ทำ Shurink ที่กรามบ่อยแค่ไหนถึงพอดี ระยะห่างและสัญญาณที่ควรเว้น
ลิฟติ้ง

ทำ Shurink ที่กรามบ่อยแค่ไหนถึงพอดี ระยะห่างและสัญญาณที่ควรเว้น

คอลลาเจนต้องใช้เวลาสะสม การทำถี่ขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าเส้นกรามจะชัดเร็วขึ้น

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 6 กันยายน 2026
8นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

  · แนวทางพื้นฐานคือทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 3 สัปดาห์
  · การทำถี่ขึ้นไม่ได้เร่งผล เพราะ Shurink อาศัยการสะสมคอลลาเจนต่อเนื่อง
  · สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์คือสัดส่วนความลึกของหัวที่เลือกใช้ ไม่ใช่จำนวนช็อต
  · ถ้าปวดมากผิดปกติหรือชาต่อเนื่องนานเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

คำถามที่ได้ยินบ่อยพอ ๆ กับเรื่องจำนวนช็อต คือทำ Shurink ที่กรามบ่อยแค่ไหนถึงจะพอดี ตอบสั้น ๆ ก่อนค่ะ แนวทางพื้นฐานคือทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 3 สัปดาห์ และการย่นระยะให้ถี่ขึ้นกว่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เส้นกรามชัดเร็วขึ้น

เหตุผลอยู่ที่กลไกของหัตถการ Shurink ไม่ได้ดึงผิวให้ตึงในทันที แต่อาศัยการสะสมคอลลาเจนต่อเนื่อง ผลจึงเดินตามเวลาของร่างกาย ไม่ได้เดินตามความถี่ของการนัด บทความนี้จะเรียงให้ครบว่าเว้นระยะเท่าไหร่และเพราะอะไร ไทม์ไลน์ผลลัพธ์เป็นอย่างไร อะไรสำคัญกว่ากันระหว่างจำนวนช็อตกับความลึก และสัญญาณแบบไหนที่ควรเว้นให้นานขึ้นหรือกลับไปให้แพทย์ดู

ทำ Shurink ที่กรามบ่อยเกินไปได้ไหม

คำตอบค่อนข้างชัดค่ะ แนวทางพื้นฐานคือ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 3 สัปดาห์ เพราะ Shurink อาศัยการสะสมคอลลาเจนต่อเนื่อง ไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ และไม่ใช่การทำรัว ๆ ให้ครบเร็ว ๆ ด้วยเช่นกัน

ภาพแสดงความเสี่ยงจากการยิงหัว 4.5 มม. ใกล้กระดูกขากรรไกรและเส้นประสาทบริเวณกราม

หลายคนที่รู้สึกว่าเส้นกรามยังไม่ชัดหลังครั้งแรก มักคิดถึงการเลื่อนนัดครั้งถัดไปให้เร็วขึ้น แต่ช่วงเวลาระหว่างครั้งไม่ใช่ช่วงที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่จากพลังงานที่ได้รับไปแล้ว การเข้าไปเติมซ้ำเร็วเกินไปจึงไม่ได้เพิ่มสิ่งที่ยังทำงานไม่เสร็จ

ในทางกลับกัน คนที่ทิ้งช่วงนานเกินไปจนลืมทำครั้งที่สองและสามก็มีไม่น้อย ซึ่งกรณีนี้เท่ากับหยุดที่ครึ่งทางของการสะสม หลักที่ใช้ง่ายที่สุดคือ ถ้าผิวสงบดีและเป็นไปตามที่คุยกันไว้ ก็เดินตามระยะประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ถ้ายังบวมหรือรู้สึกไม่สบายผิวอยู่ ก็ขยับให้ห่างออกไปอีกหน่อยแล้วให้แพทย์ดูก่อน

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ระยะที่เหมาะกับคุณจึงควรกำหนดร่วมกับแพทย์ที่ตรวจให้โดยตรงค่ะ พูดอีกแบบคือ ตัวเลข 3 สัปดาห์เป็นจุดตั้งต้นสำหรับการวางแผน ไม่ใช่กฎที่ต้องรักษาไว้ให้ได้ทุกกรณี เมื่อผิวตอบสนองดีก็เดินตามแผนเดิม เมื่อยังไม่พร้อมก็ขยับออกไปแล้วประเมินใหม่

ทำไมต้องเว้นระยะ ดูจากไทม์ไลน์ผลลัพธ์

เมื่อเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นในแต่ละช่วง จะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมการเว้นระยะจึงเป็นส่วนหนึ่งของหัตถการ ไม่ใช่การรอเปล่า ๆ แนวโน้มโดยรวมมักเป็นดังนี้

  • หลังทำครั้งแรกถึงประมาณ 2 สัปดาห์ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยชั่วคราว ตามด้วยความรู้สึกกระชับขึ้นบาง ๆ
  • ช่วง 3-4 สัปดาห์ คอลลาเจนเริ่มปรับโครงสร้างใหม่ เส้นกรามเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง
  • หลังสะสมครบ 2-3 ครั้ง ไขมันที่หย่อนคล้อยจะถูกดึงเข้าใกล้ชั้นกล้ามเนื้อมากขึ้น
  • ช่วง 6 เดือน ผลลัพธ์ที่สะสมมามักช่วยคงรูปกรอบหน้าไว้ได้ต่อเนื่อง
ภาพไทม์ไลน์ผลลัพธ์หลังทำ Shurink ที่กรามแต่ละครั้ง

จะเห็นว่าช่วงที่การเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏคือ 3-4 สัปดาห์ ซึ่งใกล้เคียงกับระยะห่างที่แนะนำพอดี การนัดครั้งถัดไปในจังหวะนี้จึงเท่ากับต่อยอดจากสิ่งที่เพิ่งเริ่มก่อตัว ไม่ใช่การทับซ้อนของอะไรที่ยังไม่ทันเกิด

และเพราะการเปลี่ยนแปลงเดินแบบค่อยเป็นค่อยไป การประเมินผลจากภาพในวันที่ทำเสร็จใหม่ ๆ จึงมักคลาดเคลื่อน ถ้าอยากติดตามด้วยตัวเอง แนะนำให้ถ่ายภาพมุมเดิมในแสงเดิมไว้ในวันแรก แล้วเทียบอีกครั้งช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ค่ะ

จำนวนช็อตกับความลึก อะไรตัดสินผลลัพธ์กันแน่

คนไข้จำนวนมากมักถามว่าทำกี่ช็อตเป็นคำถามแรก แต่ในทางคลินิก จำนวนช็อตที่มากพอไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะดีเสมอไป บางเคสที่ช็อตน้อยกว่าแต่ยิงเข้าชั้นที่ถูกต้อง กลับเห็นเส้นกรามชัดขึ้นได้ดีกว่า

Shurink ใช้เทคโนโลยี HIFU หรือคลื่นเสียงความเข้มสูงแบบโฟกัส ส่งพลังงานลงไปสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่ชั้นผิวหนังแท้และชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง จุดที่หลายคนไม่รู้คือ Shurink มีหัวปล่อยพลังงานหลายความลึก และแต่ละหัวไปทำงานที่คนละชั้นผิว

ความลึกของหัวชั้นผิวที่ทำงานบทบาทในการทำกราม
1.5 มม.ชั้นผิวหนังแท้ชั้นตื้นดูแลผิวชั้นบน
3.0 มม.ชั้นไขมันใต้ผิวหนังและชั้น SMAS ตื้นจับชั้น SMAS ตื้นให้แม่นยำ
4.5 มม.ชั้น SMAS ลึกดึงกรอบหน้าในชั้นลึก
ภาพเปรียบเทียบชั้นผิวที่หัว 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ของ Shurink ทำงาน

สัดส่วนพื้นฐานสำหรับกรอบหน้าและกรามมักอยู่ที่หัว 4.5 มม. และ 3.0 มม. ในอัตราใกล้เคียงกัน แต่สัดส่วนนี้ไม่ได้ใช้เหมือนกันทุกคน คนที่มีไขมันใต้คางค่อนข้างหนา แพทย์มักเพิ่มสัดส่วนหัว 4.5 มม. เพื่อจับทั้งไขมันและชั้น SMAS ลึกไปพร้อมกัน ส่วนคนที่ผิวบางและรูปหน้าค่อนข้างผอม แพทย์มักเพิ่มสัดส่วนหัว 3.0 มม. เพื่อจับชั้น SMAS ตื้นและผิวหนังแท้ชั้นล่างให้แม่นยำ

ดังนั้นคำถามที่ควรถามก่อนทำจึงไม่ใช่จำนวนช็อต แต่คือสัดส่วนความลึกที่จะใช้กับโครงหน้าของเราค่ะ และเมื่อสัดส่วนถูกกำหนดจากโครงหน้าจริง การเปรียบเทียบจำนวนช็อตกับคนอื่นก็แทบไม่มีความหมาย เพราะคนที่ผิวบางกับคนที่ไขมันใต้คางหนาไม่ได้รับพลังงานแบบเดียวกันตั้งแต่ต้น

สัญญาณว่าควรเว้นให้นานขึ้น หรือกลับไปให้แพทย์ดู

หลังทำอาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปได้เอง นี่คือแนวโน้มที่พบได้บ่อย แต่มีอาการบางอย่างที่ไม่ควรรอให้ถึงนัดครั้งถัดไป

  • ปวดมากผิดปกติ หรือชาต่อเนื่องนานเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  • อาการบวมที่เพิ่มขึ้นแทนที่จะค่อย ๆ ลดลงในแต่ละวัน ควรให้แพทย์ดูก่อนนัดครั้งถัดไป
  • ยังรู้สึกไม่สบายผิวอยู่เมื่อถึงกำหนดครั้งถัดไป ให้เลื่อนออกไปก่อน ดีกว่าฝืนทำตามตาราง

ความเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษสำหรับกรามคือการกระตุ้นเส้นประสาทที่พาดผ่านขอบกราม ซึ่งมักเกิดจากการยิงหัว 4.5 มม. เพียงอย่างเดียวโดยไม่ผสมหัว 3.0 มม. เข้าไปช่วยกระจายพลังงาน กรามเป็นบริเวณที่ผิวและชั้นไขมันใต้ผิวหนังบางกว่าจุดอื่น อีกทั้งกระดูกขากรรไกรก็อยู่ใกล้ผิวมากเป็นพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ การเลือกสัดส่วนหัวให้เหมาะกับโครงหน้าจึงเป็นเรื่องที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องประเมินเป็นรายบุคคล และเป็นอีกเหตุผลที่การทำถี่ ๆ โดยไม่ทบทวนสัดส่วนในแต่ละครั้งไม่ใช่ทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอไปค่ะ หากเคยรู้สึกเจ็บแปลบผิดปกติในครั้งก่อน ควรเล่าให้แพทย์ฟังตั้งแต่ต้นการนัดครั้งถัดไป เพราะข้อมูลนี้ช่วยให้ปรับสัดส่วนและพลังงานได้ตรงจุดกว่าการเริ่มใหม่จากศูนย์

ที่ Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล เรากำหนดจังหวะแบบนี้

ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน เริ่มการนัดครั้งถัดไปจากการดูผลของครั้งก่อนเสมอ ถ้าผิวสงบดีและเส้นกรามเริ่มขยับตามที่คาดไว้ ก็เดินตามระยะประมาณ 3 สัปดาห์ตามแผน แต่ถ้ายังมีบวมหรือรู้สึกไม่สบายผิว ก็ขยับให้ห่างออกไปก่อนแล้วค่อยประเมินใหม่ แทนที่จะยึดวันที่จองไว้ล่วงหน้าเป็นหลัก

  • ทบทวนสัดส่วนหัว 4.5 มม. และ 3.0 มม. ในทุกครั้ง ตามความหนาของไขมันใต้คางและความบางของผิว
  • บันทึกอาการหลังทำของครั้งก่อนไว้ เพื่อปรับพลังงานและระยะห่างของครั้งถัดไป
  • ให้คำแนะนำการดูแลหลังทำไปพร้อมกันเป็นชุด ทั้งการสังเกตอาการและช่วงเวลาที่ควรกลับมาให้ดู

สำหรับคนที่ไขมันใต้คางมีน้อยมาก แต่ผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก การทำ Shurink เพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดในการดึงกรอบหน้าให้ชัดขึ้น กรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาผสมกับเครื่องคลื่นวิทยุหรือโบท็อกซ์บริเวณมุมปากร่วมด้วย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแผน ไม่ใช่การเพิ่มความถี่

บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ไม่ได้ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยค่ะ ผลลัพธ์และจังหวะที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสัดส่วนความลึกและระยะห่างที่เหมาะกับโครงหน้าของคุณก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ควรเว้นนานแค่ไหนก่อนเริ่มรอบใหม่?

ผลที่สะสมมาจากรอบแรกมักช่วยคงรูปกรอบหน้าไว้ได้ต่อเนื่องในช่วงประมาณ 6 เดือน การเริ่มรอบใหม่จึงมักดูจากช่วงเวลานั้นประกอบกับสภาพผิวจริง ไม่ใช่การนับปฏิทินอย่างเดียว ระยะที่เหมาะกับแต่ละคนแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินก่อนนัดรอบถัดไปค่ะ

ยังไม่เห็นผลหลังครั้งแรก ควรเลื่อนครั้งถัดไปให้เร็วขึ้นไหม?

ไม่แนะนำให้ย่นระยะค่ะ ช่วง 3-4 สัปดาห์คือจังหวะที่คอลลาเจนเริ่มปรับโครงสร้างใหม่ การเข้าไปทำซ้ำก่อนหน้านั้นจึงไม่ได้เร่งสิ่งที่ยังทำงานไม่เสร็จ ถ้ากังวลว่าช้ากว่าที่คิด ให้กลับไปให้แพทย์ดูสภาพผิวและทบทวนสัดส่วนความลึกจะตรงจุดกว่า

ระหว่างรอบ ทำหัตถการอื่นที่กรามได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการและสภาพผิวในตอนนั้นค่ะ ในบางกรณีที่ไขมันใต้คางน้อยแต่ผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจพิจารณาผสมเครื่องคลื่นวิทยุหรือโบท็อกซ์บริเวณมุมปากร่วมด้วยอยู่แล้ว จึงควรแจ้งแผนทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อน เพื่อจัดลำดับและระยะห่างให้เหมาะสม

เห็นคนบอกว่าอย่าทำ Shurink บ่อย จริงหรือไม่?

สิ่งที่ควรระวังไม่ใช่ตัวเลขความถี่อย่างเดียวค่ะ แต่คือการทำซ้ำโดยไม่ทบทวนสัดส่วนความลึกในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะที่กราม ซึ่งการยิงหัว 4.5 มม. เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทที่พาดผ่านขอบกรามมากกว่าที่หลายคนคิด การทำตามระยะที่วางไว้พร้อมประเมินทุกครั้งจึงสำคัญกว่าการนับจำนวน

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

บทความล่าสุด

Sculptra ทำงานอย่างไร ถึงต้องทำหลายครั้งผิวหนัง

Sculptra งบรวมคิดยังไง? คู่มือวางแผนก่อนจอง

หลายคนดูราคา Sculptra ต่อครั้งแล้วประเมินงบต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะลืมนับจำนวนไวอัลต่อครั้ง จำนวนครั้งทั้งหมด และค่าบำรุงรักษาหลังจบคอร์สแรก บทความนี้อธิบายวิธีคิดงบที่ครบถ้วนค่ะ

คู่มือเตรียมปรึกษาแพทย์เรื่องร่องแก้มลึก Lifting หรือฟิลเลอร์ผิวหนัง

ร่องแก้มลึกขึ้น ทำ Lifting หรือฉีดฟิลเลอร์? คู่มือเตรียมปรึกษาแพทย์

ร่องแก้มลึกมีสองสาเหตุที่ต้องการวิธีแก้ต่างกัน — ก่อนนัดปรึกษาแพทย์ มาเตรียมตัวให้พร้อมด้วยคำถามที่ถูกต้องค่ะ

ผู้หญิงกำลังวางแผนงานสำคัญพร้อมปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลผิวด้วย Sofwave ที่ Beautystone Clinicผิวหนัง

Sofwave ก่อนงานสำคัญ เริ่มยังไงดี? คู่มือตัดสินใจฉบับปฏิบัติจริง

ก่อนจองคิว Sofwave เพื่องานสำคัญ มีคำถามสำคัญที่ควรตอบให้ได้ก่อน เช่น ผิวของคุณเหมาะกับหัตถการนี้ไหม วันงานอยู่ห่างพอไหม และจะวางแผนการดูแลผิวก่อนวันงานให้ครบได้อย่างไร บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนการตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงดูแลผิวหน้าหลังทำ Shurink Universe HIFU ลิฟติ้งผิวหนัง

Shurink Universe แล้วล้างหน้า ออกกำลังกาย ดื่มได้ไหม? ดูสัญญาณก่อน

หลังทำ Shurink Universe หลายคนสงสัยว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าพร้อมล้างหน้า ออกกำลังกาย หรือดื่มแอลกอฮอล์แล้ว บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปดูเกณฑ์และสัญญาณที่ต้องสังเกตก่อนตัดสินใจแต่ละกิจกรรมค่ะ

ทำโบท็อกซ์ครั้งแรก เลือกคลินิกยังไงไม่ให้เสียใจผิวหนัง

ทำโบท็อกซ์ครั้งแรก เลือกคลินิกยังไงไม่ให้เสียใจ?

ก่อนทำโบท็อกซ์ครั้งแรก หลายคนไม่รู้ว่าจะเลือกคลินิกจากอะไร นอกจากดูราคาและรีวิว บทความนี้จะบอกวิธีใช้การปรึกษาครั้งแรกเป็นเครื่องมือประเมินคลินิกได้เลยค่ะ

ดูแลรอยแผลเป็นหลังรักษายังไงให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วที่สุดผิวหนัง

ดูแลรอยแผลเป็นหลังรักษายังไง ให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วที่สุด?

หลังรักษารอยแผลเป็น ผิวจะอยู่ในช่วงซ่อมแซมตัวเองที่ละเอียดอ่อนมากค่ะ การดูแลที่ถูกต้องในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วและลดโอกาสเกิดรอยดำตามมา

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors