ภาพหน้าปกแสดงความแตกต่างระหว่าง Rejuran Healer กับ HB Plus และแนวทางเลือก
ผิวหนัง

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกสูตรที่เจ็บน้อยกว่า

Rejuran Healer และ Rejuran HB Plus ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์จากปลาแซลมอนเป็นแกนหลักเหมือนกัน ต่างกันที่ HB Plus เติมยาชาเพื่อลดความเจ็บ ส่วน Healer เน้นความเข้มข้นของผลลัพธ์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
5นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ที่อยากลองทำรีจูรันเพื่อดูแลผิว แต่พอได้ยินคำว่า "เจ็บมาก" ก็เริ่มลังเลจนไม่กล้าตัดสินใจ คำถามที่พบบ่อยในห้องปรึกษาคือ "มีรีจูรันแบบที่เจ็บน้อยกว่านี้ไหม" ซึ่งเป็นความกังวลที่หลายคนเจอเหมือนกัน

ความเจ็บเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้หลายคนชะลอการตัดสินใจทำรีจูรัน ทั้งที่สนใจผลลัพธ์เรื่องความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นของผิวอยู่ก่อนแล้ว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง Rejuran Healer กับ Rejuran HB Plus พร้อมแนะนำแนวทางเลือกให้เหมาะกับระดับความเจ็บที่แต่ละคนรับได้ ไปดูกันเลยค่ะ

Rejuran Healer คืออะไร? สูตรดั้งเดิมที่เจ็บกว่า

Rejuran Healer คือสูตรดั้งเดิมของรีจูรัน ที่ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide: PN)* ความเข้มข้นสูงจาก DNA ปลาแซลมอนเป็นตัวหลัก โดยไม่มีส่วนผสมของยาชา สาร PN จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นฟูผิวจากภายใน

โพลีนิวคลีโอไทด์ (PN)* : สารที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวจะช่วยกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ในทิศทางที่ส่งเสริมการฟื้นฟูตัวเองของผิว

เนื่องจากไม่มียาชาผสมอยู่ ความรู้สึกขณะฉีดจึงมักถูกอธิบายว่าเจ็บกว่าสูตรอื่นในซีรีส์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเข้มข้นของสาร PN ที่สูง Healer จึงมักถูกมองว่าให้ผลลัพธ์ด้านความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นที่เด่นชัด

ภาพแสดงสาร PN เข้มข้นสูงใน Rejuran Healer ที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา

Rejuran HB Plus คืออะไร? สูตรที่เติมยาชาลดความเจ็บ

Rejuran HB Plus คือสูตรที่นำโพลีนิวคลีโอไทด์มาผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA)* และสารยาชาเฉพาะที่ ยาชาจะช่วยลดการรับรู้ความเจ็บระหว่างฉีด ส่วน HA ช่วยปรับความหนืดของสารให้ลื่นขึ้น จึงลดแรงต้านตอนฉีดเข้าสู่ผิวได้ในทิศทางหนึ่ง

กรดไฮยาลูโรนิก (HA)* : สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติ ทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ในผิว จึงให้ความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูเล็กน้อย

หลายคนที่กลัวเข็มหรือกลัวความเจ็บมักเลือก HB Plus เป็นตัวเลือกแรก แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของยาชา จึงควรแจ้งประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเสมอ ผู้ที่มีประวัติแพ้ลิโดเคน (Lidocaine)* ควรเลือก Healer แทน เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของยาชา

ลิโดเคน (Lidocaine)* : ยาชาเฉพาะที่ชนิดหนึ่ง ใช้เพื่อลดความเจ็บระหว่างทำหัตถการ ในบางกรณีอาจพบอาการแพ้ได้ จึงควรแจ้งประวัติแพ้ยาก่อนเข้ารับบริการเสมอ

โดยทั่วไปแล้ว หัตถการที่มีส่วนผสมของยาชาควรมีการซักประวัติแพ้ยาก่อนทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามแพทย์ได้ในวันปรึกษา

ภาพแสดงกลไกของยาชาใน Rejuran HB Plus ที่ช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด

เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่าง Healer กับ HB Plus

ในหัวข้อนี้เราจะสรุปความต่างของผลลัพธ์ระหว่างสองสูตรเป็นข้อ ๆ ให้เห็นภาพชัดขึ้น

หัวข้อHealerHB Plus
ความเข้มข้นของการฟื้นฟูผิวเข้มข้นปานกลาง
ความชุ่มชื้นที่รู้สึกได้ทันทีน้อยมาก
ความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นเด่นชัดปานกลาง
การเปลี่ยนแปลงต่อครั้งค่อนข้างมากปานกลาง
จำนวนครั้งที่แนะนำ3-4 ครั้ง2-3 ครั้ง
ระดับความเจ็บค่อนข้างมากค่อนข้างน้อย

จากตารางจะเห็นว่าหากต้องการเน้นการฟื้นฟูผิวชั้นลึกแบบเข้มข้น Healer มักเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ส่วนใครที่อยากรู้สึกถึงความชุ่มชื้นได้เร็วและกังวลเรื่องความเจ็บ HB Plus ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะห่างระหว่างครั้งประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตารางที่เหมาะกับสภาพผิวและตารางชีวิตของคุณ

ภาพเปรียบเทียบผลลัพธ์ด้านความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นระหว่าง Healer กับ HB Plus

ใครเหมาะกับ HB Plus ใครเหมาะกับ Healer

ลองพิจารณาจากสถานการณ์ของตัวเองตามข้อต่อไปนี้

  • กลัวเข็มหรือกลัวความเจ็บ ทำครั้งแรก — HB Plus เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
  • ต้องการเน้นความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นแบบเข้มข้น — Healer เป็นตัวเลือกที่แนะนำ
  • อยากรู้สึกถึงความชุ่มชื้นได้เร็ว — HB หรือ HB Plus เหมาะกว่า
  • มีประวัติแพ้ลิโดเคน — Healer เหมาะกว่าเพราะไม่มียาชา
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร — ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อน
  • มีสิวอักเสบหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด — ควรรอให้ผิวฟื้นตัวก่อน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

ทั้งสองสูตรอาจทำให้เกิดรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

กรณีที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • เคยมีผลข้างเคียงจากหัตถการกลุ่ม PN มาก่อน
  • ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
  • กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินอีขนาดสูง

การเลือกระหว่าง Healer กับ HB Plus ขึ้นอยู่กับผลการประเมินสภาพผิว ระดับความเจ็บที่รับได้ และตารางชีวิตของแต่ละคน หากแชร์ไลฟ์สไตล์ให้แพทย์ทราบตั้งแต่ตอนปรึกษา จะช่วยให้ได้คำแนะนำที่ตรงจุดมากขึ้น

สรุป Rejuran Healer กับ HB Plus เลือกแบบไหนดี

โดยสรุป Rejuran Healer และ Rejuran HB Plus ใช้สารโพลีนิวคลีโอไทด์จากปลาแซลมอนเป็นแกนหลักเหมือนกัน ความต่างอยู่ที่การมีหรือไม่มียาชา ซึ่งส่งผลต่อทั้งระดับความเจ็บและความชุ่มชื้นที่รู้สึกได้ หากต้องการความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นแบบเข้มข้น Healer เป็นตัวเลือกที่เหมาะ ส่วนใครที่กังวลเรื่องความเจ็บ HB Plus ก็ตอบโจทย์ได้ดี

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและระดับความเจ็บที่รับได้ก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่ารีจูรันแบบไหนจะเจ็บน้อยที่สุดสำหรับตัวเอง ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล สามารถปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

บทความล่าสุด

InMode FX และการเติมไขมันใบหน้า — วางแผนอย่างไรให้ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ InMode FX หลังเติมไขมันหน้า ไขมันที่ฉีดไปจะละลายหรือเปล่า?

หลังเติมไขมันใบหน้า หลายคนอยากทำ InMode FX เพิ่มความกระชับ แต่ยังลังเลว่าความร้อน RF จะทำให้ไขมันที่ฉีดไว้ละลายหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าไขมันนั้นยึดติดแล้วหรือยัง

Shurink Universe กับโบท็อกซ์คาง ลำดับและระยะห่างที่ปลอดภัยลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? สิ่งที่ต้องรู้

ทำ Shurink Universe กับโบท็อกซ์คางวันเดียวกันได้ไหม? คำตอบอยู่ที่ลำดับการทำและการกระจายตัวของสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่ต้องพิจารณาร่วมกับความร้อนจาก HIFU

ผู้หญิงกังวลเรื่องผิวแดงหลังทำ Oligio X ก่อนวันงานสำคัญลิฟติ้ง

ทำ Oligio X ก่อนวันงาน หน้าจะแดงจนถ่ายรูปไม่สวยไหม?

อาการแดงและตึงหลังทำ Oligio X มักอยู่สั้นกว่าที่กังวล บทความนี้สรุปว่าผิวเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง และควรเผื่อเวลากี่วันก่อนวันถ่ายรูป

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหมลิฟติ้ง

ยังไม่ได้หยุดเรตินอลก่อนทำ Potenza ต้องเลื่อนนัดไหม?

ลืมพักเรตินอล การผลัดเซลล์ผิว หรือการแวกซ์ก่อนทำ Potenza ไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกคิวเสมอไป มาดูกันว่าอะไรคือตัวชี้ขาดและคุณหมอจะประเมินอย่างไร

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors