ภาพปกบทความเรื่องการจัดเวลาฉีดฟิลเลอร์สะโพกสำหรับผู้วางแผนมีบุตร
บอดี้

วางแผนมีลูกอยู่ ควรเลื่อนฉีดฟิลเลอร์สะโพกไหม? เช็กก่อนตัดสินใจ

สำหรับคนที่วางแผนมีลูกแล้วลังเลเรื่องฟิลเลอร์สะโพก บทความนี้ชวนดูความเข้าใจผิดที่พบบ่อย และวิธีประเมินจากสถานการณ์ของตัวเองก่อนตัดสินใจค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ พอเริ่มวางแผนมีลูก หลายคนก็รีบคิดว่า 'ต้องฉีดฟิลเลอร์สะโพกให้เสร็จก่อนท้องไว้ก่อน' เพราะกลัวว่าพอท้องแล้วจะทำอะไรกับตัวเองไม่ได้ไปอีกนาน ความคิดแบบนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และเป็นคำถามที่หลายคนถามเข้ามาปรึกษาที่คลินิกของเราจริง ๆ แต่การรีบตัดสินใจจากความเข้าใจที่ยังไม่ครบด้าน บางทีก็ทำให้ต้องมานั่งเสียดายทีหลังได้เหมือนกัน

บทความนี้ Beautystone Clinic เลยอยากชวนคุณมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง ไม่ได้จะมาชี้ว่าช่วงเวลาไหนดีที่สุดแบบตายตัว แต่จะพาไปดูความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์สะโพกกับการวางแผนครอบครัว พร้อมวิธีเช็กง่าย ๆ ว่าตอนนี้ตัวเราควรเลื่อนออกไปก่อน หรือคุยกับแพทย์เพื่อไปต่อได้เลย ไปดูกันเลยค่ะ

เข้าใจผิดที่ 1 : รีบฉีดก่อนท้องไว้ก่อน ยังไงก็คุ้ม?

หลายคนคิดว่า 'จัดการให้จบก่อนท้องดีกว่า เดี๋ยวก็คุ้มเอง' แต่ตรงนี้แหละที่มักมองข้ามรายละเอียดสำคัญไป ตัวฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ที่นิยมใช้เสริมสะโพก ส่วนใหญ่จะคงรูปอยู่ในร่างกายราว 6 ถึง 18 เดือน ซึ่งสั้นยาวไม่เท่ากันตามยี่ห้อและสภาพร่างกายของแต่ละคน

ลองนึกภาพตามนะคะ สมมติคุณตั้งใจจะมีลูกใน 1–2 ปีนี้ สิ่งที่เสริมเข้าไปตอนนี้ก็มีสิทธิ์ค่อย ๆ ยุบจนแทบไม่เหลือตั้งแต่ก่อนคลอดแล้ว พอถึงจังหวะที่อยากดูดีจริง ๆ ทรงที่เคยทำไว้ก็อาจจางไปเสียก่อน คำว่า 'คุ้ม' ในหัวจึงไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป

อีกจุดที่คนมักลืมคือ ท้องหนึ่งครั้งน้ำหนักและสัดส่วนร่างกายก็ขยับไม่น้อย บั้นท้ายและสะโพกหลังคลอดอาจดูไม่เหมือนช่วงก่อนตั้งครรภ์ ทรงที่คุณหมอเคยจัดสมดุลไว้จึงเพี้ยนไปได้ ผลที่ออกมาย่อมต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับร่างกายและการเปลี่ยนแปลงหลังมีลูก ทางที่เวิร์กกว่าคือเล่าแผนมีลูกให้คุณหมอฟังตรง ๆ เพื่อช่วยวางจังหวะที่พอดีกับคุณ

ภาพแสดงผลของการตั้งครรภ์และการคลอดต่อฟิลเลอร์สะโพก

เข้าใจผิดที่ 2 : ให้นมอยู่ก็ฉีดได้ ถ้าเลี่ยงจุดที่ไกลจากเต้านม?

อีกความเชื่อยอดฮิตคือ ในเมื่อลงเข็มที่สะโพกซึ่งห่างจากเต้านมตั้งเยอะ ช่วงให้นมก็น่าจะทำได้ ทั้งที่จริงคลินิกส่วนมากเลือกที่จะไม่ให้บริการหัตถการความงาม ไม่ว่าจะฟิลเลอร์หรืออย่างอื่น ตลอดช่วงตั้งท้องและให้นมลูก และเหตุผลก็ไม่ได้ผูกกับตำแหน่งที่ลงเข็มเลยค่ะ

  • หลักฐานเรื่องความปลอดภัยยังมีน้อย : ตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ฟันธงได้ว่าสาร HA ปลอดภัยกับลูกในท้องหรือลูกที่ดื่มนมแม่ เพราะการทดลองในคุณแม่กลุ่มนี้ติดเรื่องจริยธรรม ทำตรง ๆ ไม่ได้
  • ร่างกายอยู่ในช่วงฮอร์โมนแกว่ง : ตอนตั้งท้อง ระดับเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนพุ่งสูง อาจไปกวนจังหวะการอยู่ตัวและการยุบของฟิลเลอร์ได้
  • ถ้ามีปัญหาจะแก้ยาก : สมมติเกิดอาการไม่พึงประสงค์ช่วงนี้ ตัวเลือกในการรักษาจะแคบลงมาก เพราะยาหลายชนิดใช้กับคนท้องหรือคนให้นมไม่ได้

พอมองภาพรวมแล้ว การเลี่ยงบริเวณเต้านมจึงไม่ใช่หัวใจของเรื่อง สิ่งที่ต้องชั่งใจคือความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกมากกว่า ถ้าตอนนี้ท้องอยู่หรือให้นมอยู่แล้วยังค้างคาใจ ควรคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนลงมือทำอะไร และอย่าเพิ่งดูแลแก้ไขด้วยตัวเองในช่วงนี้นะคะ

ภาพอธิบายเหตุผลที่ไม่แนะนำฉีดฟิลเลอร์ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

แล้วเราควรเลื่อนไหม? ลองเช็กจาก 3 สถานการณ์

แทนที่จะไปโฟกัสว่า 'ตอนไหนเหมาะสุด' ลองหันกลับมาดูว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงจุดไหนก่อนดีกว่าค่ะ เพราะแต่ละคนคำตอบไม่เหมือนกันเลย ลองเทียบกับ 3 แบบที่เจอบ่อยดูว่าใกล้เคียงอันไหนมากที่สุด

  • เตรียมมีลูกในไม่ช้า (ราว 1 ปี) : คนกลุ่มนี้รอไว้อาจดีกว่า เพราะยังไงฟิลเลอร์ก็เสี่ยงจะยุบไปก่อนหรือระหว่างท้องอยู่แล้ว ขยับไปทำหลังคลอดตอนหุ่นเริ่มเข้าที่น่าจะได้ของที่คุ้มกว่า
  • ตอนนี้ท้องอยู่หรือกำลังให้นม : ช่วงนี้คือช่วงที่คลินิกส่วนใหญ่ขอไม่แนะนำ พักเรื่องเข็มไว้ก่อน ค่อยกลับมาคุยกันใหม่ตอนพร้อม
  • เพิ่งคลอดและใกล้จะเลิกให้นม : ยังไม่ต้องรีบค่ะ ปล่อยให้ฮอร์โมนเข้าที่และหุ่นนิ่งก่อน หลายคนขอเวลาสักราว 6 ถึง 12 เดือนหลังคลอด แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคน

จะเห็นว่าสามแบบนี้คำแนะนำไม่เหมือนกันเลย และเอาเข้าจริงหลายคนก็คาบเกี่ยวอยู่ระหว่างสองสถานการณ์ ผลและจังหวะที่พอดีจึงต่างกันไปในแต่ละคน ทางที่ดีปล่อยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูทั้งสภาพร่างกายและแผนครอบครัวไปพร้อมกัน ดีกว่าเคาะเองจากข้อมูลแค่ด้านเดียวนะคะ

ถ้าเผลอฉีดไปแล้วเพิ่งรู้ว่าท้อง ควรทำยังไงต่อ?

อีกเรื่องที่หลายคนใจไม่ดีคือ เผลอไปเสริมสะโพกมาแล้ว เพิ่งมารู้ทีหลังว่าท้อง สิ่งแรกเลยคืออยากให้ใจเย็น ๆ ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ก็อย่าเพิ่งไปจัดการอะไรกับมันเองนะคะ

สิ่งที่ควรทำคือเข้าไปเล่าและขอคำปรึกษาจากแพทย์ ทั้งหมอสูติที่ดูแลครรภ์และหมอความงามที่เป็นคนทำให้ เพื่อช่วยกันดูว่าจะดูแลต่อยังไงดี ปกติแล้วการเติมเข็มหรือเก็บงานรายละเอียดมักถูกเลื่อนไปก่อน รอจนพ้นช่วงท้องและช่วงให้นม เพราะตอนนี้ตัวเลือกในการดูแลค่อนข้างจำกัด

ที่อยากย้ำคือ อย่าไปหาวิธีสลายหรือแก้ฟิลเลอร์เองโดยไม่มีแพทย์ดูแล ถ้าเห็นความผิดปกติตรงจุดที่ทำ เช่น บวมแดงเกินปกติ หรือคลำเจอเป็นไต ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงและกลุ่มที่ควรเลี่ยง ก่อนตัดสินใจ

จะทำก่อนหรือหลังมีลูก การรู้ผลข้างเคียงและข้อควรระวังไว้ล่วงหน้าก็ช่วยให้ชั่งใจได้รอบด้านขึ้นค่ะ อาการที่พบได้บ่อยหลังเสริมฟิลเลอร์สะโพก มีตั้งแต่

  • ช้ำและบวม : ตรงจุดที่ทำอาจเขียวช้ำหรือบวมนิดหน่อย ปกติจะทุเลาลงเองในราว 3 ถึง 7 วัน แต่ถ้ารู้สึกผิดสังเกต ควรรีบไปหาหมอ
  • สองข้างไม่เท่ากัน : บางทีอาจดูเบี้ยวไม่เท่ากันเล็กน้อย ซึ่งคุณหมอมักดูและปรับให้ตอนนัดเช็กผลรอบถัดไป
  • คลำเจอไตแข็ง : บางเคสอาจมีก้อนแข็ง ๆ อยู่ใต้ผิว ถ้าสัมผัสแล้วรู้สึกแปลก ให้บอกแพทย์คนที่ทำให้
  • ต้องเติมเป็นรอบ ๆ : ในเมื่อ HA ค่อย ๆ ถูกร่างกายย่อยสลายไปเอง การจะรักษาทรงไว้ก็ต้องกลับมาเติมซ้ำเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าจังหวะนั้นดันท้องหรือให้นมอยู่ก็จะทำไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ควรเว้นการเสริมฟิลเลอร์สะโพกในช่วงนี้ไปก่อน เช่น

  • อยู่ระหว่างตั้งท้องหรือให้นมลูก
  • เคยมีประวัติแพ้ส่วนผสมในฟิลเลอร์
  • มีแผลติดเชื้อหรือการอักเสบตรงบริเวณที่จะลงเข็ม
  • มีโรคประจำตัว หรือกินยาที่กระทบการแข็งตัวของเลือด

ใครที่ยังกังวลเรื่องสุขภาพ แนะนำให้ปรึกษาควบคู่กันทั้งหมอสูติและหมอความงามเพื่อความอุ่นใจรอบด้าน ทั้งนี้ผลและความเหมาะสมย่อมต่างกันไปในแต่ละคน ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินเป็นรายคนก่อนเคาะตัดสินใจ

สรุป : จัดลำดับให้ชัดก่อนตัดสินใจ

สำหรับคนที่มีแพลนจะมีลูก การเลือกจังหวะเสริมฟิลเลอร์สะโพกไม่ใช่แค่คำถามว่า 'ตอนไหนดีสุด' แต่คือการเข้าใจข้อจำกัดตามจริง หลัก ๆ คือ ระหว่างท้องและช่วงให้นมยังไม่แนะนำให้ทำ เพราะข้อมูลด้านความปลอดภัยยังไม่พอ ส่วนช่วงก่อนหรือหลังนั้น ให้ลองชั่งดูระหว่างอายุการอยู่ของฟิลเลอร์กับแผนครอบครัวของตัวเอง

อย่างที่ย้ำมาตลอด ผลลัพธ์แต่ละคนไม่เท่ากัน ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจ และอย่าดูแลรักษาเองหรือรีบเคาะทั้งที่ข้อมูลยังไม่ครบ ถ้ายังไม่ชัดว่าสถานการณ์ตัวเองควรเลื่อนหรือไปต่อดี แอด LINE เข้ามาคุยกับคุณหมอของเราที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เพื่อช่วยกันประเมินก่อนได้นะคะ ยินดีให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

วางแผนมีลูกปีหน้า ควรรีบเสริมฟิลเลอร์สะโพกตอนนี้เลยไหม?

ต้องดูหลายอย่างประกอบกันค่ะ ในเมื่อฟิลเลอร์ HA มักอยู่ได้ราว 6 ถึง 18 เดือน ถ้าจะมีลูกในไม่ช้า ของอาจยุบไปก่อนคลอด แถมหุ่นหลังคลอดก็เปลี่ยนได้ ลองปรึกษาแพทย์เพื่อดูจังหวะที่พอดีกับแผนของคุณก่อนดีกว่า

ช่วงให้นมลูก เสริมฟิลเลอร์สะโพกได้ไหม?

ปกติยังไม่แนะนำในช่วงให้นมค่ะ เพราะหลักฐานความปลอดภัยยังมีไม่พอ และฮอร์โมนก็ยังแกว่งอยู่ แนะนำให้รอแล้วค่อยไปคุยกับแพทย์ตอนพร้อม

เลิกให้นมแล้วต้องรออีกนานแค่ไหนถึงทำได้?

ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคนค่ะ หลายคนขอเวลาราว 6 ถึง 12 เดือนหลังคลอดให้ฮอร์โมนกับหุ่นเข้าที่ก่อน แต่ระยะที่เหมาะจริง ๆ ควรให้แพทย์ดูเป็นรายคน

เพิ่งรู้ว่าท้องหลังไปเสริมมาแล้ว อันตรายไหม?

สิ่งที่ควรทำคือไปคุยกับทั้งหมอสูติและหมอความงามให้ช่วยกันดู อย่าจัดการเองนะคะ ถ้ามีอาการแปลก ๆ ตรงจุดที่ทำ เช่น บวมแดงมากหรือเป็นก้อน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

บทความแนะนำ

Onda ต้นแขน หน้าท้อง ราคาเท่าไหร่ ต้องทำกี่ครั้งถึงจะคุ้ม?บอดี้

Onda ต้นแขน หน้าท้อง ราคาเท่าไหร่ ต้องทำกี่ครั้งถึงจะคุ้ม?

ราคารวมของ Onda ส่วนลำตัวคือจำนวนช่องคูณจำนวนครั้ง มาดูวิธีนับช่องที่ต้นแขนและหน้าท้อง แผนเฉลี่ย 4 ครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์ ใครเหมาะหรือควรเลื่อน และ 4 ช่องที่ใบเสนอราคาควรเขียนไว้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?บอดี้

Onda ต้นขาด้านใน หยิบได้หนาแค่ไหนถึงจะเหมาะ?

ต้นขาด้านในที่หยิบได้หนาตั้งแต่ราว 2 ซม. และมีไขมันใต้ผิวอย่างน้อย 1 ซม. เหมาะกับ Onda มากที่สุด ส่วนผิวบางที่ย่นยังทำได้ แต่การเปลี่ยนแปลงจะน้อยกว่าค่ะ

รูปร่างผอมกับการฉีดฟิลเลอร์สะโพก ทำไมวอลลุ่มดูน้อยกว่าและควรออกแบบอย่างไรบอดี้

รูปร่างผอมฉีดฟิลเลอร์สะโพกแล้ววอลลุ่มดูน้อย ต้องออกแบบยังไง?

คนที่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังบาง เมื่อฉีดฟิลเลอร์สะโพกในปริมาณเท่ากับคนอื่นมักได้วอลลุ่มที่ดูน้อยกว่า และมีโอกาสเห็นขอบของสารได้ง่ายกว่า ทางออกจึงอยู่ที่การเลือกชั้นที่ฉีดและการแบ่งจำนวนครั้งให้ต่างออกไปค่ะ

บทความล่าสุด

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?ผิวหนัง

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?

คีลอยด์ฉีดจนแบนแล้วยังโตกลับได้ มาดูจำนวนครั้งที่ฉีด ผลข้างเคียงที่ควรบอกแพทย์ ผ่าตัดออกแล้วกลับมาไหม และการดูแลต่อหลังแผลยุบ

Onda Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ควรดูผลที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน?ลิฟติ้ง

Onda Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ควรดูผลที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน?

หน้าที่ดูต่างในวันถัดไปหลังทำ Onda มักเป็นอาการบวมจากความร้อน มาดูว่าควรเทียบรูปที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน งานศึกษาบอกอะไร และอาการแบบไหนต้องติดต่อคลินิก

ราคาเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้ง ต้องทำกี่ครั้งและห่างกันแค่ไหนถึงคุ้ม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ราคาเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้ง ต้องทำกี่ครั้งและห่างกันแค่ไหนถึงคุ้ม?

ราคาเลเซอร์โทนนิ่งต่อครั้งยังไม่ใช่งบจริง มาดูจำนวนครั้งและระยะห่างในงานศึกษา ความเสี่ยงเมื่อทำหลายครั้ง และงบที่ต้องเผื่อหลังทำครบ

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?ผิวหนัง

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้าต่อครั้งยังไม่ใช่งบจริง มาดูว่าต้องรวมจำนวนครั้ง ยากิน ยาทา และกันแดดหลังฝ้าจางอย่างไร และควรถามอะไรก่อนเทียบใบเสนอราคาค่ะ

Ulthera 600 ช็อต ราคาต่างกัน เช็กหัวทิปแท้และจำนวนช็อตยังไง?ลิฟติ้ง

Ulthera 600 ช็อต ราคาต่างกัน เช็กหัวทิปแท้และจำนวนช็อตยังไง?

600 ช็อตเท่ากัน แต่แบ่งลงแต่ละความลึกไม่เท่ากันก็เทียบราคาตรง ๆ ไม่ได้ มาดูช่องที่ควรมีในใบเสนอราคา และสองคำถามที่ควรถามก่อนทำ Ulthera ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors