คุณหมอครับ ทำเทอร์มาจบ่อยๆ แล้วผิวจะบางลงไหม? — คำถามที่ได้รับเมื่อวานนี้
ลิฟติ้ง

คุณหมอครับ ทำเทอร์มาจบ่อยๆ แล้วผิวจะบางลงไหม? — คำถามที่ได้รับเมื่อวานนี้

ความเข้าใจผิดที่ว่าทำเทอร์มาจซ้ำๆ แล้วผิวจะบางลง เป็นหนึ่งในคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจ ผมจะอธิบายให้เข้าใจผ่านความแตกต่างระหว่าง FLX/CPT และกลไกของ RF กับ HIFU ครับ

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 สิงหาคม 2026
5นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ
ความเข้าใจผิดเรื่องเทอร์มาจทำให้ผิวบาง

"คุณหมอครับ ทำเทอร์มาจบ่อยๆ

แล้วผิวจะบางลงไหม?"

— คำถามที่ได้รับเมื่อวานนี้

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับ

การทำเทอร์มาจซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ผิวบางลง

แต่กลับทำให้ชั้นหนังแท้แน่นและหนาแน่นขึ้นด้วยซ้ำครับ

ในบทความนี้ผมจะอธิบายเหตุผลให้ฟังครับ

เทอร์มาจเป็น RF แล้วต่างจากคลื่นอัลตราซาวด์อย่างไร?

เทอร์มาจเป็นอุปกรณ์คลื่นวิทยุ (RF) แบบโมโนโพลาร์

ที่ให้ความร้อนครอบคลุมชั้นหนังแท้ทั้งหมดในรูปแบบพื้นที่กว้าง

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

ต่างจาก อัลเทอร่า ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU)

เทอร์มาจส่งพลังงานแบบกระจายเป็นพื้นที่ ไม่ใช่เป็นจุดๆ ครับ

HIFU จะสร้างจุดความร้อนสะสมที่อุณหภูมิราว 65 องศา

เพื่อดึงกระชับเป็นจุดๆ

ส่วน RF จะให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วชั้นหนังแท้

ที่อุณหภูมิ 40–45 องศาครับ

ดังนั้นเทอร์มาจจึงเชี่ยวชาญด้าน 'สภาพผิวและความยืดหยุ่น'

ส่วน HIFU เชี่ยวชาญด้าน 'กรอบหน้าที่หย่อนคล้อย' ครับ

จุดเริ่มต้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่า

คุณกังวลเรื่องใดมากกว่ากันครับ

ทำไมยิ่งทำซ้ำๆ

ชั้นหนังแท้จึงยิ่งแน่นหนาแน่นขึ้น?

ข้อมูลเชิงลึกจากหมอวียองจิน

ทำเทอร์มาจบ่อยๆ แล้วผิวจะบางลงไหม?

ในความเป็นจริงผิวจะแน่นขึ้นต่างหากครับ

เรื่องนี้ผมได้ยินในห้องตรวจสัปดาห์ละสองถึงสามครั้งเลยครับ

เดือนที่แล้วมีคนไข้ผู้หญิงอายุ 44 ปีมาปรึกษา

ว่าจะข้ามการทำครั้งนี้ดีไหม

จากผลการตรวจวัดผิวของเธอ

พบว่าชั้นหนังแท้แน่นหนาแน่นเพียงพอแล้ว

ผมจึงแนะนำให้พักครั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดครับ

เทอร์มาจ FLX จะทำให้ผิวชั้นนอกเย็น

ขณะที่ให้ความร้อนสะสมเฉพาะในชั้นหนังแท้ที่ความลึก (ประมาณ 2.5–4.3 มม.)

โครงสร้างนี้ให้ความร้อนเฉพาะชั้นหนังแท้อย่างแม่นยำ

โดยไม่ทำลายชั้นผิวด้านนอก

จึงเกิดการหดตัวทันทีพร้อมกับคอลลาเจนที่ค่อยๆ สะสมใน 3–6 เดือนครับ

เมื่อกลับมาทำซ้ำหลังจาก 1 ปี

คอลลาเจนชั้นใหม่จะสะสมทับบนคอลลาเจนที่สร้างไว้แล้ว

เหมือนเพิ่มชั้นคอลลาเจนอีกชั้นหนึ่งครับ

ความเข้าใจผิดที่ว่าผิวบางลงนั้น

มักเกิดจากการตีความว่า 'ไขมันใต้ผิวหนังลดลงทำให้ดูแฟบลง'

เป็น 'ผิวบางลง' ครับ

ความหนาของชั้นหนังแท้เองไม่ได้ลดลง

ในทางตรงข้าม จากการศึกษาทางคลินิกพบว่า

ความหนาของชั้นหนังแท้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำครับ

สรุปสำคัญจากหมอวียองจิน

เทอร์มาจเป็นหัตถการที่ให้ความร้อนแก่ชั้นหนังแท้

เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ

ยิ่งทำซ้ำ ชั้นหนังแท้ไม่ได้บางลง

แต่จะยิ่งแน่นหนาแน่นมากขึ้นครับ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของไขมันบริเวณแก้ม (ไขมันใต้ผิวหนัง)

กับการเปลี่ยนแปลงของความหนาผิวเป็นคนละเรื่องกัน

หากแยกสองสิ่งนี้ไม่ออก ก็จะเข้าใจผิดไปตลอดครับ

แล้วเทอร์มาจเหมาะกับผมไหม?

สภาพผิว

ตัวเลือกที่แนะนำ

หมายเหตุ

สภาพผิว รูขุมขน และความยืดหยุ่น

เทอร์มาจ FLX

รีโมเดลลิ่งชั้นหนังแท้โดยรวม

เหนียงและชั้น SMAS หย่อนคล้อย

HIFU (อัลเทอร่า ฯลฯ)

ดึงกระชับด้วยจุดความร้อนสะสม

แก้มแฟบ สูญเสียวอลุ่ม

ไม่แนะนำ RF·HIFU

แนะนำหัตถการเติมวอลุ่มก่อน

มีปัญหาทั้งสภาพผิวและหย่อนคล้อย

ทำ HIFU ก่อน

จากนั้น 6 เดือนค่อยเพิ่ม RF

สำหรับผู้ที่แก้มแฟบไปมากแล้ว หากแนะนำเทอร์มาจ

อาจทำให้ดูแฟบลงไปอีกได้ครับ

กรณีเช่นนี้ควรทำหัตถการเสริมคอลลาเจนหรือเติมวอลุ่มก่อน

แล้วจึงเพิ่ม RF ตามลำดับครับ

3 คำถามยอดนิยม

ที่ได้ยินบ่อยในห้องตรวจ

Q1. หลังทำเทอร์มาจแล้วหน้าดูผอมลง

แปลว่าผิวบางลงไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะผิวบางลง

แต่เกิดจากไขมันใต้ผิวหนังบางส่วนได้รับผลกระทบครับ

โดยเฉพาะบริเวณที่ไขมันบางอยู่แล้วอย่างแก้ม

หากจำนวนช็อตมากเกินไปก็อาจดูแบบนั้นได้ครับ

ความหนาของชั้นหนังแท้จริงๆ แล้วเพิ่มขึ้น

และสามารถตรวจยืนยันได้ด้วยอัลตราซาวด์ครับ

Q2. แล้วทำปีละครั้งตลอดชีวิตได้ไหม?

ไม่จำเป็นต้องทำทุกปีตลอดชีวิตนะครับ

โดยทั่วไปสำหรับช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 50

แนะนำให้ทำทุก 1 ปีครับ

หลังจากนั้นสามารถขยายช่วงเวลาเป็น 18 เดือน ถึง 2 ปีได้

เพราะเพียงพอแล้วครับ

การให้ความร้อนซ้ำกับชั้นหนังแท้ที่แน่นหนาแน่นอยู่แล้ว

จะให้ผลลัพธ์ที่ลดลงครับ

Q3. หลังทำเทอร์มาจแล้วหน้าบวมอยู่สองสามวัน

ถือว่าปกติไหม?

อาการบวมเล็กน้อยและผื่นแดง

ในวันที่ทำถึง 3 วันถือว่าปกติครับ

เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ

ที่เกิดจากความร้อนสะสมในชั้นหนังแท้ครับ

อย่างไรก็ตาม หากความเจ็บปวดยังคงอยู่นานกว่าหนึ่งสัปดาห์

หรือมีรอยบุ๋ม ควรติดต่อสถานที่ที่ทำหัตถการทันทีครับ

หากวันนี้จะจำอะไรไปสักอย่าง

— เทอร์มาจไม่ได้ทำให้ผิวบางลง

แต่เป็นหัตถการที่เติมชั้นหนังแท้ให้แน่นหนาแน่นยิ่งขึ้นครับ

บทความหน้า

ผมจะอธิบาย 'เกณฑ์การกำหนดจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับเทอร์มาจ'

ให้ฟังครับ

นี่คือหมอวียองจินครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ทำเทอร์มาจบ่อยๆ แล้วผิวจะบางลงหรือไม่?

ไม่ค่ะ การทำเทอร์มาจซ้ำๆ ไม่ได้ทำให้ผิวบางลง แต่กลับทำให้ชั้นหนังแท้แน่นและหนาแน่นขึ้น เพราะคอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นในแต่ละครั้งจะสะสมทับกันค่ะ

Q2. เทอร์มาจต่างจากเทคโนโลยี HIFU อย่างไร?

เทอร์มาจเป็นคลื่นวิทยุ (RF) แบบโมโนโพลาร์ที่ให้ความร้อนกระจายเป็นพื้นที่กว้างทั่วชั้นหนังแท้ ขณะที่ HIFU สร้างจุดความร้อนสะสมเฉพาะจุดที่อุณหภูมิสูงกว่า จึงเชี่ยวชาญด้านสภาพผิวและความยืดหยุ่น ต่างจาก HIFU ที่เน้นกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยค่ะ

Q3. ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่าหน้าดูแฟบลงหลังทำเทอร์มาจ?

ความเข้าใจผิดนี้มักเกิดจากการตีความว่าไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้มลดลงทำให้ดูแฟบ ไปเป็นผิวบางลง ทั้งที่ความหนาของชั้นหนังแท้ไม่ได้ลดลง ในทางตรงข้ามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำค่ะ

Q4. ทุกคนควรทำเทอร์มาจซ้ำตามรอบหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากผลตรวจวัดผิวพบว่าชั้นหนังแท้แน่นเพียงพอแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้พักการทำในรอบนั้นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจทำซ้ำค่ะ

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

บทความล่าสุด

ภาพแสดงชั้น Skin Barrier ของผิวหนังบริเวณจมูก และกระบวนการซ่อมแซมหลังหัตถการผิวหนัง

หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย รอนานแค่ไหน?

หลังรักษารูขุมขนจมูก หลายคนสงสัยว่าจะล้างหน้า แต่งหน้า หรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ บทความนี้พาดูกระบวนการฟื้นตัวของ Skin Barrier และวิธีอ่านสัญญาณจากผิวตัวเองค่ะ

Juvelook Volume คืออะไร และทำงานต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปยังไง?ผิวหนัง

Juvelook Volume กี่ไวอัลถึงพอ? วิธีอ่านแผนรักษาก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจทำ Juvelook Volume หลายคนได้รับใบเสนอราคาแล้วไม่รู้ว่าตัวเลขไวอัลและพื้นที่นั้นสมเหตุสมผลหรือเปล่า บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านแผนการรักษาออก ตั้งคำถามที่ตรงจุด และประเมินได้ด้วยตัวเองก่อนพูดว่าตกลงค่ะ

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอดพร้อมเมื่อไหร่ คู่มือวางแผนทีละขั้นผิวหนัง

ทำเลเซอร์กำจัดขนหลังคลอด พร้อมเมื่อไหร่? คู่มือวางแผนทีละขั้น

หลายคนที่เพิ่งหยุดให้นมสงสัยว่าตัวเองพร้อมทำเลเซอร์กำจัดขนได้แล้วหรือยัง บทความนี้รวมแนวทางดูสัญญาณความพร้อมของร่างกาย วิธีเลือกช่วงเวลา และขั้นตอนเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

ลบอายไลเนอร์สักต้องกี่ครั้ง คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์ผิวหนัง

ลบอายไลเนอร์สัก ต้องกี่ครั้ง? คู่มือวางแผนก่อนพบแพทย์

หลายคนที่ต้องการลบอายไลเนอร์สักมักตั้งคำถามว่าต้องทำกี่ครั้งและงบประมาณรวมควรเตรียมเท่าไหร่ บทความนี้รวบรวมปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งและค่าใช้จ่าย พร้อมแนะนำวิธีเตรียมตัวก่อนพบแพทย์ค่ะ

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors