หมอลองทำ Pore Peeling 38 นาที — นี่คือสิ่งที่สังเกตเห็น
ผิวหนัง

หมอลองทำ Pore Peeling 38 นาที — นี่คือสิ่งที่สังเกตเห็น

คำกล่าวที่ว่า Acid Peeling ช่วยลดรูขุมขน หลักการทำงานจริงๆ ใกล้เคียงกับการลอกชั้นเซลล์ผิวหนังตายมากกว่า

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
4นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

สิ่งที่ผมสังเกตได้หลังจากรับการทำ Pore Peeling นาน 38 นาที เมื่อเดือนที่แล้ว

ขออนุญาตเริ่มด้วยข้อสรุปก่อนเลยนะครับ

Acid Peeling ไม่สามารถลดขนาดรูขุมขนได้จริงๆ

ในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

การสังเกตผิวหน้าก่อนและหลังการทำ Pore Peeling





ความแตกต่างคืออะไรกันแน่

Pore Peeling เป็นการทำหัตถการโดยใช้สารละลายกรด

เพื่อละลายชั้นเซลล์ผิวหนังตาย

โดยทั่วไปจะใช้ Salicylic acid (BHA) หรือ

Glycolic acid (AHA)

แตกต่างจากการรักษารูขุมขนด้วยเลเซอร์

Pore Peeling ไม่ได้ลงลึกถึงชั้นหนังแท้

แต่เป็นแนวคิดที่ใกล้เคียงกับการ

ละลายและดึงเอาเซลล์ผิวหนังตายและตะกรันไขมันออกมา

เนื่องจากความลึกที่แตกต่างกัน จึงทำให้ทิศทางของผลลัพธ์แตกต่างกันด้วยครับ





ส่วนที่มักเกิดความเข้าใจผิดกันบ่อยๆ

ประเด็นสำคัญของบทความนี้

Acid Peeling ช่วยลดรูขุมขนได้จริงหรือไม่? มาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลชั่วคราวจากการขจัดเซลล์ผิวหนังตายกันครับ

นี่คือส่วนที่หลายคนเข้าใจผิดกัน

การที่รูขุมขนดูเล็กลงหลังทำ Peeling

ไม่ได้หมายความว่ารูขุมขนจะเล็กลงจริงๆ

แต่เป็นเพราะไขมันและเซลล์ผิวหนังตาย

ที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนถูกขจัดออกไป

ทำให้ปากรูขุมขนดูอย่างไม่บานออกมากนัก

และเมื่อชั้นเซลล์ผิวหนังตายบางลง

การสะท้อนแสงจะสม่ำเสมอขึ้น

ทำให้เงาของรูขุมขนจางลง

ผมจำได้ว่าเดือนที่แล้วมีผู้หญิงวัยต้น 30 มาหาผม

หลังจากที่ไปทำ Pore Peeling ที่อื่น 6 ครั้ง

เธอบอกว่า "ตอนแรกดีแต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม" แล้วก็มาหาเรา

เมื่อดูผิวหน้าแล้ว พบว่าชั้นเซลล์ผิวหนังตายบาง

แต่ปากรูขุมขนยังคงบานออกอยู่เหมือนเดิม

นี่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

เพราะกรณีของเธอคือรูขุมขนที่

มีการขยายตัวในเชิงโครงสร้างอยู่แล้ว

จึงเป็นกรณีที่การทำ Peeling อย่างเดียวมีข้อจำกัด

หลักการทำงานของ Salicylic acid BHA ในการลอกเซลล์ผิวหนังตาย

Salicylic acid เป็นสารที่ละลายในไขมัน

จึงสามารถเจาะลึกเข้าไปในไขมันภายในรูขุมขนได้

โดยทั่วไปจะใช้ความเข้มข้น 2% เป็นมาตรฐาน

ซึ่งเป็นความเข้มข้นขั้นต่ำที่มีประสิทธิภาพ

ในการละลายตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ผิวหนัง

การทำหัตถการหนึ่งครั้งจะทำให้ความหนาของชั้นเซลล์ผิวหนังตาย

บางลงประมาณ 10-20 ไมโครเมตร

สภาวะนี้จะคงอยู่นานที่สุด 2 สัปดาห์

สั้นที่สุด 7-10 วัน แล้วจะกลับสู่สภาพเดิม

ระยะเวลาที่ผลของ Pore Peeling คงอยู่และรอบการทำ

ดังนั้นการทำ Peeling จึงต้องทำเป็นระยะๆ

เพื่อให้การขับไขมันออกจากรูขุมขนราบรื่นต่อเนื่อง

และเมื่อสภาวะนี้ได้รับการรักษาไว้

'สาเหตุ' ที่ทำให้ปากรูขุมขนบานออก

จะลดลง ผลลัพธ์คือ

รูขุมขนจะดูไม่เด่นชัดเท่าเดิม

แต่สิ่งนี้ไม่ได้ดีไปเสียทั้งหมด

เพราะหากทำบ่อยเกินไป เกราะป้องกันผิวหนังจะบางลง

กลับทำให้ผิวแดงและแพ้ง่ายได้

แต่หากปรับรอบและความเข้มข้นให้เหมาะสม

สำหรับผู้ที่มีการหลั่งไขมันมาก

ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าอยู่

สรุปสำคัญจากคุณหมอวี ยองจิน


Pore Peeling ไม่ใช่หัตถการเพื่อ 'ลด' รูขุมขน


แต่เป็นหัตถการเพื่อ 'ขจัดสิ่งอุดตันและทำให้ดูเรียบเนียน'


รูขุมขนที่ขยายตัวในเชิงโครงสร้างต้องรักษาด้วยเลเซอร์·คลื่นวิทยุควบคู่กัน


หากปัญหาอยู่ที่ไขมัน·เซลล์ผิวหนังตาย การทำ Peeling อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ





ผมมักจะแบ่งประเภทแบบนี้ในห้องตรวจ

รูขุมขนไม่ได้เหมือนกันหมด

การแก้ไขต้องแตกต่างกันตามสาเหตุ

ผมมักจะแบ่งออกเป็นสามประเภท

บางครั้งก็มีผู้ป่วยที่มีอาการผสมกันสองประเภท

ประเภทที่มีปัญหาจากไขมัน·เซลล์ผิวหนังตาย จะดีขึ้นชัดเจน

ด้วยการทำ Peeling อย่างเดียวในหลายกรณี

แต่ประเภทที่เกิดจากการหย่อนคล้อยหรือรอยแผลเป็น

หากทำแต่ Peeling ซ้ำๆ ผิวหนังจะบางลง

แต่รูขุมขนกลับยังคงเป็นเหมือนเดิมในหลายกรณี

การรู้ก่อนว่าตนเองเป็นประเภทไหน

จริงๆ แล้วเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

คู่มือการเลือกหัตถการตามประเภทรูขุมขน





คำถามสามข้อที่ได้รับบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

Q1. ทำครั้งเดียวก็เห็นรูขุมขนเล็กลงแล้ว หากทำต่อเนื่องจะหายไปเลยไหม?

A. พูดตรงๆ นะครับ นั่นคงเป็นไปได้ยาก

เพราะ Peeling เป็นการขจัดเซลล์ผิวหนังตายและไขมัน

ไม่ใช่การกระชับผนังรูขุมขนเอง

หากทำสม่ำเสมอ การ 'ดูไม่เด่นชัด'

สามารถรักษาสภาวะนี้ไว้ได้

Q2. ต้องทำบ่อยแค่ไหน กี่ครั้ง?

A. ขึ้นอยู่กับปริมาณการหลั่งไขมัน

โดยทั่วไปจะทำห่างกัน 2-4 สัปดาห์ จำนวน 5-6 ครั้ง

เป็นคอร์สพื้นฐาน

หลังจากนั้นจะทำเดือนละครั้ง

เพื่อการดูแลรักษาต่อเนื่อง

การทำบ่อยเกินไปจะให้ผลตรงข้าม

ควรปฏิบัติตามระยะห่างอย่างเคร่งครัด

Q3. หลัง Peeling ผิวแดงและเสียดแสบ เป็นปกติไหม?

A. ผื่นแดงเล็กน้อยในวันแรก~วันถัดไป

เป็นปฏิกิริยาปกติครับ

แต่หากเสียดแสบเกิน 48 ชั่วโมง

หรือมีน้ำเหลืองไหลออกมา อาจเป็นการลอกผิวมากเกินไป

ต้องเปลี่ยนเป็นการดูแลแบบปลอบประโลม

และควรหยุดใช้ retinol·scrub

ทั้งหมดประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อความปลอดภัย

บทความหน้าจะพูดถึงรายละเอียดเชิงลึกต่อไปนะครับ นี่คือคุณหมอวี ยองจิน

บทความแนะนำ

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

บทความล่าสุด

การ์ดสรุปคู่มือดูแลขนคุดที่แขนแบบขั้นตอนที่ทำได้เองที่บ้านผิวหนัง

ขนคุดที่แขน ดูแลยังไงให้ได้ผลจริง? คู่มือขั้นตอนทำที่บ้าน

ขนคุดที่แขนไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ด้วยการขัดหนักขึ้น แต่แก้ได้ด้วยการดูแลให้ถูกลำดับและสม่ำเสมอ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนการดูแลขนคุดที่บ้านแบบครบวงจร ตั้งแต่การล้างผิว การเลือกสารผลัดเซลล์ที่ใช่ ไปจนถึงการติดตามผลตามช่วงเวลา

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?ผิวหนัง

วางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลา ดูแลผิวระหว่างรอยังไง?

การวางแผนฉีดสกินบูสเตอร์ซ้ำให้ถูกเวลาขึ้นอยู่กับประเภทที่ใช้ กลุ่มเติมความชื้นและกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมีจังหวะที่เหมาะสมต่างกัน บทความนี้ช่วยวางแผนและดูแลผิวระหว่างรอให้ได้ผลต่อเนื่องค่ะ

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือกับความชื้นแกว่งในสภาพอากาศไทยได้ตลอดวันผิวหนัง

วิธีซ้อนชั้นครีมบำรุงให้ผิวรับมือความชื้นแกว่งได้ทั้งวัน

เมื่ออากาศไทยความชื้นแกว่งทั้งวัน ปัญหาหน้าตึงมักไม่ใช่เรื่องขาดน้ำแต่เป็นเรื่องที่ชั้นไขมันกักน้ำบาง — ลำดับการทาครีมที่ถูกต้องช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มปริมาณครีม

แนวทางดูแลผิวใต้คางและขากรรไกรหลังทำ InMode FX รายสัปดาห์ลิฟติ้ง

หลัง InMode FX ดูแลใต้คางให้ถูกวิธี — ตารางดูแลรายสัปดาห์ที่ควรรู้

หลังทำ InMode FX การดูแลที่บ้านในแต่ละช่วงสัปดาห์มีความสำคัญมาก บทความนี้รวมแนวทางดูแลผิวใต้คางและบริเวณขากรรไกรแบบรายสัปดาห์ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors