GentleMax Pro Plus กี่ครั้งถึงจะจบ? ทำไมถึงรู้สึกไม่เห็นผล
อ่านความหนาแน่นของขนและคลื่นเลเซอร์ให้ออก ก่อนตัดสินว่าเครื่องไม่ได้ผล
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· ช่วง 6-10 ครั้งคือช่วงที่ความหนาแน่นของขนลดลงราวครึ่งหนึ่ง ยังเห็นขนอยู่ได้แต่บางลง
· จากบันทึกของแพทย์ ผู้ชายทั่วไปมักจบคอร์สหนวดที่ราว 13 ครั้ง แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
· ขนบางตื้นเหมาะกับคลื่น 755nm ส่วนขนหนาและรากลึกอย่างหนวดมักใช้ 1064nm เป็นหลัก
· ราคาต่างกันที่บริเวณ จำนวนครั้ง คลื่นที่ใช้ และข้อที่มักมองข้าม คือการจดค่าทุกรอบ
ถ้าทำเลเซอร์หนวดมาแล้วห้าหกครั้งแต่ยังต้องโกนเกือบทุกเช้า คำตอบตรง ๆ คือส่วนใหญ่ยังไม่ใช่จุดที่เรียกว่าไม่เห็นผล แต่เป็นช่วงกลางคอร์สที่ความหนาแน่นของขนกำลังลดลงทีละนิด โดยทั่วไปช่วง 6-10 ครั้งคือช่วงที่ขนบางลงราวครึ่งหนึ่ง ยังมองเห็นขนอยู่ แต่เส้นเล็กลงและขึ้นช้าลง
จะบอกว่าต้องทำกี่ครั้งพอดีแบบฟันธงไม่ได้ เพราะความหนา ความหนาแน่น และสีของขนแต่ละคนไม่เท่ากัน จากบันทึกการรักษาของแพทย์ ผู้ชายทั่วไปมักจบคอร์สบริเวณหนวดที่ราว 13 ครั้ง แต่ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาไปดูว่าอะไรทำให้จำนวนครั้งไม่เท่ากัน และอะไรที่ทำให้ราคาต่างกันค่ะ
ทำไมทำมาหลายครั้งแล้วยังรู้สึกว่าไม่เห็นผล
สิ่งแรกที่อยากให้แยกก่อนคือ ผลลัพธ์ของเลเซอร์กำจัดขนไม่ได้มาเป็นก้อนเดียวหลังทำครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมไปทีละครั้ง ขนบนใบหน้าไม่ได้อยู่ในระยะเดียวกันทั้งหมด แต่ละรอบจึงจัดการได้กับขนส่วนหนึ่งเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่คอร์สหนึ่งต้องมีหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะเครื่องอ่อนแรง
หนวดเป็นบริเวณที่ต้องใช้ครั้งมากกว่าบริเวณอื่น เพราะขนหนา รากลึก และขึ้นหนาแน่น จากบันทึกการรักษาของแพทย์ ผู้ชายทั่วไปมักจบคอร์สบริเวณนี้ที่ราว 13 ครั้ง ส่วนช่วง 6-10 ครั้งคือช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง กว่าจะถึงจุดที่ไม่ต้องโกนทุกวันจึงมักต้องเติมอีกไม่กี่ครั้ง ตัวเลขนี้เป็นกรอบสำหรับวางแผน ไม่ใช่คำรับประกัน และแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- เส้นขนที่ขึ้นใหม่เล็กและอ่อนลงกว่ารอบก่อน ถือว่ากำลังไปถูกทาง
- ระยะเวลาก่อนที่จะต้องโกนอีกครั้งยาวขึ้น แม้ยังไม่หมดเกลี้ยง
- ขนขึ้นไม่เท่ากันเป็นหย่อม พบได้ระหว่างคอร์ส ไม่ใช่สัญญาณว่าล้มเหลว
- ถ้าครบหลายครั้งแล้วความหนาแน่นแทบไม่ขยับ ให้คุยกับแพทย์เรื่องค่าพลังงานและคลื่นที่ใช้ก่อน
755nm กับ 1064nm ต่างกันอย่างไร และหนวดควรใช้คลื่นไหน
GentleMax Pro Plus เป็นเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบสองคลื่นในเครื่องเดียว คือ 755nm อเล็กซานไดรท์ และ 1064nm เอ็นดีแยค สองคลื่นนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง จึงเลือกใช้ตามลักษณะขนและบริเวณ
| คลื่น | เหมาะกับขนแบบไหน | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| 755nm อเล็กซานไดรท์ | ขนเส้นเล็ก ตื้น เช่น ขนอ่อนรอบกรอบหน้า | ผิวที่เพิ่งโดนแดดมาต้องประเมินสภาพผิวก่อน |
| 1064nm เอ็นดีแยค | ขนหนา รากลึก อย่างหนวดและใต้คาง | บริเวณขนหนาแน่นดูดซับความร้อนได้มาก ต้องคุมค่าพลังงาน |
หนวดจึงมักอาศัย 1064nm เป็นแกนหลัก เพราะพลังงานต้องลงไปถึงรากที่อยู่ลึก ส่วนขนอ่อนรอบกรอบหน้าจะจัดการได้ดีกว่าด้วย 755nm การมีสองคลื่นในเครื่องเดียวจึงปรับตามบริเวณได้โดยไม่ต้องย้ายเครื่องกลางคอร์ส
อีกสองจุดที่ทำให้เครื่องนี้ถูกพูดถึงบ่อยคือหัวยิงและช่วงพัลส์ หัวยิงขนาดใหญ่ถึง 26 มม. ทำให้ลงพื้นที่กว้างได้สม่ำเสมอในเวลาที่สั้นลง และตัวเครื่องออกแบบให้พลังงานไม่ตกมากแม้หัวยิงจะใหญ่ขึ้น ส่วนช่วงพัลส์ที่ปรับได้ละเอียดถึงราวสองมิลลิวินาที ช่วยให้รับมือกับขนเส้นเล็กได้ด้วย
สิ่งที่อยากให้จำกลับไปคือ ค่าพลังงานที่เหมาะกับคนหนึ่งไม่ใช่ค่าที่เหมาะกับทุกคน สภาพผิว สีผิว ความหนาของขน และประวัติการโดนแดดล่าสุด ทำให้ค่าที่ปลอดภัยของแต่ละคนไม่เท่ากัน ตัวเลขที่คนอื่นแชร์ในเน็ตจึงไม่ควรใช้เป็นเป้าที่ต้องไปให้ถึง
เจ็บแค่ไหน ดาวน์ไทม์กี่วัน และความเสี่ยงแผลไหม้ที่ควรรู้ก่อน
เรื่องนี้ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่รู้ทีหลัง GentleMax Pro Plus มีระบบทำความเย็นแบบแก๊สที่เรียกว่า DCD ซึ่งพ่นความเย็นลงบนผิวทั้งก่อนและหลังยิงเลเซอร์ เพื่อลดความร้อนที่ผิวและช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลง อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
หลังทำ ผิวอาจไวต่อสิ่งกระตุ้นชั่วคราว โดยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ สงบลงตามเวลา ช่วงนี้ควรเลี่ยงแดดจัด งดผลัดผิวแรง ๆ และดูแลความชุ่มชื้นให้สม่ำเสมอ ถ้ามีอาการที่กังวลและไม่ทุเลาลง ควรปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น ๆ
ส่วนความเสี่ยงที่ต้องพูดตรง ๆ คือแผลไหม้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใด การกำจัดขนที่อาศัยความร้อนก็ทำให้ความเสี่ยงนี้เป็นศูนย์ไม่ได้ กรณีที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการยิงพลังงานสูงขณะที่ผิวกำลังบอบบาง หรือเพิ่งโดนแดดมาและผิวยังไม่กลับสู่สภาพปกติ อีกทั้งบริเวณที่ขนหนาแน่นอย่างหนวดจะดูดซับพลังงานได้มากกว่า การกำหนดค่าพลังงานจึงสำคัญเป็นพิเศษ
- แจ้งแพทย์ทุกครั้งถ้าเพิ่งตากแดดนาน หรือใช้ยาที่ทำให้ผิวไวแสง
- ถ้าผิวยังแดงหรือระคายจากรอบก่อน ให้เลื่อนรอบถัดไปดีกว่าฝืนทำตามตาราง
- อาการที่แสบร้อนมากขึ้นแทนที่จะทุเลา หรือมีตุ่มน้ำที่ขยายขึ้น ควรติดต่อคลินิกทันที
- เล่าทุกครั้งว่ารอบก่อนรู้สึกอย่างไร ข้อมูลนี้ใช้ปรับค่ารอบถัดไปได้จริง
ราคาต่างกันเพราะอะไร 3 ตัวแปร บวกอีก 1 ข้อที่มักมองข้าม
คำถามเรื่องราคามาคู่กับคำถามเรื่องจำนวนครั้งเสมอ สามตัวแปรแรกที่ทำให้ราคาต่างกันตรงไปตรงมา คือบริเวณที่ทำ จำนวนครั้งที่วางไว้ และคลื่นหรือเครื่องที่ใช้ พื้นที่กว้างกว่าย่อมใช้เวลาและพลังงานมากกว่า
แต่ยังมีตัวแปรที่สี่ที่คนมักไม่นับ นั่นคือคลินิกละเอียดกับรายละเอียดของแต่ละรอบแค่ไหน ถ้าไม่มีใครจำได้ว่ารอบที่แล้วใช้คลื่นไหน ค่าพลังงานเท่าไร และผิวตอบสนองอย่างไร รอบถัดไปก็ต้องเริ่มจากค่ากลาง ๆ ใหม่ทุกครั้ง
ผลของการจดบันทึกจึงไปโผล่ที่บิลรวม เมื่อค่าของแต่ละรอบถูกบันทึกและนำมาปรับต่อ คอร์สจะเดินตามลักษณะขนของคนคนนั้นจริง ๆ และจำนวนครั้งที่ไม่จำเป็นก็ลดลงได้ ราคาต่อครั้งที่ดูถูกกว่าแต่ต้องทำเพิ่มอีกหลายรอบ สุดท้ายอาจไม่ได้ถูกกว่า
- ถามว่าราคาที่เสนอครอบคลุมกี่ครั้ง และนับบริเวณไหนบ้าง
- ถามว่าใช้คลื่นใดกับบริเวณของเรา และเพราะอะไรจึงเลือกคลื่นนั้น
- ถามว่ามีการบันทึกค่าพลังงานและปฏิกิริยาของผิวในแต่ละรอบไว้ไหม
- ถามว่าถ้าผลไม่เป็นไปตามที่คุยกันไว้ จะปรับแผนอย่างไร
สี่คำถามนี้ใช้ได้กับทุกคลินิก และเป็นวิธีที่ง่ายในการแยกแพ็กเกจที่ขายเป็นตัวเลข ออกจากแผนที่วางมาให้ขนของเราจริง ๆ ส่วนราคาที่แน่นอนขึ้นกับบริเวณและจำนวนครั้งของแต่ละคน จึงคุยกันในวันปรึกษาจะชัดเจนกว่า
ที่ Beautystone กรุงโซล วางแผนคอร์สหนวดอย่างไร
Beautystone Clinic อยู่ที่ย่านฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลี ดูแลการกำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus โดยเริ่มจากการดูสภาพผิวและลักษณะขน ไม่ได้เริ่มจากการนับจำนวนครั้งในแพ็กเกจ ดร.คิม กาอึล มักอธิบายว่า เครื่องเดียวกันแต่ตั้งค่าคนละแบบ ผลลัพธ์ก็ไม่เหมือนกัน
ในทางปฏิบัติหมายความว่า ก่อนยิงจะประเมินสภาพผิว ความหนาของขน และประวัติการโดนแดดล่าสุด แล้วจึงเลือกคลื่นและกำหนดค่าพลังงานให้เหมาะกับบริเวณนั้น จากนั้นค่าที่ใช้และปฏิกิริยาของผิวจะถูกบันทึกไว้ ให้รอบถัดไปตั้งค่าต่อได้
สำหรับบริเวณหนวด จะคุยกันตั้งแต่ต้นว่าเป้าหมายคืออะไร ระหว่างทำให้ขนบางลงจนจัดการง่าย กับการไปให้ถึงจุดที่ไม่ต้องโกนทุกวัน เพราะสองเป้าหมายนี้ใช้จำนวนครั้งไม่เท่ากัน
สรุปสั้น ๆ ความรู้สึกว่าไม่เห็นผลส่วนใหญ่มาจากการวางความคาดหวังไว้คนละจุดกับไทม์ไลน์จริงของคอร์ส ช่วง 6-10 ครั้งคือช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง ส่วนบริเวณหนวดมักจบที่ราว 13 ครั้ง และแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ถ้ากำลังลังเลว่าควรเริ่มที่กี่ครั้ง หรือทำมาหลายรอบแล้วยังไม่แน่ใจว่าถูกทางหรือเปล่า ทักมาปรึกษาทาง LINE ก่อนได้ค่ะ ทีมงานจะช่วยดูว่าควรเตรียมอะไรมาบ้างในวันที่เข้ามาพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ค่าพลังงานเช่น 12J ที่เห็นคนแชร์กัน ใช้อ้างอิงกับตัวเองได้ไหม
ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเป้าหมายค่ะ ค่าพลังงานที่เหมาะสมขึ้นกับสภาพผิว สีผิว ความหนาของขน และประวัติการโดนแดดล่าสุดของแต่ละคน ค่าที่ปลอดภัยสำหรับคนหนึ่งจึงอาจสูงเกินไปสำหรับอีกคน สิ่งที่ควรถามมากกว่าตัวเลข คือคลินิกใช้อะไรเป็นเกณฑ์เลือกค่าให้เรา
หนวดต้องทำกี่ครั้ง และต่างจากบริเวณอื่นมากไหม
หนวดต้องใช้ครั้งมากกว่าหลายบริเวณ เพราะขนหนา รากลึก และขึ้นหนาแน่น จากบันทึกการรักษาของแพทย์ ผู้ชายทั่วไปมักจบคอร์สบริเวณนี้ที่ราว 13 ครั้ง โดยช่วง 6-10 ครั้งคือช่วงที่ความหนาแน่นลดลงราวครึ่งหนึ่ง ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ
เพิ่งไปเที่ยวทะเลมาและผิวยังแทนอยู่ ทำได้เลยไหม
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอค่ะ ผิวที่เพิ่งโดนแดดมาและยังไม่กลับสู่สภาพปกติ เป็นสถานการณ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการยิงพลังงานสูงในช่วงนั้นเพิ่มความเสี่ยงของแผลไหม้ได้ แพทย์อาจประเมินสภาพผิวแล้วปรับค่าลง หรือให้รอจนผิวสงบ
ถ้าเว้นระยะห่างนานกว่าที่นัดไว้ ต้องเริ่มนับใหม่ไหม
ไม่ต้องเริ่มนับใหม่ค่ะ สิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้หายไป เพียงแต่การสะสมผลจะช้ากว่าที่แผนตั้งไว้ สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการหยุดกลางคอร์สแล้วปล่อยไว้นานหลายเดือน ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะติดธุระ แจ้งไว้ตั้งแต่รอบแรกได้





