Ulthera Prime ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ ดูจากผิวไม่ใช่จากปฏิทิน
ลิฟติ้ง

Ulthera Prime ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ ดูจากผิวไม่ใช่จากปฏิทิน

ช่วงที่ยกกระชับชัดที่สุดคือเดือนที่ 2-3 การตัดสินใจทำรอบถัดไปจึงควรดูจากการตอบสนองของผิวตัวเอง พร้อมวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 6 กันยายน 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

  · ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 หลังทำ
  · ควรดูการตอบสนองของผิวตัวเองก่อน แทนการกำหนดวันทำรอบถัดไปไว้ล่วงหน้า
  · การทากันแดดและเติมความชุ่มชื้นสม่ำเสมอช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
  · บวมไม่ยุบเกิน 2 สัปดาห์ หรือใบหน้าไม่เท่ากัน ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนคิดเรื่องรอบถัดไป

คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดหลังทำ Ulthera Prime คือ ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ดีคะ ขอตอบสั้น ๆ ก่อนว่า ไม่จำเป็นต้องรีบจองรอบถัดไปไว้ล่วงหน้าค่ะ เพราะช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ที่เดือนที่ 2-3 และผลลัพธ์มักคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง การดูจากการตอบสนองของผิวตัวเองจึงแม่นกว่าการนับปฏิทิน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

บทความนี้จะเรียงตามลำดับที่ใช้ตัดสินใจจริงค่ะ เริ่มจากผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องดูอะไรก่อนตัดสินใจทำรอบถัดไป ไทม์ไลน์ที่ใช้เทียบว่าเห็นผลแล้วหรือยัง การดูแลตัวเองที่ช่วยยืดผลลัพธ์ และสัญญาณแบบไหนที่ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนจะคิดเรื่องรอบถัดไป

ผลลัพธ์ของ Ulthera Prime อยู่ได้นานแค่ไหน

Ulthera Prime คือหัตถการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU) ที่รวมพลังงานไปยังจุดเล็ก ๆ ในชั้นผิวที่ลึก ไม่ใช่ผิวชั้นบน จุดเด่นคือความร้อนสามารถส่งลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการทำศัลยกรรมดึงหน้า เมื่อความร้อนไปถึงชั้นนี้ เนื้อเยื่อจะหดกระชับและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่

ภาพแสดงพลังงานคลื่นเสียงโฟกัสลงถึงชั้น SMAS ใต้ผิวหนังกำพร้าและหนังแท้

เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 และเมื่อผ่านช่วงนั้นไปแล้ว ผลก็มักคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งค่ะ

อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของวัยเช่นกัน คำว่าอยู่ได้นานแค่ไหนจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

วิธีที่ใช้ได้จริงคือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ตั้งแต่ก่อนทำ แล้วดูเส้นกรอบหน้าของตัวเองเป็นระยะ การเทียบภาพในมุมและแสงเดียวกันจะบอกได้ชัดกว่าความรู้สึกในแต่ละวันค่ะ

ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ ดูจากผิว ไม่ใช่จากปฏิทิน

แทนที่จะกำหนดช่วงเวลาทำครั้งถัดไปไว้ล่วงหน้า แนะนำให้ค่อย ๆ ดูการตอบสนองของผิวตัวเองก่อนค่ะ หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าผลยังอยู่ดีก็ยืดระยะออกไปได้ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเปลี่ยนกลับมา ค่อยกลับไปให้แพทย์ประเมิน

  • ยังไม่ถึงเดือนที่ 2-3 : ยังอยู่ในช่วงที่ผลกำลังก่อตัว รอดูก่อนดีกว่าค่ะ
  • เส้นกรอบหน้ายังคงอยู่ : ยืดระยะออกไปได้ ไม่ต้องรีบทำรอบถัดไป
  • เริ่มรู้สึกว่าหย่อนกลับมา : กลับไปให้แพทย์ประเมินว่าควรทำซ้ำหรือดูแลด้วยวิธีอื่นก่อน
  • มีอาการที่ยังไม่หายดี : ให้แพทย์ตรวจก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องรอบถัดไป

เหตุผลที่ไม่แนะนำให้จองรอบถัดไปเร็วเกินไป เพราะถ้ายังไม่ผ่านช่วงเดือนที่ 2-3 เราจะยังไม่มีข้อมูลพอที่จะบอกว่ารอบแรกได้ผลแค่ไหน การทำซ้ำโดยยังตัดสินผลไม่ได้ ทำให้ประเมินได้ยากขึ้นทั้งเรื่องผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายค่ะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ควรให้แพทย์ที่ได้ดูผิวจริงเป็นผู้ประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ

ไทม์ไลน์ที่ใช้เทียบว่าเห็นผลแล้วหรือยัง

ระหว่างที่รอ หลายคนมักสงสัยว่าตอนนี้อาการแบบไหนถึงเรียกว่าปกติ จึงสรุปการเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยในแต่ละช่วงไว้ให้ดูค่ะ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้อาการที่พบบ่อย
วันที่ทำรู้สึกตึงกระชับขึ้นเล็กน้อยรอยแดงหรือแสบร้อนเล็กน้อย
วันที่ 3-7ยังไม่ค่อยเปลี่ยน ใช้ชีวิตได้ตามปกติรอยกดเล็กน้อย
สัปดาห์ที่ 2-4เส้นกรอบหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้นส่วนใหญ่จางลงแล้ว
เดือนที่ 2-3ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดแทบไม่มีแล้ว
ราว 6 เดือนผลลัพธ์ค่อย ๆ คงอยู่ต่อเนื่องแทบไม่มีแล้ว
ภาพแสดงแนวโน้มการรับรู้ผลลัพธ์แต่ละช่วงตั้งแต่วันที่ทำถึง 6 เดือน

จะเห็นว่าการที่วันแรกยังเปลี่ยนแปลงน้อยไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แนะนำให้รอดูอย่างน้อย 1 เดือน และถ้าเป็นไปได้ควรรอถึงเดือนที่ 2-3 ก่อนสรุปว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล ความรู้สึกตึงในวันทำก็ไม่ใช่ตัววัดผลระยะยาวเช่นกัน

ดูแลอย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

การดูแลตัวเองมีผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่มากกว่าที่หลายคนคิดค่ะ สี่ข้อนี้ควรทำควบคู่กันไปเป็นชุดเดียว ไม่ใช่เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ : รังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน การทากันแดดทุกวันจึงช่วยรักษาผลการยกกระชับได้โดยตรง
  • เติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอ : เมื่อเกราะป้องกันผิวแข็งแรง ผิวก็จะเรียบเนียนได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอย่างรวดเร็ว : การเปลี่ยนแปลงมากในระยะสั้นอาจส่งผลต่อกรอบหน้า
  • งดบุหรี่และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : มีความเกี่ยวข้องกับความเร็วในการฟื้นตัวของคอลลาเจน
ภาพแสดงการดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่นาน เช่น ทากันแดดและบำรุงผิว

ถ้าทำสี่ข้อนี้ต่อเนื่อง เวลากลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินรอบถัดไป จะคุยกันได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ เพราะสิ่งที่เห็นในกระจกจะสะท้อนผลของหัตถการมากกว่าปัจจัยอื่นที่ควบคุมได้

สัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ และการปรึกษาที่ Beautystone

ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ อาจพบอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • รอยแดงหรืออาการแสบเล็กน้อย : มักเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึงราวหนึ่งวัน
  • รอยกดหรืออาการบวมเล็กน้อย : มักจางลงภายใน 2-3 วัน
  • รู้สึกชาหรือเสียว ๆ บริเวณใต้คางหรือแก้ม : มักคลายลงภายในไม่กี่วัน
  • รู้สึกตึงเล็กน้อยเวลาเคี้ยว : อาจเกิดขึ้นชั่วคราวได้

แต่ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการก่อนคิดเรื่องรอบถัดไปค่ะ ได้แก่ ใบหน้าหย่อนไม่เท่ากันข้างเดียวหรือรู้สึกว่าการแสดงสีหน้าผิดปกติ อาการบวมที่ไม่ยุบแม้ผ่านไป 2 สัปดาห์ อาการปวดหรือร้อนที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น รวมถึงตุ่มน้ำหรือสะเก็ดบนผิว

ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล คุณหมอ ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน จะดูการตอบสนองของผิวในรอบที่ผ่านมาก่อน แล้วจึงประเมินว่าควรทำซ้ำเมื่อไหร่ หรือควรดูแลด้วยวิธีอื่นก่อน เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดคือการที่แพทย์ได้ดูผิวจริงแล้วปรับระยะเวลาให้เหมาะกับแต่ละคน

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาทำซ้ำหรือยัง สามารถแอด LINE มาปรึกษาก่อนได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

ครบ 1 เดือนแล้วยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ควรทำซ้ำเลยไหม?

ยังไม่แนะนำให้รีบทำซ้ำค่ะ ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 การรอให้ถึงช่วงนั้นแล้วเทียบภาพก่อน-หลังในมุมและแสงเดียวกัน จะบอกได้ชัดกว่า ถ้าครบ 2-3 เดือนแล้วยังไม่พอใจ ค่อยกลับไปให้แพทย์ประเมินว่าควรทำซ้ำหรือปรับวิธีดูแล

ทำซ้ำถี่ ๆ จะได้ผลดีกว่าไหม?

การกำหนดรอบถี่ไว้ล่วงหน้าไม่ได้แปลว่าดีกว่าค่ะ เพราะถ้ายังไม่ผ่านช่วงที่ผลก่อตัวเต็มที่ เราจะยังประเมินไม่ได้ว่ารอบก่อนหน้าให้ผลแค่ไหน แนะนำให้ดูการตอบสนองของผิวตัวเองเป็นหลัก และให้แพทย์ที่ได้ดูผิวจริงเป็นผู้ประเมินระยะเวลาที่เหมาะสม

ทากันแดดช่วยให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้นจริงไหม?

ช่วยได้ค่ะ เพราะรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่หัตถการพยายามกระตุ้นให้สร้างใหม่ การทากันแดดทุกวันควบคู่กับการเติมความชุ่มชื้นจึงเป็นการดูแลที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่โดยตรง

รู้สึกชาบริเวณใต้คางหลังทำ ปกติไหม?

อาการชาหรือเสียว ๆ บริเวณใต้คางหรือแก้มมักคลายลงได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ถ้ารู้สึกว่าใบหน้าหย่อนไม่เท่ากันข้างเดียว หรือการแสดงสีหน้าผิดปกติ ไม่ควรรอดูเอง ให้กลับไปพบแพทย์ที่ทำหัตถการเพื่อตรวจประเมิน

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

บทความล่าสุด

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

Potenza RF Microneedling ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไปผิวหนัง

Potenza ทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

ก่อนนัดครั้งถัดไปของ Potenza มีสัญญาณสามอย่างที่ผิวจะบอกว่าพร้อมแล้วหรือยัง ได้แก่ รอยแดงที่หายสนิท เนื้อผิวที่เริ่มกระชับขึ้น และความชุ่มชื้นที่คืนมา บทความนี้จะพาคุณอ่านสัญญาณเหล่านั้นและวางแผนโปรแกรมร่วมกับแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

หลักการทำงานของ Pico Toning ในการทะลายเม็ดสีในผิวผิวหนัง

Pico Toning ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน? สำคัญกว่าชื่อเครื่อง

หลายคนเลือก Pico Toning โดยถามแค่ว่าใช้เครื่องยี่ห้อไหนและราคาเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วจำนวนครั้งและช่วงห่าง 4 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้งมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าที่คิดค่ะ

หลักการทำงานของ Fraxel Fractional Laser ที่สร้าง Micro Thermal Zones ในชั้นผิวผิวหนัง

Fraxel ทำเมื่อไหร่ถึงพอดี? อ่านสัญญาณผิวก่อนนัดครั้งถัดไป

Fraxel สร้างรูเล็ก ๆ ของความร้อนในผิวแล้วปล่อยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ผลที่เห็นจึงไม่ใช่ทันทีหลังทำ แต่ค่อย ๆ ปรากฏตามจังหวะที่คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้น การอ่านสัญญาณนี้ให้ถูกต้องคือกุญแจที่ทำให้ทุกครั้งคุ้มค่าค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors