หลังลบรอยสักด้วยพิโคเวย์ ต้องดูแลแผลอย่างไร และใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน?
궁금하다면 อยากรู้วิธีดูแลหลังลบรอยสักด้วยพิโคเวย์และช่วงพักฟื้น? บทความนี้รวบรวมวิธีจัดการสะเก็ดและผื่นแดงหลังทำ พร้อมขั้นตอนการฟื้นตัวและสัญญาณที่ควรระวัง


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
เมื่อตัดสินใจลบรอยสักแล้ว สิ่งที่หลายคนสงสัยไม่แพ้ตัวการทำหัตถการเลยก็คือ "หลังจากลบแล้วต้องดูแลอย่างไร และผิวจะหายดีโดยไม่เป็นรอยแผลเป็นได้ไหม" พิโคเวย์ใช้พลังงานเลเซอร์สลายหมึกรอยสักให้แตกเป็นอนุภาคเล็กๆ ดังนั้นวิธีดูแลผิวในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำจึงมีผลอย่างมากต่อความราบรื่นของผลลัพธ์ครับ
ตอบสั้นๆ ได้เลยว่า ผื่นแดง อาการบวม และสะเก็ดเล็กน้อยหลังทำเป็นเรื่องปกติในกระบวนการฟื้นตัว และมักจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการฟื้นตัวจะแตกต่างกันไปตามขนาด สี และสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นวิธีดูแลที่ถูกต้องและเวลานัดทำครั้งต่อไปควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการเสมอครับ
> บทความนี้รวบรวมข้อมูลหัตถการจากคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแดครับ
เมื่ออ่านบทความนี้ คุณจะได้รู้
· หลักการที่พิโคเวย์ใช้ลบรอยสัก
· วิธีดูแลสะเก็ดและผื่นแดงทันทีหลังทำ
· ขั้นตอนการฟื้นตัวในแต่ละช่วงเป็นอย่างไร
· สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์
พิโคเวย์ลบรอยสักได้อย่างไร
พิโคเวย์ใช้พลังงานเลเซอร์ในช่วงเวลาสั้นมากๆ เพื่อสลายหมึกรอยสักที่ฝังอยู่ในชั้นหนังแท้* ให้แตกเป็นอนุภาคขนาดเล็กครับ อนุภาคเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำจัดออกโดยเลเซอร์โดยตรง แต่ร่างกายจะค่อยๆ ขับออกไปเองตามธรรมชาติ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รอยสักจะค่อยๆ จางลงทีละน้อยผ่านการทำหลายครั้ง ไม่ใช่หายไปในครั้งเดียวครับ
ชั้นหนังแท้*: ชั้นผิวใต้หนังกำพร้า เป็นบริเวณที่อนุภาคหมึกรอยสักฝังตัวอยู่ครับ
สมาคมผิวหนังแพทย์อเมริกัน (AAD) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เลเซอร์ไม่สามารถสลายทุกชั้นได้อย่างปลอดภัยในครั้งเดียว แสงเลเซอร์จะสลายหมึกเป็นอนุภาคแล้วร่างกายจะขับออก และหลังทำอาจเกิดผื่นแดง อาการบวม และตุ่มน้ำเล็กน้อยได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าผิวต้องการเวลาในการฟื้นตัวและร่างกายต้องการเวลาในการขับหมึกออกครับ

วิธีดูแลทันทีหลังทำหัตถการ
การดูแลหลังทำไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่กระตุ้นผิวที่เพิ่งได้รับการรักษา และช่วยให้แผลหายสะอาดตามธรรมชาติ ลองดูแนวทางการดูแลในแต่ละช่วงเวลาที่มักแนะนำกันครับ
| ช่วงเวลา | แนวทางดูแล | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| วันที่ 1-2 | ล้างทำความสะอาดเบาๆ และทายา | ห้ามถู |
| วันที่ 3-7 | ปล่อยให้สะเก็ดหลุดเอง | ห้ามแกะ |
| ตลอดช่วงพักฟื้น | มอยส์เจอร์ไรเซอร์และป้องกันแสงแดด | ป้องกันผิวคล้ำ |
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้ามแกะหรือแตะสะเก็ดและตุ่มน้ำโดยเด็ดขาดครับ การปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นและผิวคล้ำได้ หลังจากล้างทำความสะอาดเบาๆ แล้วให้ทายาที่แพทย์แนะนำบางๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น และระหว่างช่วงพักฟื้นควรป้องกันแสงแดดให้ดีครับ เพราะรังสี UV ทำให้ผิวคล้ำได้ง่าย การสวมเสื้อปิดบังหรือทากันแดดที่บริเวณนั้นจะช่วยได้มากครับ
ขั้นตอนการฟื้นตัวในแต่ละช่วง
การฟื้นตัวไม่ได้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ ดีขึ้นเป็นขั้นๆ ในช่วงหลายวันครับ ระยะเวลาต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัว

ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ อาจมีผื่นแดงและอาการบวมเล็กน้อย จากนั้นจะเกิดสะเก็ดบางๆ ซึ่งมักหลุดออกเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ บริเวณที่สะเก็ดหลุดไปแล้วอาจมีสีชมพูอยู่ระยะหนึ่ง แต่จะค่อยๆ จางลงตามเวลา ความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน ดังนั้นควรสังเกตทิศทางการเปลี่ยนแปลงมากกว่าจะยึดติดกับตัวเลขวันครับ หากผิวค่อยๆ ดีขึ้นก็เป็นกระบวนการปกติ แต่ถ้าผื่นแดงหรือความเจ็บปวดรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัยครับ
ทำไมต้องคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด ให้ความสำคัญกับการดูแลหลังทำหัตถการไม่น้อยไปกว่าตัวหัตถการเองครับ เพราะแม้รอยสักเดียวกัน แต่สี ความลึก และสภาพผิวที่ต่างกันก็ทำให้กระบวนการฟื้นตัวและจำนวนครั้งที่ต้องทำแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการปรึกษาครั้งแรก เราจึงอธิบายกระบวนการฟื้นตัวและวิธีดูแลอย่างละเอียดเสมอครับ คลินิกขนาดเล็กที่เดินถึงได้จากสถานีฮับจอง ทำให้เราสามารถรับฟังสภาพผิวและตารางเวลาของแต่ละท่าน เพื่อวางแผนการลบรอยสักและการดูแลหลังทำที่เหมาะสมร่วมกันได้ครับ
สัญญาณเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์
ผื่นแดงและสะเก็ดส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามเวลา แต่หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรติดต่อคลินิกที่ทำหัตถการโดยเร็ว แทนที่จะรอให้หายเองครับ
- ผื่นแดงหรือความเจ็บปวดไม่ดีขึ้นตามเวลา แต่กลับรุนแรงขึ้น
- มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกมาต่อเนื่องและมีความร้อนร่วมด้วย
- หลังสะเก็ดหลุดแล้วมีรอยแผลเป็นชัดเจน
- บริเวณนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวหรือคล้ำขึ้นผิดปกติ
จากรายงานการศึกษา การลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโคเซคคอนด์ที่ทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน พบว่านอกจากผื่นแดงและสะเก็ดชั่วคราวแล้ว บางรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวในบริเวณนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวและการเปลี่ยนแปลงของสีผิวแตกต่างกันในแต่ละบุคคลครับ หากสะเก็ดหลุดเองตามธรรมชาติและผื่นแดงค่อยๆ จางลง ถือเป็นกระบวนการฟื้นตัวปกติ แต่ถ้าพบสัญญาณผิดปกติดังที่กล่าวมา ไม่ควรรอและควรพบแพทย์ทันทีครับ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป วิธีดูแลที่เหมาะสมและเวลานัดทำครั้งต่อไปควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยตรงครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. สะเก็ดคัน แล้วเกาได้ไหม?
A. อาการคันระหว่างการฟื้นตัวเป็นเรื่องปกติครับ แต่การเกาหรือแกะสะเก็ดอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นและผิวคล้ำได้ เมื่อคันให้ทายาที่แนะนำเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และปล่อยให้สะเก็ดหลุดเองตามธรรมชาติครับ ถ้าอาการคันรุนแรงหรือนานผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ตอนมาตรวจครับ
Q. บริเวณที่ทำโดนน้ำได้ไหม?
A. การล้างทำความสะอาดเบาๆ โดยทั่วไปไม่เป็นปัญหาครับ แต่ควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานหรือถูแรงในช่วงพักฟื้น กิจกรรมที่ทำให้บริเวณนั้นเปียกและถูกกระตุ้นนาน เช่น ซาวน่าหรือว่ายน้ำ ควรรอจนกว่าสะเก็ดจะหลุดและผิวฟื้นตัวพอสมควรก่อนครับ
Q. ต้องรอนานแค่ไหนก่อนทำครั้งต่อไป?
A. เนื่องจากผิวต้องการเวลาในการฟื้นตัวและร่างกายต้องการเวลาในการขับหมึกออก จึงมักเว้นระยะห่างหลายสัปดาห์ระหว่างการทำแต่ละครั้งครับ การรีบทำเร็วเกินไปอาจทำให้ผิวได้รับการกระตุ้นก่อนที่จะฟื้นตัวสมบูรณ์ ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพการฟื้นตัวจริงและปรึกษาแพทย์ครับ
Q. ทำครั้งเดียวรอยสักจะหายเลยไหม?
A. พิโคเวย์ไม่ได้ลบรอยสักออกในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ ทำให้จางลงทีละน้อยผ่านการทำหลายครั้งครับ จำนวนครั้งที่ต้องทำขึ้นอยู่กับสี ความลึก และชนิดของหมึก ดังนั้นแทนที่จะตัดสินจากผลครั้งเดียว ควรสังเกตแนวโน้มที่จางลงในแต่ละครั้งร่วมกันครับ








