LDM Water Drop ต้องทำกี่ครั้ง? ทุก 2 สัปดาห์ 4-5 ครั้ง และเหตุผล
แยกให้ชัดก่อนว่ากำลังรอผลเรื่องอาการบวมแดง หรือรอผลเรื่องความยืดหยุ่น
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· อาการบวมและผื่นแดงมักดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่ความยืดหยุ่นไม่ใช่
· ส่วนใหญ่ต้องถึงครั้งที่ 3 จึงจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง
· รอบที่มักแนะนำคือทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 4-5 ครั้ง แล้วจึงประเมินใหม่
· ถ้าผิวหย่อนคล้อยชัดเจนแล้ว LDM เพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่คำตอบ
LDM Water Drop มักแนะนำให้ทำทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 4-5 ครั้ง แล้วจึงประเมินผลอีกครั้งค่ะ เหตุผลที่ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องอ่อนแรง แต่อยู่ที่ว่าสิ่งที่คุณกำลังรออยู่คืออะไร
เพราะ LDM ให้ผลสองแบบที่มาคนละจังหวะกัน อาการบวมและผื่นแดงมักเห็นความเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ส่วนความยืดหยุ่นและสภาพผิวต้องใช้เวลาสะสม บทความนี้จะไล่ไปทีละขั้นว่าอะไรควรเห็นเมื่อไหร่ ควรประเมินตอนไหน และเมื่อไหร่ที่ควรกลับมาปรึกษาแทนที่จะทำต่อ ทั้งนี้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม? แยกให้ชัดก่อนว่ารออะไรอยู่
คำตอบสั้น ๆ คำเดียวตอบยากค่ะ เพราะต้องแยกก่อนว่ากำลังพูดถึงผลด้านไหน ถ้าเป็นเรื่องการลดอาการบวมและผื่นแดง หลายคนทำครั้งเดียวก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในกระจกได้ในวันนั้นเลย
แต่ถ้าเป็นเรื่องการเพิ่มความยืดหยุ่นและปรับสภาพผิว เรื่องนี้ต่างออกไป ส่วนใหญ่ต้องถึงครั้งที่ 3 จึงจะรู้สึกได้ด้วยตัวเอง คนที่ทำครั้งเดียวแล้วบอกว่าไม่แตกต่างเลย จริง ๆ มีประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ตอบสนอง แต่แปลว่ายังไม่ถึงจังหวะที่จะประเมิน
เหตุผลอยู่ที่กลไกค่ะ LDM ย่อมาจาก Local Dynamic Micromassage เป็นเครื่องที่ยิงคลื่นอัลตราซาวด์สองความถี่สลับกันอย่างรวดเร็ว ไม่ได้รวมความร้อนไว้ที่จุดเดียวเพื่อทำให้เนื้อเยื่อแข็งตัวแบบ HIFU แต่สร้างการเปลี่ยนแปลงแรงดันเล็ก ๆ ระหว่างเซลล์ เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและ extracellular matrix
ถ้า HIFU ทั่วไปคือเตารีดร้อน LDM ก็คือเครื่องนวดสั่น การนวดสั่นให้ผลด้านการระบายและปลอบประโลมได้ไว แต่การสร้างความยืดหยุ่นเป็นงานสะสม จึงต้องนับเป็นคอร์ส ไม่ใช่นับเป็นครั้ง
รอบที่มักแนะนำ: ทุก 2 สัปดาห์ 4-5 ครั้ง แล้วประเมินใหม่
รอบที่มักแนะนำคือทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 4-5 ครั้งค่ะ ระยะห่างนี้ไม่ได้ตั้งไว้ลอย ๆ แต่ตั้งไว้เพื่อให้ผิวได้สะสมการตอบสนองระหว่างครั้ง แล้วเรามีจุดให้เทียบว่าดีขึ้นจริงหรือไม่
เวลาไล่ตามตารางนี้ ให้ดูทีละช่วงแบบนี้ค่ะ
