พิโคเวย์ลบรอยสัก จำนวนครั้งต่างกันตามสีจริงไหม?
เหตุผลที่พิโคเวย์ลบรอยสักใช้จำนวนครั้งต่างกันตามสี พร้อมระยะห่างและสิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เวลาที่ลองหาข้อมูลเรื่องลบรอยสัก หลายคนมักสงสัยว่า "ทำไมแต่ละคนถึงใช้จำนวนครั้งไม่เท่ากัน สีมีผลด้วยไหม" บางคนบอกว่าสีดำลบง่าย แต่สีอื่นๆ ใช้เวลานานกว่า แล้วพิโคเวย์ลบรอยสักนั้น จำนวนครั้งจะแตกต่างกันตามสีจริงๆ หรือเปล่าครับ?
ตอบสั้นๆ ได้เลยว่า จำนวนครั้งในการลบรอยสักขึ้นอยู่กับสีหมึก ความลึก และปริมาณหมึกครับ เพราะแต่ละสีตอบสนองต่อคลื่นความยาวของเลเซอร์*ได้ต่างกัน ดังนั้นแทนที่จะถามว่า "กี่ครั้งถึงจะเสร็จ" การดูสีและสภาพรอยสักของตัวเองจะช่วยประเมินจำนวนครั้งได้แม่นยำกว่าครับ
คลื่นความยาวของเลเซอร์*: คุณสมบัติของแสงที่เลเซอร์ปล่อยออกมา โดยแต่ละสีรงควัตถุจะดูดซับคลื่นความยาวที่ต่างกัน ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพในการลบรอยสักครับ
อ่านบทความนี้แล้วจะรู้ว่า
· พิโคเวย์คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง
· ทำไมจำนวนครั้งถึงต่างกันตามสี
· โดยปกติต้องทำกี่ครั้ง
· สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำ
พิโคเวย์คืออะไรครับ?
พิโคเวย์คือเครื่องลบรอยสักที่ยิงเลเซอร์พลังสูงในช่วงเวลาสั้นมากๆ ระดับพิโควินาที เพื่อทุบอนุภาคหมึกให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ กำจัดชิ้นส่วนเหล่านั้นออกไปเองตามธรรมชาติครับ
หมึกทั้งหมดไม่ได้หายไปในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ ลดลงทีละขั้นตอนโดยแบ่งทำหลายครั้ง นั่นจึงทำให้การลบรอยสักเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งเวลาและจำนวนครั้งควบคู่กันไปครับ
ทำไมจำนวนครั้งถึงต่างกันตามสีครับ?
เพราะแต่ละสีตอบสนองต่อคลื่นความยาวของเลเซอร์ได้ต่างกันครับ จากข้อมูลทางคลินิกที่รวบรวมเรื่องการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ พบว่าสีดำและสีน้ำเงินตอบสนองได้ดีกับคลื่นความยาวหนึ่ง ในขณะที่สีแดงตอบสนองได้ดีกับคลื่นความยาวอีกแบบหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าแต่ละสีดูดซับแสงแตกต่างกันครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับเลเซอร์พิโควินาทีก็ระบุไว้เช่นกันว่าสีน้ำเงิน-ดำ กับสีแดง-เหลืองต้องใช้คลื่นความยาวที่ต่างกัน ดังนั้นรอยสักที่มีหลายสีจึงอาจต้องการจำนวนครั้งที่มากขึ้น เนื่องจากต้องใช้แนวทางที่แตกต่างกันในแต่ละสี นอกจากนี้ความลึกและปริมาณหมึกก็มีผลต่อจำนวนครั้งด้วยครับ
โดยปกติต้องทำกี่ครั้งครับ?
การลบรอยสักต้องทำแบ่งหลายครั้งครับ ข้อมูลทางคลินิกข้างต้นระบุว่าโดยทั่วไปต้องทำประมาณ 7–10 ครั้ง และในบางกรณีเลเซอร์พิโควินาทีอาจทำให้รอยสักจางลงได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่าครับ
นอกจากนี้ระหว่างแต่ละครั้งผิวหนังต้องการเวลาในการฟื้นตัว จึงแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 8 สัปดาห์ต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ต้องการจะแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสี ความลึก ปริมาณหมึก และสภาพผิว ดังนั้นการประเมินกับแพทย์โดยตรงตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกจึงเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดครับ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำ
การลบรอยสักไม่ใช่การรักษาที่เสร็จในครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาครับ หากไม่เว้นระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งตามที่กำหนด อาจสร้างภาระให้กับผิวหนังได้ จึงควรให้เวลาผิวฟื้นตัวก่อนเข้ารับการรักษาครั้งต่อไปครับ
นอกจากนี้ขึ้นอยู่กับสีและชนิดของหมึก อาจมีบางกรณีที่ลบออกได้ยากหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของสีได้ครับ ดังนั้นก่อนเริ่มทำควรตรวจสอบสีและความลึกของรอยสักร่วมกับแพทย์ และวางแผนจำนวนครั้งรวมถึงระยะห่างล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยครับ
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด เริ่มต้นด้วยการตรวจสีหมึกร่วมกัน
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ไม่ได้มองว่า "ลบรอยสักไม่กี่ครั้งก็จบ" แต่เราให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสีหมึก ความลึก และปริมาณก่อน แล้วจึงวางแผนจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมร่วมกันครับ เพราะแม้จะใช้เครื่องเดียวกัน จำนวนครั้งก็อาจแตกต่างกันได้ตามสภาพรอยสักของแต่ละคน
บทความนี้แนะนำบริการที่ดำเนินการโดยคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ครับ จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับแต่ละท่านควรปรึกษาและกำหนดร่วมกับแพทย์ก่อนเริ่มทำ และเนื่องจากคลินิกอยู่ในระยะเดินจากสถานีฮับจอง ท่านสามารถแวะมาตรวจสอบสภาพรอยสักและนัดหมายได้สะดวกก่อนเริ่มการรักษาครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. จำนวนครั้งในการลบรอยสักต่างกันตามสีไหมครับ?
A. ต่างกันได้ครับ เพราะแต่ละสีตอบสนองต่อคลื่นความยาวของเลเซอร์ได้ต่างกัน รอยสักที่มีหลายสีอาจต้องการจำนวนครั้งมากขึ้น ความลึกและปริมาณหมึกก็มีผลด้วยครับ
Q. โดยปกติต้องทำกี่ครั้งครับ?
A. ตามข้อมูลทางคลินิกระบุว่าโดยทั่วไปต้องทำประมาณ 7–10 ครั้งครับ ในบางกรณีเลเซอร์พิโควินาทีอาจทำให้จางลงได้ในจำนวนครั้งที่น้อยกว่า จำนวนครั้งที่ต้องการจะแตกต่างกันมากขึ้นอยู่กับสีและสภาพรอยสักครับ
Q. ควรเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละครั้งนานแค่ไหนครับ?
A. ตามข้อมูลแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 8 สัปดาห์ครับ เนื่องจากผิวหนังต้องการเวลาในการฟื้นตัว โดยระยะห่างสามารถปรับได้ตามสภาพผิวของแต่ละท่านครับ
Q. ทุกสีลบออกได้ดีเท่ากันไหมครับ?
A. การตอบสนองต่างกันตามสีและชนิดของหมึกครับ อาจมีบางกรณีที่ลบออกได้ยากหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของสี จึงควรตรวจสอบสภาพรอยสักกับแพทย์ก่อนเริ่มทำครับ









