ภาพหน้าปกแสดงความแตกต่างระหว่าง Rejuran Healer กับ HB Plus และแนวทางเลือก
ผิวหนัง

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกสูตรที่เจ็บน้อยกว่า

Rejuran Healer และ Rejuran HB Plus ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์จากปลาแซลมอนเป็นแกนหลักเหมือนกัน ต่างกันที่ HB Plus เติมยาชาเพื่อลดความเจ็บ ส่วน Healer เน้นความเข้มข้นของผลลัพธ์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ที่อยากลองทำรีจูรันเพื่อดูแลผิว แต่พอได้ยินคำว่า "เจ็บมาก" ก็เริ่มลังเลจนไม่กล้าตัดสินใจ คำถามที่พบบ่อยในห้องปรึกษาคือ "มีรีจูรันแบบที่เจ็บน้อยกว่านี้ไหม" ซึ่งเป็นความกังวลที่หลายคนเจอเหมือนกัน

ความเจ็บเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้หลายคนชะลอการตัดสินใจทำรีจูรัน ทั้งที่สนใจผลลัพธ์เรื่องความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นของผิวอยู่ก่อนแล้ว บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Rejuran Healer กับ Rejuran HB Plus พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับระดับความเจ็บที่แต่ละคนรับได้ ไปดูกันเลยค่ะ

Rejuran Healer คืออะไร? สูตรดั้งเดิมที่เจ็บกว่า

Rejuran Healer คือสูตรดั้งเดิมของรีจูรัน ที่ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide: PN)* ความเข้มข้นสูงจาก DNA ปลาแซลมอนเป็นตัวหลัก โดยไม่มีส่วนผสมของยาชา สาร PN จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นฟูผิวจากภายใน

โพลีนิวคลีโอไทด์ (PN)* : สารที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะช่วยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ในทิศทางที่ส่งเสริมการฟื้นฟูตัวเองของผิว

เนื่องจากไม่มียาชาผสมอยู่ ความรู้สึกขณะฉีดจึงมักถูกอธิบายว่าเจ็บกว่าสูตรอื่นในซีรีส์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเข้มข้นของสาร PN ที่สูง Healer จึงมักถูกมองว่าให้ผลลัพธ์ด้านความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นที่เด่นชัด

ภาพแสดงสาร PN เข้มข้นสูงใน Rejuran Healer ที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา

Rejuran HB Plus คืออะไร? สูตรที่เติมยาชาลดความเจ็บ

Rejuran HB Plus คือสูตรที่นำโพลีนิวคลีโอไทด์มาผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA)* และสารยาชาเฉพาะที่ ยาชาจะช่วยลดการรับรู้ความเจ็บระหว่างฉีด ส่วน HA ช่วยปรับความหนืดของสารให้ลื่นขึ้น จึงลดแรงต้านตอนฉีดเข้าสู่ผิวได้ในทิศทางหนึ่ง

กรดไฮยาลูโรนิก (HA)* : สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ ทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ในผิว จึงให้ความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูเล็กน้อย

หลายคนที่กลัวเข็มหรือกลัวความเจ็บมักเลือก HB Plus เป็นตัวเลือกแรก แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของยาชา จึงควรแจ้งประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ ผู้ที่มีประวัติแพ้ลิโดเคน (Lidocaine)* ควรเลือก Healer แทน เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของยาชา

ลิโดเคน (Lidocaine)* : ยาชาเฉพาะที่ชนิดหนึ่ง ใช้เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำหัตถการ ในบางกรณีอาจพบอาการแพ้ได้ จึงควรแจ้งประวัติแพ้ยาก่อนเข้ารับบริการเสมอ

โดยทั่วไปแล้ว หัตถการที่มีส่วนผสมของยาชาควรมีการซักประวัติแพ้ยาก่อนทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามแพทย์ได้ในวันปรึกษา

ภาพแสดงกลไกของยาชาใน Rejuran HB Plus ที่ช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด

เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง Healer กับ HB Plus

ในหัวข้อนี้เราจะสรุปความต่างของผลลัพธ์ระหว่างสองสูตรเป็นข้อ ๆ ให้เห็นภาพชัดขึ้น

หัวข้อHealerHB Plus
ความเข้มข้นของการฟื้นฟูผิวเข้มข้นปานกลาง
ความชุ่มชื้นที่รู้สึกได้ทันทีน้อยมาก
ความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นเด่นชัดปานกลาง
การเปลี่ยนแปลงต่อครั้งค่อนข้างมากปานกลาง
จำนวนครั้งที่แนะนำ3-4 ครั้ง2-3 ครั้ง
ระดับความเจ็บค่อนข้างมากค่อนข้างน้อย

จากตารางจะเห็นว่าหากต้องการเน้นการฟื้นฟูผิวชั้นลึกแบบเข้มข้น Healer มักเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ส่วนใครที่อยากรู้สึกถึงความชุ่มชื้นได้เร็วและกังวลเรื่องความเจ็บ HB Plus ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตารางที่เหมาะกับสภาพผิวและตารางชีวิตของคุณ

ภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นระหว่าง Healer กับ HB Plus

ใครเหมาะกับ HB Plus ใครเหมาะกับ Healer

ลองพิจารณาจากสถานการณ์ของตัวเองตามข้อต่อไปนี้

  • กลัวเข็มหรือกลัวความเจ็บ ทำครั้งแรก — HB Plus เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
  • ต้องการเน้นความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นแบบเข้มข้น — Healer เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
  • อยากรู้สึกถึงความชุ่มชื้นได้เร็ว — HB หรือ HB Plus เหมาะกว่า
  • มีประวัติแพ้ลิโดเคน — Healer เหมาะกว่าเพราะไม่มียาชา
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร — ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน
  • มีสิวอักเสบหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด — ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ทั้งสองสูตรอาจทำให้เกิดรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

กรณีที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • เคยมีผลข้างเคียงจากหัตถการกลุ่ม PN มาก่อน
  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
  • กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินอีขนาดสูง

การเลือกระหว่าง Healer กับ HB Plus ขึ้นอยู่กับผลการประเมินสภาพผิว ระดับความเจ็บที่รับได้ และตารางชีวิตของแต่ละคน หากแชร์ไลฟ์สไตล์ให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา จะช่วยให้ได้คำแนะนำที่ตรงจุดมากขึ้น

สรุป Rejuran Healer กับ HB Plus เลือกแบบไหนดี

โดยสรุป Rejuran Healer และ Rejuran HB Plus ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์จากปลาแซลมอนเป็นแกนหลักเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่การมีหรือไม่มียาชา ซึ่งส่งผลต่อทั้งระดับความเจ็บและความชุ่มชื้นที่รู้สึกได้ หากต้องการความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นแบบเข้มข้น Healer เป็นตัวเลือกที่เหมาะ ส่วนใครที่กังวลเรื่องความเจ็บ HB Plus ก็ตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและระดับความเจ็บที่รับได้ก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่ารีจูรันแบบไหนจะเจ็บน้อยที่สุดสำหรับตัวเอง ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล สามารถปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

เปรียบเทียบใบเสนอราคา Fraxel ยังไงให้ถูกต้อง?ผิวหนัง

ขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก เปรียบเทียบยังไงให้ไม่ถูกหลอก?

เมื่อขอใบเสนอราคา Fraxel จากหลายคลินิก ตัวเลขที่ต่างกันนั้นไม่ได้บอกว่าคลินิกไหนถูกหรือแพงกว่า แต่บอกว่าแต่ละที่เสนออะไรให้คุณบ้าง การอ่านใบเสนอราคาให้เป็นคือกุญแจสำคัญก่อนตัดสินใจค่ะ

ผู้หญิงกำลังค้นหาข้อมูลคลินิกรักษาสิวบนสมาร์ทโฟนก่อนนัดหมายผิวหนัง

จะรู้ได้ยังไงว่าคลินิกรักษาสิวนี้ใช่? เกณฑ์จริงที่ควรเช็กก่อนนัด

การเลือกคลินิกรักษาสิวต้องการมากกว่าการดูรีวิวออนไลน์ บทความนี้ให้เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงสำหรับประเมินคลินิกและแพทย์ ตั้งแต่ก่อนนัดจนถึงระหว่างห้องตรวจค่ะ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors