rejuran HB ให้ผลลัพธ์ดีกว่า Rejuran ธรรมดาแน่นอนไหม?

ไม่ใช่ว่า HB จะดีกว่าเสมอไปค่ะ แต่เป็นสูตรที่เติมกรดไฮยาลูโรนิกเข้าไปในสารฟื้นฟูตัวเดียวกัน เพื่อดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูไปด้วย หากปัญหาหลักคือความเรียบเนียนและความยืดหยุ่น Rejuran ธรรมดาก็เหมาะ ส่วนคนที่กังวลเรื่องผิวแห้งและดูโทรมมักเหมาะกับ HB มากกว่า แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อดูสภาพผิวก่อนเลือก

Q2. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

เนื่องจากโพลีนิวคลีโอไทด์เป็นสารที่กระตุ้นการฟื้นฟูของผิวเอง การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจึงมักค่อย ๆ ปรากฏภายในหลายสัปดาห์ HB จะให้ความรู้สึกชุ่มชื้นได้ค่อนข้างเร็วตั้งแต่หลังทำเพราะมีกรดไฮยาลูโรนิก ส่วนการเปลี่ยนแปลงเรื่องความยืดหยุ่นหลายคนเริ่มรู้สึกได้ราวสัปดาห์ที่ 4 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Q3. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเหมาะ?

โดยทั่วไปหลายคนมองว่าประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง เป็นหนึ่งชุด เพราะเป็นหัตถการที่ค่อย ๆ เสริมการฟื้นฟูของผิวมากกว่าจะจบในครั้งเดียว จำนวนครั้งที่เหมาะสมแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลตามสภาพผิวและการตอบสนองของคุณค่ะ

Q4. หลังทำมีรอยช้ำ ผิดปกติไหม?

รอยช้ำจาง ๆ หรือตุ่มนูนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีดเป็นอาการที่พบได้บ่อย และมักหายได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ HB มีความหนืด จึงอาจทำให้บริเวณที่ฉีดรู้สึกแน่นกว่าเล็กน้อย แต่หากอาการค่อย ๆ แย่ลง หรือมีอาการร้อนและปวดเพิ่มขึ้น ควรรีบติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการให้

บทความแนะนำ

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ผู้หญิงเปิดปฏิทินดูวันว่างเพื่อวางแผนนัดหมายผิวหนัง

ประจำเดือนมีผลต่อความเจ็บและอาการบวมหลังทำหัตถการไหม

รวมสิ่งที่งานวิจัยรายงานไว้เกี่ยวกับรอบเดือนกับความไวต่อความเจ็บและอาการบวมน้ำ พร้อมแนวทางเลือกวันนัดหัตถการที่ใช้ได้จริง

ผู้หญิงส่องกระจกตอนเช้าหลังนอนดึก สังเกตผิวหมองและรอยคล้ำใต้ตาผิวหนัง

นอนน้อยติดกันหลายคืน ผิวฟื้นตัวช้าลงจนกระทบผลหัตถการจริงไหม?

นอนดึกติดกันหลายคืนแล้วผิวดูโทรมลง ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึก บทความนี้รวมกลไกการซ่อมแซมผิวช่วงหลับ ผลต่อการฟื้นตัวหลังทำหัตถการ และแนวทางจัดเวลานอนก่อนและหลังวันนัด

บทความล่าสุด

ภาพปกบทความเรื่องการใช้เครื่องความงามที่บ้านร่วมกับหัตถการที่คลินิกผิวหนัง

เครื่องความงามที่บ้าน ต้องพักตอนไหนก่อนและหลังทำหัตถการ?

จำนวนวันที่ต้องพักเครื่องความงามหลังทำหัตถการไม่ได้มาจากผลการทดลอง แต่มาจากธรรมเนียมของแต่ละคลินิก บทความนี้จัดระเบียบวิธีคิดจากสภาพผิว 4 อย่าง แยกตามชนิดของเครื่อง

ผู้หญิงเปิดปฏิทินดูวันว่างเพื่อวางแผนนัดหมายผิวหนัง

ประจำเดือนมีผลต่อความเจ็บและอาการบวมหลังทำหัตถการไหม

รวมสิ่งที่งานวิจัยรายงานไว้เกี่ยวกับรอบเดือนกับความไวต่อความเจ็บและอาการบวมน้ำ พร้อมแนวทางเลือกวันนัดหัตถการที่ใช้ได้จริง

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

การ์ดตั้งคำถามว่าทำไมผลของ Sofwave ถึงรู้สึกไม่ชัดในช่วงแรกลิฟติ้ง

ทำ Sofwave แล้วยังไม่เห็นผล? 4 ตัวแปรที่ควรเช็ก

ความรู้สึกหลังทำ Sofwave ต่างกันได้มาก แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บทความนี้ไล่ให้ดูทีละข้อว่าความหนาผิว ชนิดของความหย่อนคล้อย บริเวณที่ทำ และช่วงเวลาที่ประเมิน ส่งผลต่อสิ่งที่คุณมองเห็นอย่างไร

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องลำดับการฉีด Sculptra และการทำ Liftingรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีด Sculptra แล้วทำ Lifting ได้เมื่อไหร่ ควรเว้นระยะห่างแค่ไหน?

Sculptra ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ส่วน HIFU และ RF ทำงานด้วยความร้อนในชั้นผิวชุดเดียวกัน ลำดับและระยะห่างจึงมีผลกับผลลัพธ์มากกว่าที่คิดนะคะ

ผู้หญิงส่องกระจกตอนเช้าหลังนอนดึก สังเกตผิวหมองและรอยคล้ำใต้ตาผิวหนัง

นอนน้อยติดกันหลายคืน ผิวฟื้นตัวช้าลงจนกระทบผลหัตถการจริงไหม?

นอนดึกติดกันหลายคืนแล้วผิวดูโทรมลง ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึก บทความนี้รวมกลไกการซ่อมแซมผิวช่วงหลับ ผลต่อการฟื้นตัวหลังทำหัตถการ และแนวทางจัดเวลานอนก่อนและหลังวันนัด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors