Ulthera Prime ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ ดูจากผิวไม่ใช่จากปฏิทิน
ช่วงที่ยกกระชับชัดที่สุดคือเดือนที่ 2-3 การตัดสินใจทำรอบถัดไปจึงควรดูจากการตอบสนองของผิวตัวเอง พร้อมวิธีดูแลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

วางแผนมาโซล
กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 หลังทำ
· ควรดูการตอบสนองของผิวตัวเองก่อน แทนการกำหนดวันทำรอบถัดไปไว้ล่วงหน้า
· การทากันแดดและเติมความชุ่มชื้นสม่ำเสมอช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น
· บวมไม่ยุบเกิน 2 สัปดาห์ หรือใบหน้าไม่เท่ากัน ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนคิดเรื่องรอบถัดไป
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดหลังทำ Ulthera Prime คือ ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ดีคะ ขอตอบสั้น ๆ ก่อนว่า ไม่จำเป็นต้องรีบจองรอบถัดไปไว้ล่วงหน้าค่ะ เพราะช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ที่เดือนที่ 2-3 และผลลัพธ์มักคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง การดูจากการตอบสนองของผิวตัวเองจึงแม่นกว่าการนับปฏิทิน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
บทความนี้จะเรียงตามลำดับที่ใช้ตัดสินใจจริงค่ะ เริ่มจากผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องดูอะไรก่อนตัดสินใจทำรอบถัดไป ไทม์ไลน์ที่ใช้เทียบว่าเห็นผลแล้วหรือยัง การดูแลตัวเองที่ช่วยยืดผลลัพธ์ และสัญญาณแบบไหนที่ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนจะคิดเรื่องรอบถัดไป
ผลลัพธ์ของ Ulthera Prime อยู่ได้นานแค่ไหน
Ulthera Prime คือหัตถการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (HIFU) ที่รวมพลังงานไปยังจุดเล็ก ๆ ในชั้นผิวที่ลึก ไม่ใช่ผิวชั้นบน จุดเด่นคือความร้อนสามารถส่งลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการทำศัลยกรรมดึงหน้า เมื่อความร้อนไปถึงชั้นนี้ เนื้อเยื่อจะหดกระชับและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 และเมื่อผ่านช่วงนั้นไปแล้ว ผลก็มักคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งค่ะ
อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของวัยเช่นกัน คำว่าอยู่ได้นานแค่ไหนจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
วิธีที่ใช้ได้จริงคือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ตั้งแต่ก่อนทำ แล้วดูเส้นกรอบหน้าของตัวเองเป็นระยะ การเทียบภาพในมุมและแสงเดียวกันจะบอกได้ชัดกว่าความรู้สึกในแต่ละวันค่ะ
ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ ดูจากผิว ไม่ใช่จากปฏิทิน
แทนที่จะกำหนดช่วงเวลาทำครั้งถัดไปไว้ล่วงหน้า แนะนำให้ค่อย ๆ ดูการตอบสนองของผิวตัวเองก่อนค่ะ หลักการง่าย ๆ คือ ถ้าผลยังอยู่ดีก็ยืดระยะออกไปได้ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเปลี่ยนกลับมา ค่อยกลับไปให้แพทย์ประเมิน
- ยังไม่ถึงเดือนที่ 2-3 : ยังอยู่ในช่วงที่ผลกำลังก่อตัว รอดูก่อนดีกว่าค่ะ
- เส้นกรอบหน้ายังคงอยู่ : ยืดระยะออกไปได้ ไม่ต้องรีบทำรอบถัดไป
- เริ่มรู้สึกว่าหย่อนกลับมา : กลับไปให้แพทย์ประเมินว่าควรทำซ้ำหรือดูแลด้วยวิธีอื่นก่อน
- มีอาการที่ยังไม่หายดี : ให้แพทย์ตรวจก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องรอบถัดไป
เหตุผลที่ไม่แนะนำให้จองรอบถัดไปเร็วเกินไป เพราะถ้ายังไม่ผ่านช่วงเดือนที่ 2-3 เราจะยังไม่มีข้อมูลพอที่จะบอกว่ารอบแรกได้ผลแค่ไหน การทำซ้ำโดยยังตัดสินผลไม่ได้ ทำให้ประเมินได้ยากขึ้นทั้งเรื่องผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายค่ะ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ควรให้แพทย์ที่ได้ดูผิวจริงเป็นผู้ประเมินก่อนตัดสินใจนะคะ
ไทม์ไลน์ที่ใช้เทียบว่าเห็นผลแล้วหรือยัง
ระหว่างที่รอ หลายคนมักสงสัยว่าตอนนี้อาการแบบไหนถึงเรียกว่าปกติ จึงสรุปการเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยในแต่ละช่วงไว้ให้ดูค่ะ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
| ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้ | อาการที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| วันที่ทำ | รู้สึกตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย | รอยแดงหรือแสบร้อนเล็กน้อย |
| วันที่ 3-7 | ยังไม่ค่อยเปลี่ยน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ | รอยกดเล็กน้อย |
| สัปดาห์ที่ 2-4 | เส้นกรอบหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้น | ส่วนใหญ่จางลงแล้ว |
| เดือนที่ 2-3 | ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุด | แทบไม่มีแล้ว |
| ราว 6 เดือน | ผลลัพธ์ค่อย ๆ คงอยู่ต่อเนื่อง | แทบไม่มีแล้ว |
จะเห็นว่าการที่วันแรกยังเปลี่ยนแปลงน้อยไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แนะนำให้รอดูอย่างน้อย 1 เดือน และถ้าเป็นไปได้ควรรอถึงเดือนที่ 2-3 ก่อนสรุปว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล ความรู้สึกตึงในวันทำก็ไม่ใช่ตัววัดผลระยะยาวเช่นกัน
ดูแลอย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
การดูแลตัวเองมีผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่มากกว่าที่หลายคนคิดค่ะ สี่ข้อนี้ควรทำควบคู่กันไปเป็นชุดเดียว ไม่ใช่เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ : รังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน การทากันแดดทุกวันจึงช่วยรักษาผลการยกกระชับได้โดยตรง
- เติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอ : เมื่อเกราะป้องกันผิวแข็งแรง ผิวก็จะเรียบเนียนได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอย่างรวดเร็ว : การเปลี่ยนแปลงมากในระยะสั้นอาจส่งผลต่อกรอบหน้า
- งดบุหรี่และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : มีความเกี่ยวข้องกับความเร็วในการฟื้นตัวของคอลลาเจน
ถ้าทำสี่ข้อนี้ต่อเนื่อง เวลากลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินรอบถัดไป จะคุยกันได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ เพราะสิ่งที่เห็นในกระจกจะสะท้อนผลของหัตถการมากกว่าปัจจัยอื่นที่ควบคุมได้
สัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ และการปรึกษาที่ Beautystone
ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ อาจพบอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
- รอยแดงหรืออาการแสบเล็กน้อย : มักเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงถึงราวหนึ่งวัน
- รอยกดหรืออาการบวมเล็กน้อย : มักจางลงภายใน 2-3 วัน
- รู้สึกชาหรือเสียว ๆ บริเวณใต้คางหรือแก้ม : มักคลายลงภายในไม่กี่วัน
- รู้สึกตึงเล็กน้อยเวลาเคี้ยว : อาจเกิดขึ้นชั่วคราวได้
แต่ถ้าพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการก่อนคิดเรื่องรอบถัดไปค่ะ ได้แก่ ใบหน้าหย่อนไม่เท่ากันข้างเดียวหรือรู้สึกว่าการแสดงสีหน้าผิดปกติ อาการบวมที่ไม่ยุบแม้ผ่านไป 2 สัปดาห์ อาการปวดหรือร้อนที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น รวมถึงตุ่มน้ำหรือสะเก็ดบนผิว
ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล คุณหมอ ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน จะดูการตอบสนองของผิวในรอบที่ผ่านมาก่อน แล้วจึงประเมินว่าควรทำซ้ำเมื่อไหร่ หรือควรดูแลด้วยวิธีอื่นก่อน เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดคือการที่แพทย์ได้ดูผิวจริงแล้วปรับระยะเวลาให้เหมาะกับแต่ละคน
ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาทำซ้ำหรือยัง สามารถแอด LINE มาปรึกษาก่อนได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
ครบ 1 เดือนแล้วยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ควรทำซ้ำเลยไหม?
ยังไม่แนะนำให้รีบทำซ้ำค่ะ ช่วงที่ยกกระชับชัดเจนที่สุดมักอยู่ในเดือนที่ 2-3 การรอให้ถึงช่วงนั้นแล้วเทียบภาพก่อน-หลังในมุมและแสงเดียวกัน จะบอกได้ชัดกว่า ถ้าครบ 2-3 เดือนแล้วยังไม่พอใจ ค่อยกลับไปให้แพทย์ประเมินว่าควรทำซ้ำหรือปรับวิธีดูแล
ทำซ้ำถี่ ๆ จะได้ผลดีกว่าไหม?
การกำหนดรอบถี่ไว้ล่วงหน้าไม่ได้แปลว่าดีกว่าค่ะ เพราะถ้ายังไม่ผ่านช่วงที่ผลก่อตัวเต็มที่ เราจะยังประเมินไม่ได้ว่ารอบก่อนหน้าให้ผลแค่ไหน แนะนำให้ดูการตอบสนองของผิวตัวเองเป็นหลัก และให้แพทย์ที่ได้ดูผิวจริงเป็นผู้ประเมินระยะเวลาที่เหมาะสม
ทากันแดดช่วยให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้นจริงไหม?
ช่วยได้ค่ะ เพราะรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่หัตถการพยายามกระตุ้นให้สร้างใหม่ การทากันแดดทุกวันควบคู่กับการเติมความชุ่มชื้นจึงเป็นการดูแลที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่โดยตรง
รู้สึกชาบริเวณใต้คางหลังทำ ปกติไหม?
อาการชาหรือเสียว ๆ บริเวณใต้คางหรือแก้มมักคลายลงได้เองภายในไม่กี่วันค่ะ แต่ถ้ารู้สึกว่าใบหน้าหย่อนไม่เท่ากันข้างเดียว หรือการแสดงสีหน้าผิดปกติ ไม่ควรรอดูเอง ให้กลับไปพบแพทย์ที่ทำหัตถการเพื่อตรวจประเมิน


