37 คนที่มาปรึกษาเรื่องรูขุมขนที่ฮงแด สุดท้ายเลือกอยู่แค่ 3 แบบนี้เลยครับ
ผิวหนัง

37 คนที่มาปรึกษาเรื่องรูขุมขนที่ฮงแด สุดท้ายเลือกอยู่แค่ 3 แบบนี้เลยครับ

3 ทรีตเมนต์รูขุมขนยอดนิยมของคนอายุ 20-30 ปีแถวฮงแด และเกณฑ์การเลือกที่ใช่สำหรับคุณ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

37 คนที่มาปรึกษาเรื่องรูขุมขนที่ฮงแด สุดท้ายเลือกอยู่แค่ 3 แบบนี้เลยครับ

อ่านก่อนเลยนะครับ


Q. การทำทรีตเมนต์รูขุมขนที่ฮงแด แต่ละที่ก็เหมือนกันหมดเลยใช่ไหมครับ?

A. ไม่ใช่เลยครับ เพราะย่านนี้มีลูกค้าอายุ 20-30 ปีเป็นส่วนใหญ่ จึงมีทรีตเมนต์ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ และจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักของคุณอยู่ที่ความมัน ความยืดหยุ่น หรือรอยแผลเป็นครับ


Q. ทำไมรูขุมขนถึงไม่หายไปได้ในครั้งเดียวคะ/ครับ?

A. เพราะรูขุมขนไม่ใช่แค่ "รู" ธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างที่เกิดจากสามปัจจัยที่พันกันอยู่ ได้แก่ ปริมาณการหลั่งไขมัน ความยืดหยุ่นของชั้นหนังแท้ และผิวลอก จึงไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการจัดการปัจจัยเดียวครับ
ภาพให้คำปรึกษาเรื่องทรีตเมนต์รูขุมขนที่ฮงแด

ช่วงนี้นั่งอยู่ในห้องตรวจแล้ว

มักจะได้ยินคนเริ่มต้นด้วยประโยคว่า

"หนูแถวฮงแดค่ะ ลองหาข้อมูลเรื่องทรีตเมนต์รูขุมขนแล้ว

แต่มีให้เลือกเยอะมากเลย ไม่รู้จะเลือกอะไรดีค่ะ"

พูดตรงๆ เลยนะครับ ตอนแรกผมก็คิดแค่ว่า

"ดูสภาพผิวแล้วแนะนำให้เหมาะก็พอ"

แต่พอสะสมเคสมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นรูปแบบครับ

ว่าคนแถวฮงแดมีแนวโน้มเลือกทรีตเมนต์แบบเฉพาะเจาะจงอยู่เลย

วันนี้เลยอยากเล่าให้ฟังครับ





แล้วมันต่างกันยังไงบ้างล่ะครับ?

ทรีตเมนต์รูขุมขนแบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มเลเซอร์ กลุ่มคลื่นวิทยุ (RF)

และกลุ่มสกินบูสเตอร์ครับ

เลเซอร์จะทำงานที่ผิวลอกและต่อมไขมันบนผิว

ส่วน RF จะส่งความร้อนลึกเข้าไปในชั้นหนังแท้

เพื่อกระชับผนังรูขุมขนโดยตรงครับ

ส่วนสกินบูสเตอร์จะต่างออกไปนิดหน่อย

มันทำงานโดยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิวจากภายใน

เพื่อให้รูขุมขน "ดูเล็กลง" ครับ





ทำไมที่ฮงแดถึงนิยม 3 แบบนี้โดยเฉพาะ

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

TOP 3 ทรีตเมนต์รูขุมขนยอดนิยมของคนอายุ 20-30 ปีแถวฮงแด วิเคราะห์โดยแพทย์ประจำย่านมาโปครับ

สรุปสั้นๆ


TOP 3 ทรีตเมนต์รูขุมขนยอดนิยมของคนอายุ 20-30 ปีแถวฮงแด


วิเคราะห์จากรูปแบบการให้คำปรึกษาจริงโดยแพทย์ประจำย่านมาโปครับ

เดือนที่แล้วผมลองกลับไปดูบันทึกการให้คำปรึกษา 47 รายครับ

ในนั้นเป็นคนอายุ 20-30 ปีที่มาจากแถวฮงแด สังซู และมังวอน

ถึง 37 ราย และสิ่งที่น่าสนใจคือ

สุดท้ายทุกคนเลือกอยู่แค่ 3 แบบนี้เลยครับ

อันดับหนึ่งคือเลเซอร์โทนนิ่งแบบพิโคโทนนิ่ง

อันดับสองคือ Needle RF อย่างอินโมดและพอเทนซ่า

และอันดับสามคือสกินบูสเตอร์กลุ่มรีจูแรนและจูเวลูคครับ

กระจุกตัวอยู่แค่นี้เลย

การวิเคราะห์รูขุมขนแต่ละประเภท

แต่มีเรื่องสำคัญอยู่อย่างหนึ่งครับ

สัปดาห์ที่แล้วมีนักออกแบบกราฟิกอายุ 27 ปีมาครับ

เธอทำเลเซอร์ที่อื่นมาแล้ว 8 ครั้ง

แต่มาถามว่า "ทำไมไม่เห็นดีขึ้นเลยคะ?"

พอดูสภาพผิวแล้ว ไขมันบริเวณโซน T ลดลงนะครับ

แต่รูขุมขนบริเวณแก้มด้านในยาวรีลงในแนวตั้ง

ซึ่งเป็นลักษณะของรูขุมขนจากการเสื่อมของความยืดหยุ่นชัดเจนเลย

ตรงนี้แหละที่ค่อนข้างซับซ้อนครับ

รูขุมขนประเภทนี้ ไม่ว่าจะทำเลเซอร์กี่ครั้ง

ก็แทบไม่ลดลงเลยครับ

เพราะแสงเลเซอร์ความยาวคลื่น 1064nm จะเข้าถึงแค่ผิวหนังชั้นนอกและชั้นหนังแท้ส่วนบนเท่านั้น

พลังงานไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

ในชั้นหนังแท้กลางและล่างได้ครับ

กรณีแบบนี้ต้องใช้ Needle RF ส่งความร้อนโดยตรง

ที่ความลึก 1.5-3.5 มม. ครับ

เธอทำอินโมด FX ไป 2 ครั้ง แล้วบอกว่า

"อ๋อ รู้สึกกระชับขึ้นแล้วค่ะ ในที่สุดเลย"

หลักการทำงานของ Needle RF

ในทางกลับกัน คนอายุต้น 20 ที่มีปัญหาผิวมันและหัวดำเป็นหลัก

แค่ทำเลเซอร์โทนนิ่งร่วมกับการควบคุมความมันก็พอครับ

ประมาณครั้งที่ 3-4 จะเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลย

แม้จะเป็น "ปัญหารูขุมขน" เหมือนกัน

แต่ชั้นที่ต้องรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

สรุปจากหมอวียองจิน


คนอายุ 20-30 ปีแถวฮงแดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักครับ


ถ้าปัญหาหลักคือผิวมันและหัวดำ ให้เลือกเลเซอร์


ถ้ารูขุมขนหย่อนคล้อยจากความยืดหยุ่นลดลง ให้เลือก Needle RF


ถ้าไม่แยกแยะแล้วใช้ "แพ็กเกจรูขุมขน" แบบเดียวกันทุกคน


ทำไป 10 ครั้งก็อาจไม่เห็นผลเลยครับ




ผมแบ่งประเมินในห้องตรวจแบบนี้ครับ

สิ่งแรกที่ผมดูตอนให้คำปรึกษาคือ

"รูปทรง" ของรูขุมขนครับ

ว่าเป็นวงกลม ยาวรี หรือเป็นหลุม

ทั้งสามแบบนี้บ่งบอกถึงปัญหาที่แตกต่างกันครับ

แต่มันก็ไม่ได้แยกกันชัดเจนเสมอไปนะครับ

ส่วนใหญ่จะมีปัญหาหลักอยู่แบบหนึ่ง

แต่บางครั้งก็มีทั้งสามแบบผสมกัน

กรณีนั้นผมจะจัดการผิวชั้นนอกด้วยเลเซอร์ก่อน

แล้วค่อยตามด้วย RF เพื่อจัดการชั้นลึกครับ

อีกเรื่องที่อยากบอกไว้ก่อนเลยคือ

ทรีตเมนต์ใดก็ตามไม่สามารถจบได้ในครั้งเดียวครับ

พูดตรงๆ เลย รูขุมขนเป็นเรื่องของ "การดูแลต่อเนื่อง"

ควรมองว่า 3-5 ครั้งคือหนึ่งรอบ

จากนั้นค่อยเข้ามาบำรุงรักษาทุก 6 เดือนถึง 1 ปี

นั่นคือแนวทางที่สมจริงที่สุดครับ

อย่างไรก็ตาม ยกเว้นกรณีที่เป็นรูขุมขนจากรอยแผลเป็น

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดมักจะปรากฏหลังครั้งที่ 3 ครับ

การเลือกทรีตเมนต์ตามประเภทรูขุมขน



คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ 3 ข้อ

Q1. ทำงานแถวฮงแดอยู่ครับ หลังทำทรีตเมนต์แล้วไปนัดต่อได้เลยไหม?

A. ถ้าเป็นเลเซอร์โทนนิ่งหรือสกินบูสเตอร์

ผื่นแดงวันนั้นจะหายใน 1-2 ชั่วโมง

ไปนัดเย็นได้ไม่มีปัญหาเลยครับ

แต่ Needle RF ต่างออกไปนะครับ

จะมีรอยจุดเล็กๆ อยู่ประมาณ 2-3 วัน

และอาการบวมก็จะอยู่ประมาณหนึ่งวัน

ดังนั้นวันที่มีนัดสำคัญควรหลีกเลี่ยงครับ

Q2. ควรตั้งงบและจำนวนครั้งไว้เท่าไหร่ดีครับ?

A. ราคาจะแตกต่างกันมากในแต่ละทรีตเมนต์

ตัวเลขที่แน่นอนควรปรึกษาตอนมาพบแพทย์ดีกว่าครับ

แต่ถ้าพูดเรื่องจำนวนครั้ง

เลเซอร์โทนนิ่งปกติจะจัดเป็นเซต 5 ครั้ง

Needle RF มักจัดเป็นเซต 3 ครั้งครับ

สกินบูสเตอร์โดยทั่วไปจะทำ 3 ครั้งห่างกัน 2-3 สัปดาห์

แล้วค่อยบำรุงรักษาเดือนละครั้งครับ

Q3. มีผิวแพ้ง่าย ทำได้ไหมครับ?

A. ขึ้นอยู่กับแต่ละเคสนะครับ

แต่โดยทั่วไปผมจะทำแบบนี้ครับ

ถ้าเกราะป้องกันผิวยังอ่อนแออยู่

จะยังไม่เริ่มทำทรีตเมนต์ทันที

แต่จะฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์

แล้วค่อยเริ่มด้วยพลังงาน 80% ของระดับปกติครับ

หลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้นะครับ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำทรีตเมนต์ไม่ได้เลย

มันเป็นเรื่องของ "ลำดับขั้นตอน" และ "ความเข้มข้น" ของการรักษามากกว่าครับ

หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors