โทนเนอร์แพดแปะจนแผ่นแห้งคาหน้า คือจุดที่ผิวเริ่มรับภาระ
แปะนานไม่ได้แปลว่าดีกว่าค่ะ บทความนี้บอกเกณฑ์ถอดแผ่นที่จำง่าย วิธีแยกว่าอาการตอนนี้คือสัญญาณให้พักผิวหรือสัญญาณที่ต้องให้แพทย์ดู และวิธีอ่านฉลากก่อนตั้งความถี่
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· แปะนานเกินไปไม่ได้เพิ่มผล แต่เพิ่มโอกาสระคายเคือง โดยเฉพาะแพดกลุ่มผลัดเซลล์ผิว
· อ่านฉลากก่อน ถ้าเห็นกรดผลัดเซลล์อยู่ลำดับต้น ๆ ให้ตั้งความถี่แบบสัปดาห์ ไม่ใช่ทุกวัน
· อย่าให้การผลัดเซลล์ที่บ้านไปซ้อนกับหัตถการที่คลินิกในช่วงเดียวกัน
· แสบ ตึง แดงง่าย คือสัญญาณให้พักผิว ไม่ใช่สัญญาณให้เปลี่ยนยี่ห้อ
โทนเนอร์แพดเป็นของที่ใช้ง่ายจนหลายคนใช้ทุกวันโดยไม่เคยตั้งคำถาม จนกระทั่งผิวเริ่มแสบตอนล้างหน้า หรือแดงง่ายกว่าที่เคย สองสัญญาณนี้มาจากตัวแปรเดียวกัน คือปริมาณการผลัดเซลล์ที่ผิวได้รับในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ
บทความนี้ Beautystone Clinic จะข้ามคำถามว่าใช้ทุกวันได้หรือไม่ แล้วตอบสามเรื่องที่ใช้ตัดสินใจได้จริงแทน คือถอดแผ่นตอนไหน อาการแบบไหนคือให้พักผิวและแบบไหนต้องให้แพทย์ดู และแพดของคุณอยู่กลุ่มไหนบนฉลากค่ะ
แปะไว้กี่นาทีถึงพอดี ไม่ใช่ยิ่งนานยิ่งดี
ตอบก่อนเลยว่าเวลาที่นานขึ้นไม่ได้แปลว่าผิวได้ประโยชน์มากขึ้นค่ะ แพดทำงานตอนที่เนื้อผลิตภัณฑ์ยังชุ่มและสัมผัสผิวอยู่ พอแผ่นเริ่มแห้ง เนื้อผลิตภัณฑ์ก็แทบไม่เหลือให้ซึมแล้ว เหลือแต่แผ่นที่แห้งติดหน้าและดึงรั้งผิวตอนถอดออก ประโยชน์จึงไม่ได้เพิ่มตามเวลาที่แปะนานขึ้น
เกณฑ์ที่จำง่ายคือ อย่าปล่อยจนแผ่นแห้งติดหน้า ถ้าเป็นการเช็ด ให้เช็ดเบา ๆ รอบเดียวแล้วหยุด ถ้าเป็นการแปะทิ้งไว้ ให้ถอดออกตอนที่แผ่นยังชุ่มอยู่ แล้วลงมอยส์เจอไรเซอร์ต่อทันทีขณะผิวยังหมาด
อีกจุดที่ควรเลิกทำคือการถูไปมาหลายรอบเพื่อให้รู้สึกว่าสะอาด แรงเสียดสีจากการถูคือภาระที่ผิวรับเพิ่มโดยไม่ได้อะไรกลับมา วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือแปะแล้วกดเบา ๆ ให้ซึม
ส่วนคำถามว่าเช้าหรือกลางคืนดีกว่ากัน ให้ดูที่ชนิดของแพดมากกว่าเวลาของวัน แพดกลุ่มผลัดเซลล์ผิวมักเหมาะกับตอนกลางคืนเพราะไม่ต้องเจอแดดต่อทันที ส่วนกลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ทั้งนี้ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
สัญญาณว่าเกราะผิวเริ่มล้า และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ดร.คิม แดเนียล ฮาวอน (แพทย์อาวุโส) มักบอกคนไข้ว่า ให้แยกก่อนว่าอาการที่เจอเป็นสัญญาณให้พักผิว หรือเป็นสัญญาณที่ต้องให้หมอดู เพราะสองอย่างนี้จัดการคนละแบบ และการเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ๆ มักไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
- สัญญาณให้พักผิว รู้สึกตึงและแสบหลังล้างหน้า ซึ่งมักเป็นสัญญาณแรกว่าเกราะผิวบางลง
- สัญญาณให้พักผิว ผิวแดงง่ายกว่าปกติ หรือขี้ไคลลอกเป็นขุยมากขึ้นจากการผลัดเซลล์ที่มากไป
- สัญญาณให้พักผิว สิวหรือการอักเสบเพิ่มขึ้น และผิวสงบช้าลงกว่าเดิม
- ควรรีบปรึกษาแพทย์ อาการแสบหรือแดงไม่ทุเลาและเป็นอยู่นาน หรือมีน้ำเหลืองซึมร่วมด้วย
เมื่อเจอกลุ่มแรก วิธีฟื้นตัวที่เร็วที่สุดคือหยุดเช็ดผิวสักสองสามวันถึงหนึ่งสัปดาห์ แล้วดูแลแบบเรียบง่ายโดยเน้นความชุ่มชื้นและการปลอบประโลม ส่วนใหญ่อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
ส่วนกลุ่มหลังไม่ควรฝืนดูแลเองค่ะ อาการที่ลากยาวหรือมีน้ำเหลืองซึมเป็นคนละเรื่องกับการระคายเคืองชั่วคราว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอีกสัปดาห์
อ่านฉลากก่อนตั้งตาราง แพดของคุณอยู่กลุ่มไหน
ก่อนจะตอบว่าใช้ได้บ่อยแค่ไหน ต้องรู้ก่อนว่าแพดในมือทำหน้าที่อะไร วิธีเช็กที่เร็วที่สุดคือดูส่วนผสมที่อยู่ลำดับต้น ๆ บนฉลาก ถ้าเห็นชื่ออย่าง Glycolic Acid, Lactic Acid หรือ Salicylic Acid อยู่ด้านหน้า แสดงว่าค่อนไปทางกลุ่มผลัดเซลล์ผิว
| กลุ่มของแพด | ส่วนผสมที่มักเจอ | กรอบความถี่ที่เริ่มได้ |
|---|---|---|
| ผลัดเซลล์ผิว | AHA หรือ BHA | เริ่มจากสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง |
| เพิ่มความชุ่มชื้น | กรดไฮยาลูโรนิก | ใช้ทุกวันได้ถ้าลงมืออย่างอ่อนโยน |
| ปลอบประโลม | แพนทีนอล หรือซิก้า | ใช้ทุกวันได้ถ้าลงมืออย่างอ่อนโยน |
เหตุผลที่กลุ่มผลัดเซลล์ต้องเว้นระยะ อยู่ที่ชั้นนอกสุดของผิวซึ่งมีเกราะบาง ๆ ที่เกิดจากขี้ไคล (Corneocyte) และไขมันธรรมชาติคอยกักน้ำและกันสิ่งกระตุ้น ผิวผลัดเซลล์ตามรอบของมันอยู่แล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์จึงเป็นการเร่งรอบนั้น พอดีก็เรียบเนียน มากไปก็รบกวนเกราะ
เปรียบเหมือนการถูพื้นไม้ด้วยแปรงแข็งทุกวัน ช่วงแรกดูสะอาดขึ้นจริง แต่ผิวหน้าไม้ก็สึกเร็วขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ คำว่าใช้ทุกวันได้หรือไม่ จึงตอบเป็นคำตอบเดียวสำหรับทุกคนไม่ได้
ช่วงที่มีหัตถการที่คลินิก ตารางแพดควรขยับอย่างไร
นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดและแทบไม่มีใครพูดถึง หลักการง่ายมากคือ อย่าให้การผลัดเซลล์สองทางมาซ้อนกัน ในวันที่ใช้แพดกลุ่มผลัดเซลล์อยู่แล้ว ไม่ควรใช้สครับหรือทำพีลิงเพิ่มในวันเดียวกัน เพราะจะทับซ้อนกันจนผิวระคายเคืองง่าย หลักเดียวกันนี้ใช้กับหัตถการที่คลินิกด้วย
ในทางปฏิบัติ ก่อนวันนัดควรแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่ากำลังใช้แพดกลุ่มไหนอยู่และใช้บ่อยแค่ไหน เพราะระยะเวลาที่ควรพักก่อนและหลังนั้นต่างกันไปตามชนิดของหัตถการและสภาพผิว ณ วันนั้น การให้แพทย์เป็นคนกำหนดตัวเลข จะแม่นกว่าการยึดตัวเลขจากอินเทอร์เน็ตมาใช้กับผิวตัวเอง
หลังหัตถการ ให้กลับมาแบบไล่ระดับ ไม่ใช่กลับไปที่ความถี่เดิมทันทีในวันที่ผิวยังไวอยู่ ลำดับที่ปลอดภัยคือเริ่มจากกลุ่มปลอบประโลมและความชุ่มชื้นก่อน แล้วค่อยเติมกลุ่มผลัดเซลล์กลับเข้ามาเมื่อผิวสงบดีแล้ว
ถ้าจำเป็นต้องเลือกอย่างเดียวในสัปดาห์นั้น ให้เลือกทางที่แรงกว่าเพียงทางเดียว คือถ้าสัปดาห์นี้มีหัตถการที่คลินิก ก็ให้แพดที่บ้านทำหน้าที่ดูแลความชุ่มชื้นแทน ไม่ต้องผลัดเซลล์ซ้อนเข้าไปอีก
กลับมาเริ่มใหม่อย่างไรไม่ให้วนกลับไปที่เดิม
หลังพักผิวจนสงบแล้ว จุดที่คนพลาดซ้ำคือกลับไปที่ความถี่เดิมทันที ให้ตั้งต้นใหม่ที่ความถี่ต่ำกว่าเดิมหนึ่งขั้น แล้วเว้นสองสามวันเพื่อดูว่าผิวแสบหรือแดงหรือไม่ ก่อนจะเพิ่มขึ้นทีละขั้น
หลักการปรับก็เหมือนการปรับรอบนัดในห้องตรวจ คือถ้าผิวดีขึ้นก็ยืดระยะห่างหรือเพิ่มความถี่ได้อย่างช้า ๆ แต่ถ้ากลับมาแสบอีก ให้ลดลงมาหนึ่งขั้นแล้วอยู่ตรงนั้นให้นานพอ ไม่ใช่สลับขึ้นลงทุกสัปดาห์จนอ่านผลไม่ออก
สำหรับผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย การเริ่มที่สัปดาห์ละ 1 ครั้งแล้วค่อยขยับขึ้นมักปลอดภัยกว่า ส่วนผิวมันที่รู้สึกว่าทนได้ ก็ไม่ได้แปลว่าการเช็ดแรงทุกวันจะดีกว่า การอยู่ในช่วงสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้งมักรักษาสภาพผิวให้ดีได้นานกว่า
เรามองว่าการดูแลผิวที่บ้านมีผลต่อสภาพผิวไม่แพ้ตัวหัตถการค่ะ เวลามาปรึกษาจึงมักขอดูด้วยว่าคุณใช้อะไรอยู่และใช้บ่อยแค่ไหน แล้วค่อยจัดตารางที่บ้านกับตารางหัตถการให้ไม่ชนกัน
สรุปคือ อย่าปล่อยให้แผ่นแห้งคาหน้า ตั้งความถี่ตามกลุ่มของแพด และอย่าให้การผลัดเซลล์ที่บ้านไปซ้อนกับหัตถการที่คลินิก ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
ถ้าไม่แน่ใจว่าตารางที่บ้านของตัวเองหนักไปหรือเปล่า บอกชื่อกลุ่มแพดที่ใช้และจำนวนครั้งต่อสัปดาห์มาทาง LINE ให้ทีมแพทย์ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ช่วยดูเป็นแนวทางได้ค่ะ สอบถามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
แพดที่แปะทิ้งไว้กับแพดที่ใช้เช็ด ต่างกันในทางปฏิบัติไหม
ต่างที่แรงเสียดสีเป็นหลักค่ะ แบบเช็ดจะมีการถูผิวเข้ามาด้วย จึงควรเช็ดเบา ๆ รอบเดียวแล้วหยุด ส่วนแบบแปะทิ้งไว้ไม่มีการถู แต่มีความเสี่ยงอีกแบบคือปล่อยจนแผ่นแห้ง ถ้าเลือกได้ ช่วงที่ผิวบอบบางแนะนำเป็นแบบแปะแล้วกดให้ซึม แล้วถอดออกตอนแผ่นยังชุ่มอยู่
ใช้แพดแล้วยังต้องลงโทนเนอร์แบบน้ำอีกไหม
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นค่ะ เพราะแพดทำหน้าที่เดียวกันอยู่แล้ว การลงซ้ำทั้งสองอย่างมักไม่ได้เพิ่มผล แต่เพิ่มจำนวนขั้นตอนที่ผิวต้องเจอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการลงมอยส์เจอไรเซอร์ต่อทันทีขณะผิวยังหมาด เพื่อล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้
ผิวเป็นสิวอยู่ ใช้แพดกลุ่มผลัดเซลล์ผิวช่วยได้ไหม
ช่วยได้ในบางกรณีค่ะ แต่ต้องระวังการซ้อนกับสิ่งที่ใช้อยู่ ถ้ากำลังใช้ยาทาสำหรับสิวหรือได้รับการรักษาที่คลินิกอยู่ การเพิ่มการผลัดเซลล์เข้าไปอีกอาจทำให้ผิวระคายเคืองจนต้องหยุดทั้งหมด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าควรเว้นวันอย่างไร
ช่วงที่แดดแรงมาก ควรลดความถี่ลงไหม
ควรพิจารณาค่ะ โดยเฉพาะแพดกลุ่มผลัดเซลล์ผิว เพราะผิวที่เพิ่งผลัดเซลล์จะไวต่อแสงมากกว่าปกติ ถ้าช่วงนั้นต้องอยู่กลางแจ้งบ่อย การลดความถี่ลงหนึ่งขั้นและเน้นกันแดดให้สม่ำเสมอ มักได้ผลรวมดีกว่าการคงความถี่เดิมไว้


