솔직히 말할게요 — หมอก็เคยส่งคนไข้กลับบ้านช่วงซีซันสัมภาษณ์งาน
ถ้าเหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ก่อนสัมภาษณ์ ให้เลือกสกินเพลลิ่งก่อน Secret RF


วียองจิน
ผู้อำนวยการ
솔직히 말할게요 — หมอก็เคยส่งคนไข้กลับบ้านช่วงซีซันสัมภาษณ์งาน
ขอสรุปตรงๆ ก่อนเลยนะครับ
การแนะนำให้ทำ Secret RF ในขณะที่เหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ก่อนสัมภาษณ์งาน
ตรงๆ คือมันไม่รับผิดชอบต่อคนไข้ครับ
บทความนี้จะอธิบายให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ
แล้วมันต่างกันยังไงกันแน่?
การดูแลผิวก่อนสัมภาษณ์งานนั้น
จริงๆ แล้ว "ทำเมื่อไหร่" สำคัญกว่า "ทำอะไร" ครับ
ต่างจากการดูแลผิวทั่วไป เพราะการดูแลก่อนสัมภาษณ์มี D-day ที่ชัดเจน
เราต้องนับย้อนหลังจากวันนั้น
แล้วเลือกหัตถการให้เหมาะกับช่วงพักฟื้นครับ
แม้จะเป็นปัญหารูขุมขนหรือสิวเหมือนกัน
แต่สำหรับคนที่เหลือเวลา 2 เดือนกับคนที่เหลือแค่ 2 สัปดาห์
สิ่งที่ผมแนะนำนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
จุดที่มักเกิดความเข้าใจผิดบ่อยๆ
"ทำไมสกินเพลลิ่งถึงดีกว่า Secret RF เมื่อต้องปิดรูขุมขนด่วนในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนสัมภาษณ์"
— หมอวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)
ขอเล่าเรื่องคนไข้อายุ 28 ปีที่มาเมื่อเดือนที่แล้วให้ฟังก่อนนะครับ
เหลือเวลาแค่ 15 วันก่อนสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของบริษัทใหญ่
เขามาด้วยความกังวลว่ารูขุมขนบริเวณแก้มดูเด่นชัดมากเกินไปครับ
คลินิกอื่นแนะนำให้ทำ Secret RF
แต่วันนั้นผมเริ่มด้วยสกินเพลลิ่งก่อนเลยครับ
มีเหตุผลครับ
Secret RF คือหัตถการที่ใช้ไมโครนีดลิ่งสอดเข้าไปในชั้นหนังแท้
ลึก 1.5–3.5 มม. แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ออกมา
ได้ผลดีมากก็จริง
แต่หลังทำทันทีจะมีรอยจุดเลือดออกเล็กๆ ปรากฏขึ้น
ต้องใช้เวลา 5–7 วันกว่ารอยเหล่านั้นจะยุบลง
และสภาพผิวจะฟื้นตัวเต็มที่ต้องรอประมาณ 3–4 สัปดาห์ครับ
นั่นหมายความว่าถ้าสัมภาษณ์อีก 2 สัปดาห์
หน้าจะอยู่ในช่วงที่แย่ที่สุดพอดีเลยครับ
แดงเล็กน้อย ผิวหยาบ และแต่งหน้าติดยากด้วย
นั่นแหละคือช่วงที่น่าเป็นห่วงที่สุด
ในทางกลับกัน สกินเพลลิ่งที่ใช้ซาลิไซลิกแอซิดหรือแมนเดลิกแอซิด
ทำงานโดยละลายผิวลอกและก้อนไขมันที่อุดรูขุมขนออก
แทบไม่มีช่วงพักฟื้น และผิวจะดูเนียนขึ้นตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเลยครับ
มันไม่ได้ "ทำให้รูขุมขนหายไป" นะครับ
แต่การทำให้ปากรูขุมขนสะอาดขึ้น
ทำให้ "ดูเล็กลง" ได้เร็วกว่ามากครับ
คนไข้รายนั้นใช้เวลา 2 สัปดาห์
ทำสกินเพลลิ่ง 2 ครั้ง + LDM (อัลตราซาวด์ความเข้มต่ำ) อีก 2 ครั้ง
และไปสัมภาษณ์ในวันนั้นด้วยผิวที่แต่งหน้าติดสวยครับ
ส่วน Secret RF นั้น
นัดทำหลังสัมภาษณ์เสร็จ ระหว่างรอผลการคัดเลือกครับ
ถ้าเหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์ก่อนสัมภาษณ์
คำตอบไม่ใช่ "หัตถการที่เปลี่ยนผิว"
แต่คือ "หัตถการที่ทำให้ผิวในสภาพปัจจุบันดูดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" ครับ
หัตถการที่หนักหน่วงรอทำหลังสัมภาษณ์เสร็จก็ยังทันครับ
วิธีที่ผมแบ่งประเภทในห้องตรวจ
แตกต่างกันตามแต่ละเคส
แต่โดยทั่วไปผมจะแบ่งตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนครับ
แต่ก็ไม่ได้ตายตัวเสมอไปนะครับ
ถ้าผิวปกติแพ้ง่าย
แม้จะเหลือเวลา 30 วัน ผมก็อาจแนะนำแค่สกินเพลลิ่งอย่างเดียว
แทนที่จะเป็นรีจูแรนครับ
เพราะการตอบสนองต่อหัตถการที่รับครั้งแรกนั้นแตกต่างกันมากในแต่ละคน
หลักการของผมคือ ไม่เสี่ยงในช่วงก่อนวันสำคัญครับ
คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
Q1. สิวขึ้นฉุกเฉินคืนก่อนสัมภาษณ์ ฉีดยาได้ไหมครับ/ค่ะ?
ตอบ: ฉีดทรีแอมซิโนโลนในปริมาณอนุรักษ์นิยมมากๆ ทำได้ครับ
แต่ความแดงอาจยังคงอยู่ได้อีกสองสามชั่วโมง
ถ้าเป็นไปได้ ควรฉีดก่อนวันสัมภาษณ์อย่างน้อยหนึ่งวันจะดีกว่าครับ
วันจริงใช้คอนซีลเลอร์ปิดทับจะปลอดภัยกว่าครับ
Q2. สกินเพลลิ่งครั้งนึงราคาเท่าไหร่ และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับชนิดของสกินเพลลิ่ง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 70,000–150,000 วอน
ถ้าเป้าหมายคือเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์
ทำ 2 ครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์จะคุ้มค่าที่สุดครับ
แม้ครั้งเดียวก็ช่วยจัดสภาพผิวได้
แต่ถ้าต้องการล้างลึกถึงข้างในรูขุมขน ต้องทำอย่างน้อยสองครั้งครับ
Q3. ทำสกินเพลลิ่งแล้วไปสัมภาษณ์ จะหน้าแดงกว่าเดิมไหม?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสกินเพลลิ่งครับ
ถ้าเหลือเวลา 2–3 วันก่อนสัมภาษณ์ ผมจะลดความเข้มข้นลงหนึ่งระดับ
และเพิ่ม PDRN หรือ LDM เข้าไปด้วยเพื่อปลอบประโลมผิวครับ
แม้กระนั้น คนที่ผิวบางมากอาจรู้สึกร้อนแสบเล็กน้อยได้ประมาณหนึ่งวัน
ดังนั้นควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 5 วันจะสบายใจกว่าครับ
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการใดๆ นะครับ






