หูดแบนบนหน้า โกนหนวดแล้วลามได้ไหม? ทำไมจึงขึ้นเรียงเป็นแนว
ตุ่มแบนเล็ก ๆ ที่ขึ้นเรียงตามรอยโกนหนวดอาจเป็นหูดแบน บทความนี้อธิบายสาเหตุที่ลาม วิธีแยกจากตุ่มชนิดอื่น และทางเลือกในการรักษาค่ะ
ถ้ามีตุ่มแบนเล็ก ๆ ขึ้นที่คางหรือหน้าผากทีละตุ่มสองตุ่ม แล้วค่อย ๆ เรียงตัวเป็นแนวตามรอยที่โกนหนวด อาจเป็นหูดแบน (Flat Wart) หูดแบนเกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่เข้าไปอยู่ในผิวชั้นบนสุด และย้ายไปยังผิวข้าง ๆ ได้ผ่านรอยถลอกเล็กมากที่เกิดจากการโกนหรือการเกา คำถามแรกจึงไม่ใช่ว่าปล่อยไว้แล้วจะหายเองไหม แต่คือตอนนี้ตุ่มกำลังเพิ่มขึ้นอยู่หรือเปล่าค่ะ
หูดแบนหายเองได้บ่อย แต่ถ้ายังโกนหรือแกะตุ่มต่อไปในช่วงที่กำลังเพิ่มจำนวน ก็อาจต้องเริ่มรักษาตอนที่ตุ่มเพิ่มขึ้นมากแล้ว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมหูดแบนจึงขึ้นเป็นแนว แยกจากสิวข้าวสาร สิวหัวปิด และตุ่มใต้ตาอย่างไร ปล่อยไว้นานแค่ไหนจึงหาย แพทย์ผิวหนังมีวิธีรักษาแบบไหน และทำไมควรบอกแพทย์ก่อนทำเลเซอร์ โดยเรียบเรียงจากมุมมองของ Beautystone Clinic คลินิกผิวหนังย่านฮงแด–ฮับจอง กรุงโซลค่ะ
ทำไมหูดแบนจึงขึ้นเรียงเป็นแนว?
เพราะไวรัสติดไปตามรอยถลอกจากการโกนหรือการเกา ตุ่มใหม่จึงขึ้นตามแนวรอยนั้น
หูดแบนส่วนใหญ่เกิดจาก HPV สายพันธุ์ 3 และ 10 ลักษณะเป็นตุ่มเล็ก นูนเล็กน้อย ผิวด้านบนเรียบและแบน สีเดียวกับผิวหรือสีน้ำตาลอ่อน มักขึ้นหลายตุ่มที่ใบหน้า หลังมือ และหน้าแข้ง เว็บไซต์ข้อมูลผิวหนัง DermNet ของนิวซีแลนด์อธิบายว่าบริเวณหน้าแข้งและบริเวณหนวดเครา ไวรัสมักลามจากการโกน ทำให้จำนวนหูดเพิ่มขึ้น
ไวรัสติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสผิวของคนอื่น และย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดบนร่างกายตัวเอง เมื่อใบมีดโกนหรือเล็บลากผ่านหูด ไวรัสจะติดไปกับรอยถลอกใหม่ แล้วหูดก็ขึ้นเรียงตามรอยนั้น ลองนึกถึงการลากพู่กันที่เปื้อนสีผ่านกระดาษ สีจะติดเป็นเส้นตามทางที่ลากไป หูดแบนที่ขึ้นตามรอยโกนก็คล้ายกันแบบนั้น ระยะฟักตัวอาจนานได้ถึง 12 เดือน จุดที่โกนวันนี้จึงอาจมีตุ่มขึ้นหลังจากนั้นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ทำให้มองไม่ออกว่าเกี่ยวกัน

หูดแบนต่างจากสิวข้าวสาร สิวหัวปิด และตุ่มใต้ตาอย่างไร?
หูดแบนแบนราบ สีเดียวกับผิว และขึ้นเป็นแนว ส่วนตุ่มชนิดอื่นมีลักษณะต่างกันพอแยกได้
- หูดแบน: ตุ่มเล็ก ผิวด้านบนแบนเรียบ สีผิวหรือน้ำตาลอ่อน ขึ้นที่หน้าผาก คาง หลังมือ และมักเรียงตามรอยเกาหรือรอยโกน
- สิวข้าวสาร (Milia): เม็ดขาวแข็งเล็ก ๆ มักอยู่รอบตาและแก้ม บีบแล้วไม่ค่อยออก
- สิวหัวปิด (Closed Comedone): รูขุมขนอุดตันเป็นตุ่มสาก บางครั้งมีไขมันออกมา และเพิ่มหรือลดตามรอบเดือนหรือเครื่องสำอาง
- ไซริงโกมา (Syringoma): ตุ่มสีผิวเล็ก ๆ ใต้ตาทั้งสองข้างค่อนข้างสมมาตร และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในเวลาหลายปี
อย่างไรก็ตาม การดูด้วยตาอย่างเดียวมีข้อจำกัด มีรายงานผู้ป่วยที่ไซริงโกมาดูคล้ายหูดแบนจนต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจเพื่อยืนยัน ถ้าตุ่มอยู่ใต้ตาทั้งสองข้างและไม่ได้เรียงเป็นแนว ไม่ควรตัดสินเองว่าเป็นหูด

ปล่อยไว้แล้วหูดแบนจะหายเองไหม?
หายเองได้บ่อย แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี และระหว่างนั้นยังลามได้
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology) ระบุว่าถ้าภูมิคุ้มกันปกติ หูดส่วนใหญ่หายเองได้ แต่อาจใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปี DermNet ให้ตัวเลขของหูดในเด็กว่า แม้ไม่รักษา ประมาณครึ่งหนึ่งหายภายใน 6 เดือน และราว 90% หายภายใน 2 ปี ส่วนหูดในผู้ใหญ่มักอยู่นานกว่า ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ มีโอกาสเป็นซ้ำมากกว่า
การรอจึงมีเงื่อนไข ถ้าตุ่มไม่เจ็บมากและไม่คัน จำนวนและรูปร่างคงเดิมมาหลายสัปดาห์ การเฝ้าดูโดยเลี่ยงไม่ให้ใบมีดโกนโดนบริเวณนั้นถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แต่ถ้าจำนวนเพิ่มขึ้นชัดเจน รูปร่างเปลี่ยน มีเลือดออก คัน หรือแสบร้อน ไม่ควรรอ ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาก็แนะนำให้พบแพทย์เมื่อหูดอยู่บนใบหน้า มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีเลือดออก หรือมีจำนวนมาก

แพทย์ผิวหนังรักษาหูดแบนด้วยวิธีใด?
การรักษาไม่ได้ฆ่าไวรัสโดยตรง แต่เป็นการกำจัดผิวที่มีไวรัสอยู่ วิธีที่เลือกจึงขึ้นกับจำนวนและระยะเวลาที่เป็น
ยาทาและการผลัดผิวช่วยลอกผิวที่ติดเชื้อในบริเวณกว้าง ส่วนการจี้เย็นและเลเซอร์เหมาะกับตุ่มที่ชัดเจนและมีจำนวนไม่มาก
- การผลัดผิวด้วยกรด (Chemical Peel): งานวิจัยที่เทียบหน้าซ้ายขวาของผู้ป่วยหูดแบนกระจายทั่วหน้า 30 คน พบว่าฝั่งที่ผลัดผิวด้วยกรดไกลโคลิก 35% ทุก 2 สัปดาห์ รวม 3 ครั้ง มี 15 คนที่ตุ่มลดลงเกิน 70% ส่วนฝั่งที่ทาเจลอะดาพาลีนอย่างเดียวมี 8 คน
- ยาทา: งานวิจัยในผู้ป่วย 60 คน ที่เทียบโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 10% กับกรดไตรคลอโรอะซิติก 30% ไม่พบความต่างของผลลัพธ์ที่ชัดเจน และผู้ที่ตุ่มหายหมดไม่กลับมาเป็นซ้ำในช่วงติดตาม 3 เดือน
- เลเซอร์: งานวิจัยที่ใช้เลเซอร์ 532 nm ทุก 2 สัปดาห์ สูงสุด 3 ครั้ง พบว่าผู้ที่ทำครบ 19 จาก 22 คนดีขึ้นเกิน 75% แต่มีผู้ป่วยออกจากการศึกษา 12 จาก 34 คนและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
มีงานวิจัยเรื่องยากินด้วย แต่การทบทวนอย่างเป็นระบบจาก 15 งานวิจัยสรุปว่าผลลัพธ์แตกต่างกันมาก ยังไม่เพียงพอจะแนะนำเป็นการรักษาทั่วไป ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนตุ่ม บริเวณที่เป็น และวิธีที่แพทย์เลือก*
*ราคาขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในวันที่ปรึกษา

ข้อควรระวังก่อนทำเลเซอร์หรือผลัดผิวมีอะไรบ้าง?
ถ้ามีหูดแบนอยู่ ควรบอกแพทย์ก่อนทำเลเซอร์หรือผลัดผิว เพราะแผลกว้างบนผิวอาจเป็นทางให้ไวรัสลาม
มีรายงานผู้ป่วยที่มีหูดแบนบนจมูกและหว่างคิ้ว แล้วทำเลเซอร์ปรับผิว (Laser Resurfacing) จากนั้น 2 สัปดาห์มีหูดแบนเพิ่มขึ้นหลายตุ่ม และอีกรายงานหนึ่งพบหูดแบนขึ้นในบริเวณที่ทำเลเซอร์ Fractional CO2 หลังทำ 6 สัปดาห์ เหตุการณ์แบบนี้พบไม่บ่อย แต่ควรรู้ไว้ก่อนวางแผนทำเลเซอร์
ที่ Beautystone Clinic แพทย์จะดูตุ่มแบบขยายก่อน เพื่อแยกหูดแบนจากสิวข้าวสารหรือไซริงโกมา แล้วจึงเลือกวิธีรักษาหนึ่งวิธีตามจำนวนตุ่ม บริเวณที่ลาม และระยะเวลาที่เป็น ถ้ามีการรักษาผิวอื่นที่วางแผนไว้ จะกำหนดลำดับไปพร้อมกัน ข้อมูลที่ช่วยให้ปรึกษาได้เร็วขึ้น ได้แก่
- เริ่มมีตุ่มเมื่อไร และช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นหรือไม่
- ตุ่มอยู่บริเวณที่โกนหนวดหรือบริเวณที่จับบ่อยหรือไม่
- มีนัดทำเลเซอร์ ผลัดผิว หรือวันเดินทางมาโซลเมื่อไร

สรุป: หูดแบน โกนหนวดแล้วลามได้ไหม
- หูดแบนลามตามรอยโกนและรอยเกาได้ จึงมักขึ้นเรียงเป็นแนว
- แยกจากสิวข้าวสาร สิวหัวปิด และไซริงโกมาได้จากรูปร่าง สี และตำแหน่ง แต่บางครั้งต้องให้แพทย์ตรวจ
- หายเองได้บ่อยในเวลาหลายเดือนถึงหลายปี แต่ถ้าเพิ่มขึ้น เปลี่ยนรูป มีเลือดออก หรือคัน ควรพบแพทย์
- ก่อนทำเลเซอร์หรือผลัดผิว ควรบอกแพทย์เรื่องหูดแบนก่อน
กลับมาที่คำถามแรก การโกนหนวดทำให้หูดแบนลามได้จริง ช่วงที่ตุ่มยังเพิ่มขึ้นจึงควรเลี่ยงการโกนทับและไม่แกะตุ่ม ถ้ากำลังวางแผนมาโซลและอยากรู้ว่าตุ่มบนหน้าเป็นหูดแบนหรือไม่ แอด LINE แล้วส่งรูปที่ถ่ายชัด ๆ มาปรึกษาได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. หูดแบนติดต่อไปยังคนอื่นได้ไหมคะ?
A. ติดต่อได้ค่ะ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่าหูดติดต่อได้ตราบที่ยังมองเห็นหรือคลำได้ หลังจับตุ่มควรล้างมือทันที และไม่ควรใช้มีดโกนหรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกับคนอื่นค่ะ
Q. รักษาจนหายแล้ว จะกลับมาเป็นอีกได้ไหมคะ?
A. กลับมาได้ค่ะ ไวรัสอาจยังอยู่ในผิวชั้นบนส่วนที่ลึกที่สุดแล้วกลับมาขึ้นใหม่ หลังตุ่มหายจึงควรสังเกตบริเวณนั้นต่ออีกหลายเดือน DermNet ระบุว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นซ้ำมากกว่าค่ะ
Q. ลูกมีหูดแบนบนหน้า ต้องรักษาทันทีไหมคะ?
A. ไม่เสมอไปค่ะ หูดในเด็กหายเองได้ในสัดส่วนสูง ถ้ามีไม่กี่ตุ่มและไม่เพิ่มขึ้น หลายครอบครัวเลือกเฝ้าดูก่อน แต่ถ้าเด็กเกาบ่อยจนตุ่มขึ้นเป็นแนว ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังค่ะ
Q. ใช้ยาทาหูดที่ซื้อเองทาบนหน้าได้ไหมคะ?
A. ไม่ควรใช้เองโดยไม่ปรึกษาค่ะ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำกรดซาลิไซลิกแบบใช้เองที่บ้านเฉพาะหูดแบนที่ไม่ได้อยู่บนใบหน้า ผิวหน้าระคายเคืองง่ายกว่า ควรให้แพทย์ยืนยันก่อนว่าเป็นหูดค่ะ







