"คุณหมอครับ ได้ยินมาว่าทำสกินเพลลิ่งบ่อยๆ แล้วผิวจะบาง" — ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดสัปดาห์นี้
เรื่องที่ว่าทำสกินเพลลิ่งกรดบ่อยแล้วผิวจะบางลง — ถูกครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่งครับ


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
"คุณหมอครับ ได้ยินมาว่าทำสกินเพลลิ่งบ่อยๆ แล้วผิวจะบาง" — ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดสัปดาห์นี้
บ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
คนไข้วัยกลาง 30 ที่ทำงานออฟฟิศคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจครับ
เธอเล่าให้ฟังว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
ไปทำสกินเพลลิ่งกรดที่คลินิกอื่นมาแล้ว 5 ครั้งครับ
ช่วงนี้รู้สึกว่าแก้มแสบซ่าๆ
แค่ล้างหน้าก็หน้าแดงแล้ว
เลยถามว่า "ผิวหนูบางลงจริงๆ ใช่ไหมคะหมอ?"
ช่วงนี้ได้รับคำถามแบบนี้บ่อยมากเลยครับ
แล้วมันต่างกันตรงไหนกันแน่?
สกินเพลลิ่งคือหัตถการที่ทำให้
ผิวลอกออกเทียมครับ
สกินเพลลิ่งกรด (AHA, BHA, TCA ฯลฯ) ทำงาน
โดยใช้สารละลายกรดสลายพันธะ
ระหว่างเซลล์ผิวลอก
ต่างจากการสกัดผิวด้วยวิธีฟิสิคัล (เช่น สครับ) ตรงที่
สามารถควบคุมความลึกได้
นั่นคือจุดที่แตกต่างใหญ่ที่สุดครับ
BHA ต่างจาก AHA ตรงที่ละลายในไขมันได้
จึงซึมเข้าลึกถึงรูขุมขน
ส่วน TCA ซึมถึงความลึกระดับกลางครับ
ความลึกที่ต่างกันส่งผลให้
ช่วงพักฟื้นและรูปแบบผลข้างเคียงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
นี่คือจุดที่มักเกิดความเข้าใจผิดบ่อยๆ
ถูกครึ่งหนึ่ง ผิดครึ่งหนึ่งครับ
นี่คือ 3 ความเสี่ยงที่ผมอธิบายให้คนไข้แถว
ฮงแดบ่อยที่สุด ขอสรุปให้ฟังครับ
พูดตรงๆ เลยนะครับ
คำว่า "ผิวบางลง" นั้น
ไม่ค่อยแม่นยำซักทีเดียวครับ
ชั้น Stratum Corneum (ประมาณ 0.02 มม.) อาจ
บางลงชั่วคราวได้ก็จริง
แต่ชั้นหนังแท้ไม่ได้บางลงครับ
ปัญหาคือ ถ้าทำสกินเพลลิ่งครั้งต่อไป
ก่อนที่ชั้นผิวลอกจะฟื้นฟูสมบูรณ์
เกราะป้องกันผิวก็จะพังสะสมต่อเนื่องครับ
คนไข้ที่พูดถึงไปตอนต้น
5 ครั้งใน 3 เดือน คือทุก 2-3 สัปดาห์ครับ
แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญมากครับ
ผิวลอกต้องใช้เวลาเฉลี่ย 28 วัน
ถึงจะฟื้นฟูได้สมบูรณ์
ทำทุก 2 สัปดาห์ก็เท่ากับลอกผิว
ก่อนที่จะการฟื้นฟูจะสิ้นสุดครับ
ปกติผมจะเว้นช่วงสกินเพลลิ่งความลึกระดับกลาง
อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ครับ
สกินเพลลิ่งตื้นๆ ก็เว้น 3 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
ดังนั้น "ความรู้สึกว่าผิวบางลง" ที่คนไข้บอก
จริงๆ แล้วมักเกิดจากสามสิ่งซ้อนกันครับ
ข้อแรก ผื่นแดงจากเกราะผิวเสื่อมสภาพ
ข้อสอง ผิวอักเสบจากการระคายเคืองสัมผัส
ข้อสาม รอยดำหลังอักเสบ (PIH)
บางรายอาจมีข้อที่สี่คือ
เส้นเลือดฝอยขยายตัวด้วยครับ
สกินเพลลิ่งกรดไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือการสั่งจ่ายที่ต้องออกแบบครับ
ถ้าจำนวนครั้ง ความเข้มข้น และช่วงเวลาไม่เหมาะสม
ผิวลอกจะไม่มีเวลาฟื้นฟูเลยครับ
"ความรู้สึกว่าผิวบางลง" ส่วนใหญ่
คือสัญญาณที่เกราะป้องกันผิวพัง
ไม่ใช่ชั้นหนังแท้หายไปครับ
แค่จัดระยะห่างให้ถูกต้อง
ส่วนใหญ่จะฟื้นฟูได้ภายใน 3-6 เดือนครับ
ในห้องตรวจผมแบ่งแบบนี้ครับ
แต่ละเคสไม่เหมือนกัน
แต่ผมมักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มครับ
แม้จะเป็นสกินเพลลิ่งชนิดเดียวกัน
ช่วงเวลาและความเข้มข้นจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนครับ
แต่ก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไปนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นต่ำแค่ไหน
ถ้าไม่ทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ
รอยดำจะยิ่งหนักขึ้นครับ
แต่ถ้าดูแลถูกต้อง
สกินเพลลิ่งถือเป็นหัตถการที่คุ้มค่ามากครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คงมีคำถามเหล่านี้ในใจครับ
Q1. ใช้เรตินอลที่บ้านด้วยได้ไหมครับ?
A. หลังทำสกินเพลลิ่ง 1 สัปดาห์แรก หยุดพักก่อนครับ
เรตินอลก็เร่งการผิวลอกเช่นกัน
ถ้าใช้ซ้อนกันหลังทำสกินเพลลิ่งทันที เกราะผิวจะพังพร้อมกันครับ
รอให้ครบ 1 สัปดาห์แล้วค่อยเริ่มใหม่
ด้วยความเข้มข้นต่ำๆ จะปลอดภัยกว่าครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลครับ?
A. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนครับ
ถ้าทำเพื่อลดรอยดำ ปกติ 3-5 ครั้ง
ถ้าเป็นเรื่องรูขุมขนหรือสิว ก็ 4-6 ครั้ง โดยเว้น 4 สัปดาห์ต่อครั้งครับ
มีคนไข้บางรายที่ทำที่อื่นมา 10 ครั้งแล้วไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง
พอมาปรับความเข้มข้นและช่วงเวลาใหม่ที่คลินิกบิวตี้สโตน
แค่ 2-3 ครั้งก็เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้วครับ
การออกแบบสำคัญกว่าจำนวนครั้งครับ
Q3. หลังทำสกินเพลลิ่งแล้วหน้าแดงและร้อนวูบวาบ เป็นผลข้างเคียงไหมครับ?
A. ผื่นแดงและความเจ็บปวดภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก
ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาปกติครับ
แต่ถ้ามีอาการเกิน 3 วัน
หรือมีตุ่มพองหรือน้ำเหลืองซึม ให้มาพบแพทย์ทันทีครับ
ต้องจัดการก่อนที่จะกลายเป็นรอยดำหลังอักเสบ
ยิ่งเร็วยิ่งการฟื้นฟูได้เร็วครับ
ถ้ายังมีข้อสงสัย ยินดีให้คำแนะนำโดยตรงในห้องตรวจครับ นี่คือหมอวียองจินครับ