- ครั้งที่ 1 — ดูที่อาการบวมและผื่นแดงเป็นหลัก หลายคนเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในวันเดียวกัน
- ครั้งที่ 2 — ยังไม่ใช่จุดตัดสิน ให้สังเกตว่าผิวสงบลงเร็วขึ้นหรือไม่
- ครั้งที่ 3 — จุดที่คนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกถึงความยืดหยุ่นด้วยตัวเอง เป็นจังหวะที่ควรถ่ายรูปเทียบ
- ครั้งที่ 4-5 — ประเมินรวมว่าควรเว้นระยะให้ห่างขึ้น หรือควรทบทวนแผนใหม่ทั้งหมด
หลักการปรับรอบหลังจบคอร์สเรียบง่ายค่ะ ถ้าผลอยู่ตัวดีก็ค่อย ๆ ยืดระยะห่างออกไป ถ้ารู้สึกว่าถอยกลับเร็วก็ดึงระยะให้ถี่ขึ้น การนัดหมายจึงควรตามการตอบสนองของผิว ไม่ใช่ตามปฏิทินอย่างเดียว และจำนวนครั้งที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ทำครบแล้วยังไม่รู้สึก? ลองเช็กว่าปัญหาอยู่ชั้นไหน
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้ง แต่อยู่ที่ว่าเรากำลังใช้เครื่องมือกับชั้นผิวที่ไม่ตรงกับปัญหาค่ะ นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยเมื่อทำครบคอร์สแล้วยังรู้สึกไม่ถึงเป้า
เคยมีคนไข้อายุ 48 ปีมาที่คลินิกและขอให้ช่วยยกแก้มที่หย่อนด้วย LDM Water Drop แต่เมื่อตรวจดูจริง ๆ พบว่าชั้น SMAS ยืดออกไปมากแล้ว ในเคสแบบนี้ LDM เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นคำตอบ วันนั้นจึงไม่แนะนำให้ทำ LDM แต่ปรึกษาเรื่องการใช้อัลเทอร่าร่วมกับการเติมบริเวณ mid-face แทน
วิธีแยกแบบง่าย ๆ คือถามตัวเองว่าปัญหาคือหย่อนหรือยุบ ถ้าเป็นความหย่อนคล้อยของชั้นลึก สิ่งที่ต้องการคือการหดรัดชั้น SMAS ซึ่งเป็นงานของ HIFU ถ้าเป็นบริเวณที่ยุบลงไป การเติมกลับคืนคืองานของฟิลเลอร์ ส่วน LDM ทำงานกับความยืดหยุ่นและสภาพของผิวชั้นที่ตื้นกว่านั้น
เมื่อแยกได้แบบนี้ การรวมโปรแกรมก็ไม่ใช่การขายเพิ่ม แต่เป็นการวางเครื่องมือให้ตรงชั้น และ LDM ยังมีที่ทางของตัวเองอยู่ในแผนนั้น เพียงแต่ไม่ใช่ตัวเอกเพียงลำพัง
ใครเหมาะ และใครที่ไม่ควรทำ LDM อย่างเดียว
ก่อนจองคอร์ส ลองดูว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของตารางนี้ค่ะ จะช่วยให้ตั้งความคาดหวังได้ตรงตั้งแต่ครั้งแรก
| กลุ่มผู้ใช้ | ความเหมาะสม | เหตุผล |
|---|---|---|
| อายุปลาย 20 ถึงต้น 30 ปี เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น | เหมาะที่สุด | กระตุ้นชั้นหนังแท้ให้สังเคราะห์คอลลาเจน |
| มีอาการบวมและผื่นแดงหลังทำหัตถการ | เหมาะที่สุด | ช่วยระบายน้ำเหลืองและปลอบประโลมผิว |
| ผิวบอบบาง มีผื่นแดง ทน HIFU ไม่ได้ | แนะนำ | กระตุ้นได้โดยไม่มีความเสียหายจากความร้อน |
| อายุปลาย 40 ขึ้นไป มีผิวหย่อนคล้อยชัดเจน | ไม่แนะนำเพียงอย่างเดียว | หดรัดชั้น SMAS ได้ยาก จึงแนะนำให้ใช้คู่กับ HIFU |
| ต้องการเห็นผลกรอบหน้าทันที | ไม่แนะนำ | ผลลัพธ์จะสะสมและค่อยเป็นค่อยไป |
สองแถวล่างไม่ได้แปลว่า LDM ไม่ดี แต่แปลว่าโจทย์ไม่ตรงกัน ถ้าคาดหวังการเปลี่ยนแปลงอย่างดราม่าตั้งแต่ครั้งแรก การนับรอบทุก 2 สัปดาห์จะกลายเป็นความผิดหวังสะสมแทนค่ะ
ที่ Beautystone ย่านฮับจอง เราปรับรอบกันอย่างไร
ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน จะประเมินผลของครั้งก่อนก่อนเสมอ แล้วจึงตัดสินใจว่าครั้งถัดไปควรห่างเท่าไหร่ ถ้าอาการบวมแดงสงบลงเร็วขึ้นและความยืดหยุ่นเริ่มอยู่ตัว ก็ยืดระยะออก ถ้าถอยกลับเร็ว ก็ดึงให้ถี่ขึ้น การจดว่าครั้งก่อนทำอะไรและผิวตอบสนองอย่างไร ทำให้ครั้งถัดไปเป็นการต่อยอด ไม่ใช่การเริ่มใหม่
เวลามาปรึกษา ลองถามสี่ข้อนี้ดูนะคะ จะช่วยให้เห็นภาพคอร์สทั้งหมดตั้งแต่ต้น
- จากสภาพผิวตอนนี้ ควรวางไว้กี่ครั้ง และประเมินผลตอนครั้งที่เท่าไหร่
- สิ่งที่ควรเห็นหลังครั้งแรกคืออะไร และสิ่งที่ยังไม่ควรคาดหวังคืออะไร
- ปัญหาของฉันอยู่ชั้นไหน และ LDM เพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่
- หลังจบคอร์สแล้ว ควรเว้นระยะเท่าไหร่จึงกลับมาประเมินอีกครั้ง
ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ หากทำไปสองสามครั้งแล้วยังไม่แน่ใจว่าควรไปต่อหรือปรับแผน อย่าเพิ่งหยุดเงียบ ๆ ลองกลับมาให้ประเมินก่อน Beautystone เป็นคลินิกผิวหนังย่านฮับจอง ปรึกษาผ่าน LINE ได้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
ผิวบอบบางและแดงง่าย ทำ LDM ได้ไหม
เป็นกลุ่มที่แนะนำได้ค่ะ เพราะ LDM กระตุ้นผิวด้วยการเปลี่ยนแปลงแรงดันขนาดเล็กระหว่างเซลล์ ไม่ได้ใช้ความร้อนรวมที่จุดเดียวแบบ HIFU จึงกระตุ้นได้โดยไม่มีความเสียหายจากความร้อน สำหรับคนที่ทน HIFU ไม่ไหว นี่จึงเป็นทางเลือกที่พอเป็นไปได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่ม
ทำ LDM หลังทำหัตถการอื่นได้ไหม
กรณีที่มีอาการบวมและผื่นแดงหลังทำหัตถการ ถือเป็นกลุ่มที่ LDM เหมาะที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะช่วยระบายน้ำเหลืองและปลอบประโลมผิว อย่างไรก็ตาม จังหวะที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าเพิ่งทำหัตถการอะไรมาและผิวอยู่ในสภาพไหน จึงควรให้คลินิกที่ดูแลอยู่เป็นผู้กำหนดเวลาให้ค่ะ
LDM เจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน
โดยทั่วไปแทบไม่มีความเจ็บปวดและช่วงพักฟื้น เพราะกลไกเป็นการนวดสั่นสะเทือนด้วยคลื่นอัลตราซาวด์สองความถี่ ไม่ใช่การรวมความร้อนเพื่อให้เนื้อเยื่อแข็งตัว หลายคนจึงทำเป็นคอร์สทุก 2 สัปดาห์ได้โดยไม่กระทบตารางชีวิต แต่ความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
อยากเห็นกรอบหน้าเปลี่ยนทันที LDM ตอบโจทย์ไหม
ถ้าเป้าหมายคือการเห็นกรอบหน้าเปลี่ยนทันที LDM ไม่ใช่ตัวเลือกที่แนะนำค่ะ เพราะผลลัพธ์จะสะสมและค่อยเป็นค่อยไป และหากมีผิวหย่อนคล้อยชัดเจนแล้ว การหดรัดชั้น SMAS ทำได้ยากด้วยเครื่องนี้เพียงอย่างเดียว กรณีแบบนั้นมักแนะนำให้ใช้คู่กับ HIFU มากกว่า


