ภาพปกบทความอธิบายว่าเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงจริง
กำจัดขน

กำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์ ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงจริง?

เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ไม่ได้ทำลายขนทุกเส้นในครั้งเดียว แต่ตอบสนองเฉพาะรากขนในระยะเจริญเติบโตเท่านั้น บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องทำหลายครั้ง และควรทำกี่ครั้งถึงจะเหลือแค่ขนอ่อน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 28 สิงหาคม 2026
7นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เคยไหม? เห็นเพื่อนไปทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้แล้วบอกว่า "ทำแค่ไม่กี่ครั้งก็เกลี้ยงแล้ว" แต่พอไปหาข้อมูลเองกลับเจอคนที่บอกว่าทำไปสิบครั้งแล้วขนก็ยังไม่หายไปไหน จนเกิดคำถามในใจว่าตกลงต้องทำกี่ครั้งกันแน่ถึงจะเห็นผลจริง

ความจริงคือเลเซอร์กำจัดขนไม่ได้ทำลายเส้นขนที่มองเห็นด้านนอก แต่ไปจัดการที่รากขนใต้ผิวหนังโดยตรง และรากขนแต่ละเส้นก็ไม่ได้อยู่ในสภาพเดียวกันตลอดเวลา จำนวนครั้งที่ต้องทำจึงขึ้นอยู่กับจังหวะของวงจรขนมากกว่าตัวเลขตายตัวเพียงอย่างเดียว บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกหลักการทำงานของเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ และจำนวนครั้งที่มักต้องใช้ พร้อมข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ทำงานอย่างไรกันแน่

หลายคนเข้าใจว่าเลเซอร์กำจัดขนคือการเผาเส้นขนที่โผล่พ้นผิวออกไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว เลเซอร์เล็งเป้าไปที่เม็ดสีเมลานินในรากขน (Hair Follicle) ใต้ผิวหนัง จากนั้นเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นความร้อนเพื่อทำลายรากขนโดยตรง เมื่อรากขนถูกทำลายลง มันจะค่อย ๆ หยุดสร้างเส้นขนใหม่ขึ้นมา

จุดสำคัญคือรากขนไม่ได้ทำงานพร้อมกันทั้งหมด แต่ละรากจะหมุนเวียนอยู่ใน 3 ระยะ คือ ระยะเจริญเติบโต (Anagen) ระยะเสื่อมถอย (Catagen) และระยะพัก (Telogen) เลเซอร์จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อยิงโดนรากขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเท่านั้น เพราะช่วงนี้เม็ดสีเมลานินในรากขนจะเข้มข้นที่สุด พลังงานเลเซอร์จึงทำลายรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนรากขนที่อยู่ในระยะเสื่อมถอยหรือระยะพักจะมีเม็ดสีน้อยกว่ามาก พลังงานจึงกระจายตัวและแทบไม่ส่งผลอะไรในรอบนั้น

ทำไมต้องทำหลายครั้ง ไม่จบในครั้งเดียว

ที่รักแร้ ในแต่ละช่วงเวลาจะมีรากขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตพร้อมกันเพียงประมาณ 20-30% ของทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 70-80% ยังอยู่ในระยะเสื่อมถอยหรือระยะพัก ซึ่งแทบไม่ตอบสนองต่อเลเซอร์ในรอบนั้นเลย นี่คือเหตุผลที่หลายคนทำครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า "ขนไม่ลดลงเท่าที่คิด" ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องปกติตามกลไกของวงจรขน

เนื่องจากวงจรการงอกใหม่ของขนบริเวณรักแร้อยู่ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ การนัดทำซ้ำในช่วงเวลานี้จึงช่วยให้จับกลุ่มรากขนที่เพิ่งเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตใหม่ได้พอดี เมื่อทำต่อเนื่องตามจังหวะนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ จำนวนรากขนที่ยังทำงานอยู่ก็จะค่อย ๆ ลดลงในแต่ละรอบ จนในที่สุดเหลือเพียงขนอ่อนบาง ๆ ที่แทบไม่มีผลต่อความรู้สึกเรื่องความเกลี้ยงเกลาแล้ว

ภาพแสดงวงจรขนที่เลเซอร์ตอบสนองเฉพาะรากขนในระยะเจริญเติบโต

รักแร้ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเหลือแค่ขนอ่อน

จากลักษณะวงจรขนข้างต้น บริเวณรักแร้ซึ่งมีสัดส่วนขนระยะเจริญเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น มักตอบสนองได้ค่อนข้างเร็ว โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่องตามระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ครบประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป หลายคนจะเข้าสู่ระดับที่เหลือแค่ขนอ่อนบาง ๆ และแทบไม่งอกขึ้นมาใหม่ให้กวนใจ

แต่จำนวนครั้งไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว หลายคนที่ทำครบ 10 ครั้งแล้วผลยังไม่ค่อยเปลี่ยน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากทำน้อยเกินไป แต่มาจากระยะห่างระหว่างครั้งที่คลาดเคลื่อน เช่น นัดถี่กว่า 4 สัปดาห์จนยิงซ้ำรากขนกลุ่มเดิมที่เพิ่งถูกทำลายไปหมาด ๆ หรือทิ้งช่วงนานเกิน 2-3 เดือนจนรากขนที่เคยเสียหายมีเวลาฟื้นตัวกลับมา อีกสาเหตุหนึ่งคือการตั้งค่าพลังงานไม่สอดคล้องกับสีผิวและสีขน ซึ่งควรตรวจสอบร่วมกับแพทย์ตั้งแต่ต้น

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจตรงกันคือ เลเซอร์กำจัดขนไม่ใช่การกำจัดขนถาวรแบบที่ไม่มีเส้นขนขึ้นอีกเลยตลอดชีวิต ในทางการแพทย์คำที่ตรงกว่าคือการลดปริมาณขนในระยะยาว หมายถึงขนจะบางลงและงอกช้าลงมากจนแทบไม่ต้องจัดการอีก แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีเส้นขนงอกขึ้นมาอีกแม้แต่เส้นเดียว

ภาพแสดงจำนวนครั้งที่รักแร้มักต้องใช้ตามระยะห่าง 4-6 สัปดาห์

สีผิวและสีขนมีผลต่อจำนวนครั้งอย่างไร

เม็ดสีเมลานินเป็นตัวรับพลังงานเลเซอร์หลัก ขนที่มีสีเข้มและเส้นหนาจะดูดซับพลังงานได้ดี จึงมักตอบสนองไวกว่า ส่วนขนที่เส้นบางและสีอ่อนต้องอาศัยการทำซ้ำสะสมหลายครั้งกว่าผลจะค่อย ๆ ปรากฏ ในทางกลับกัน หากผิวมีโทนเข้ม แพทย์มักต้องแบ่งพลังงานให้เหมาะสมและอาจต้องผ่านหลายพาส เพื่อลดความเสี่ยงที่ผิวจะดูดซับความร้อนมากเกินไปจนเกิดรอยไหม้หรือรอยดำ

ปัจจัยมักตอบสนองไวกว่ามักต้องใช้เวลามากกว่า
สีและความหนาของขนเข้ม เส้นหนาอ่อน เส้นบาง
โทนผิวโทนอ่อน ตั้งพลังงานได้เต็มที่โทนเข้ม ต้องปรับพลังงานอย่างระมัดระวัง

ด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นบริเวณรักแร้เหมือนกัน แต่ละคนก็อาจได้รับคำแนะนำจำนวนครั้งไม่เท่ากัน การประเมินสีขนและโทนผิวก่อนเริ่มทำจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม เพราะมีผลโดยตรงทั้งต่อความปลอดภัยและจำนวนครั้งที่ต้องใช้

ก่อนและหลังทำ ควรดูแลตัวเองอย่างไร

ก่อนเข้ารับบริการ ควรโกนขนบริเวณรักแร้ให้เรียบร้อยในวันก่อนหน้าหรือวันเดียวกัน เพราะหากขนยาวเกินไป พลังงานเลเซอร์จะถูกดูดซับที่ผิวด้านนอกก่อนจะส่งถึงรากขนได้เต็มที่ และควรงดการแวกซ์ขนอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะการแวกซ์เป็นการดึงรากขนออกไปทั้งราก ทำให้ไม่มีเป้าหมายให้เลเซอร์ทำงานในรอบนั้นเลย

หลังทำเสร็จในวันเดียวกัน ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า อบไอน้ำ และการออกกำลังกายหนัก เพราะกิจกรรมเหล่านี้เพิ่มความร้อนให้ร่างกายและอาจกระตุ้นการระคายเคืองที่ผิว ในช่วงฤดูร้อนหรือวันที่แดดจัด ควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นพิเศษ เพราะความเสี่ยงเรื่องรอยดำหลังทำจะสูงขึ้นในช่วงนี้ โดยทั่วไปผิวจะกลับมาสงบและใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1-2 วัน

ภาพแสดงวิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

หลังทำเลเซอร์ อาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกอุ่น ๆ เล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงพักฟื้นตามที่แนะนำไปแล้ว แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตุ่มพอง บวมมาก หรือรอยแดงที่ลุกลามต่อเนื่อง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้หรือดูแลด้วยตัวเอง

สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ โดยหลักการแล้วไม่แนะนำให้ทำเลเซอร์กำจัดขนในช่วงนี้ แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเลเซอร์ส่งผลโดยตรงต่อทารกในครรภ์ แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองและเสี่ยงต่อรอยดำมากขึ้น จึงควรรอจนพ้นช่วงนี้ไปก่อน ส่วนผู้ที่กำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนตัดสินใจทำค่ะ

สรุป

เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ไม่ได้ทำลายขนทุกเส้นในครั้งเดียว แต่ตอบสนองเฉพาะรากขนที่อยู่ในระยะเจริญเติบโตเท่านั้น ซึ่งในแต่ละรอบมีเพียงประมาณ 20-30% ของรากขนทั้งหมด การนัดทำซ้ำทุก 4-6 สัปดาห์จึงช่วยจับกลุ่มรากขนที่เพิ่งเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตใหม่ได้ต่อเนื่อง โดยทั่วไปเมื่อทำครบประมาณ 5 ครั้งขึ้นไปตามระยะห่างนี้ หลายคนจะเหลือเพียงขนอ่อนบาง ๆ ที่แทบไม่ต้องจัดการอีก

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสีขน โทนผิว และการดูแลตัวเองระหว่างคอร์ส ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ Beautystone Clinic ตั้งอยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล มีช่องทางปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่าน LINE หากคุณกำลังสงสัยว่ารักแร้ของตัวเองต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงจริง แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. กำจัดขนรักแร้ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยงจริง?

โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่องตามระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ครบประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป หลายคนจะเหลือเพียงขนอ่อนบาง ๆ และแทบไม่งอกขึ้นมาใหม่ให้กวนใจค่ะ แต่จำนวนครั้งที่แม่นยำขึ้นอยู่กับสีขนและโทนผิวของแต่ละคน ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากขนและผิวจริงอีกครั้ง

Q2. ทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้เจ็บไหม?

ความรู้สึกขณะทำมักเปรียบเหมือนโดนหนังยางดีดเบา ๆ บริเวณที่ทำค่ะ ความรู้สึกอาจต่างกันไปในแต่ละคนตามความไวของผิว หลังทำอาจมีรอยแดงหรือความรู้สึกอุ่น ๆ เล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงพักฟื้นตามที่แนะนำ

Q3. ก่อนทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ต้องโกนขนมาก่อนไหม?

ควรโกนขนให้เรียบร้อยในวันก่อนหน้าหรือวันเดียวกันค่ะ เพราะหากขนยาวเกินไป พลังงานเลเซอร์จะถูกดูดซับที่ผิวด้านนอกก่อนถึงรากขน และควรงดการแวกซ์ขนอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะการแวกซ์ดึงรากขนออกไปทั้งราก ทำให้ไม่มีเป้าหมายให้เลเซอร์ทำงาน

Q4. กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ได้ไหม?

หากกำลังตั้งครรภ์ โดยหลักการแล้วไม่แนะนำให้ทำในช่วงนี้ค่ะ เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองและเสี่ยงต่อรอยดำมากขึ้น ส่วนผู้ที่กำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนตัดสินใจทำอีกครั้ง

บทความแนะนำ

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ตุ่มเล็กและเส้นขนที่ติดใต้ผิวซึ่งพบระหว่างคอร์สเลเซอร์กำจัดขนกำจัดขน

ตุ่มขนคุดหลังเลเซอร์ แบบไหนรอได้ แบบไหนควรหาหมอ?

เม็ดตุ่มที่โผล่ระหว่างคอร์สไม่ได้เหมือนกันทุกจุด ตำแหน่งที่ขึ้นและตารางชีวิตในอาทิตย์นั้น ช่วยบอกได้ว่าควรรอ ประคองเอง หรือยกไปให้หมอดู

ทำไมหลายคนถึงกลัวกำจัดขนหน้าร้อนกำจัดขน

หน้าร้อนอยากเริ่มเลเซอร์กำจัดขน GentleMax วางแผนยังไงดี?

หน้าร้อนกำจัดขนด้วยเลเซอร์ได้ ถ้าดูสภาพผิวและวางแผนให้ดี บทความนี้ชวนดูว่าใครเริ่มได้เลย ใครควรรอ และจัดตารางยิง GentleMax Pro Plus ให้เข้ากับซัมเมอร์ยังไงค่ะ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors