ภาพแสดงภาพรวมอาการชาหลังทำ Thermage และแนวทางการฟื้นตัว
ผิวหนัง

อาการชาหลังทำ Thermage ปกติไหม? ไทม์ไลน์ฟื้นตัวและวิธีดูแลที่ควรรู้

อาการชาหรือรู้สึกซ่า ๆ หลังทำ Thermage ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวจากความร้อนที่ส่งลงสู่ผิวชั้นลึก และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ? หลังทำ Thermage (เทอร์มาจ) แล้วกลับถึงบ้าน พอลองสัมผัสใบหน้าดูกลับรู้สึกชา ๆ บางจุดรู้สึกซ่าเหมือนมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มเบา ๆ หรือบางบริเวณก็รู้สึกตื้อไม่เหมือนเดิม ยิ่งเป็นครั้งแรกที่ทำ หลายคนยิ่งอดกังวลไม่ได้ว่านี่คือผลข้างเคียงหรือเปล่า

อันที่จริง อาการชาหรือรู้สึกซ่า ๆ ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกแบบชั่วคราว ซึ่งเกิดจากพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปยังผิวชั้นลึก และมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอาการที่ปล่อยไว้ได้ เพราะบางสัญญาณควรรีบแจ้งแพทย์ให้เร็วที่สุด การรู้ว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหนจะช่วยให้สบายใจขึ้นมาก

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าอาการชาหลังทำ Thermage เกิดจากอะไร อาการแบบไหนคือเรื่องปกติ แบบไหนคือสัญญาณที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเองระหว่างรอให้ความรู้สึกกลับมาเป็นปกติค่ะ

ทำไมหลังทำ Thermage ถึงรู้สึกชาหรือซ่า ๆ ที่ใบหน้า?

Thermage เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งความร้อนลงไปยังผิวหนังชั้นลึก เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและทยอยสร้างใหม่ ผลที่ตามมาคือผิวที่ดูกระชับขึ้นตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ระหว่างกระบวนการนี้ ชั้นผิวหนังแท้และเส้นประสาทรับความรู้สึกเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงจะได้รับความร้อนไปพร้อมกัน ความรู้สึกบริเวณผิวจึงเปลี่ยนไปชั่วคราวหลังทำ

อาการที่พบได้มีหลายรูปแบบ เช่น รู้สึกชาเบา ๆ ทั่วใบหน้า รู้สึกซ่าหรือแปลบเล็กน้อยเมื่อสัมผัส หรือบางจุดรู้สึกตื้อกว่าปกติ ลักษณะและความแรงของอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จุดสำคัญที่อยากให้เข้าใจคือ อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าผิวถูกทำลาย แต่ใกล้เคียงกับการที่เส้นประสาทตอบสนองต่อความร้อนไวขึ้นชั่วคราวมากกว่า จึงมักค่อย ๆ จางลงภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์

ภาพแสดงกลไกความร้อน RF ที่ส่งลงสู่ผิวชั้นลึกจนเกิดอาการชาชั่วคราว

อาการแบบไหนคือปกติ แบบไหนคือผลข้างเคียงที่ควรระวัง?

แม้จะเรียกว่าอาการชาเหมือนกัน แต่ "อาการที่ค่อย ๆ จางลง" กับ "อาการที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ" มีความหมายต่างกันมาก โดยทั่วไปอาการที่รู้สึกเบา ๆ กระจายทั่วใบหน้า และดีขึ้นตามเวลา มักเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวตามปกติ ส่วนอาการที่ชัดขึ้นเฉพาะจุด หรือมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงอื่นของผิว ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม ลองเทียบแนวโน้มจากตารางนี้

อาการแนวโน้มที่มักเป็นเรื่องปกติแนวโน้มที่ควรแจ้งแพทย์
ชา / รู้สึกซ่ารู้สึกเบา ๆ สองสามวันแล้วค่อย ๆ จางลงยิ่งนานยิ่งชัดเจนและแรงขึ้น
รู้สึกตื้อเป็นบางจุด และดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์เกิน 2 สัปดาห์และยังชัดเจนอยู่
ร้อนวูบวาบช่วง 1-2 วันแรกแบบอ่อน ๆร้อนเฉพาะจุดต่อเนื่องไม่ทุเลา
บวมบวมเล็กน้อยทั่วใบหน้าบวมข้างเดียวและสีผิวเปลี่ยน
ปวดเจ็บเล็กน้อยเมื่อกดหรือสัมผัสปวดตุบ ๆ แม้ไม่ได้สัมผัส

จุดร่วมของการฟื้นตัวตามปกติคือ อาการกระจายทั่ว ๆ ไม่เจาะจงจุดใดจุดหนึ่ง และมีแนวโน้มเบาลงทุกวัน ในทางกลับกัน หากอาการชัดเจนอยู่จุดเดียว แรงขึ้นตามเวลา หรือมาพร้อมสีผิวที่เปลี่ยนไป ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะอื่นแอบแฝงอยู่

อาการชาจะหายภายในกี่วัน? ไทม์ไลน์การฟื้นตัว

โดยทั่วไปอาการชาและรู้สึกซ่า ๆ มักดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในไม่กี่วัน ส่วนความรู้สึกตื้อที่ยังหลงเหลืออยู่บางจุด มักทยอยฟื้นตัวภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับพลังงานที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ

  • ช่วง 1-2 วันแรก : อาการชัดที่สุด อาจรู้สึกอุ่นวูบ ๆ ร่วมกับชาเบา ๆ ทั่วใบหน้า
  • ช่วง 3-7 วัน : อาการซ่าและชาเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงบางจุดที่ยังรู้สึกตื้อ
  • ช่วง 1-2 สัปดาห์ : ความรู้สึกส่วนใหญ่ทยอยกลับมาใกล้เคียงปกติ

ลักษณะเด่นของการฟื้นตัวตามปกติคือ อาการจะชัดที่สุดในช่วงแรกแล้วเบาลงเรื่อย ๆ หากลองสังเกตแบบวันต่อวัน จะรู้สึกได้ว่าวันนี้เบากว่าเมื่อวาน การจดบันทึกสั้น ๆ ว่าอาการเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละวัน ยังช่วยให้คุณหมอประเมินแนวโน้มได้แม่นยำขึ้นหากต้องเข้ารับการตรวจ

ภาพแสดงไทม์ไลน์การฟื้นตัวของอาการชาหลังทำ Thermage

วิธีดูแลผิวและข้อควรระวังระหว่างรอให้อาการดีขึ้น

ช่วงที่ความรู้สึกยังไม่กลับมาเป็นปกติ หัวใจสำคัญของการดูแลคือปล่อยให้ผิวได้พัก และหลีกเลี่ยงการกระตุ้นซ้ำ ควรทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ และทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด เพราะผิวในช่วงนี้บอบบางและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ

  • งดซาวน่า อบไอน้ำ และกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าโดนความร้อนสูง จนกว่าความรู้สึกจะกลับมาเป็นปกติ
  • งดนวดหน้าแรง ๆ หรือกดคลึงบริเวณที่ยังรู้สึกชา เพื่อไม่ให้ผิวถูกกระตุ้นเพิ่ม
  • ไม่ควรซื้อยาทาหรือครีมมาใช้เองโดยไม่ปรึกษา เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวช่วงนี้อาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
  • หากรู้สึกไม่สบายผิวจนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรสอบถามคลินิกที่ทำหัตถการก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ

เมื่อผิวได้พักอย่างเหมาะสม ทั้งความชุ่มชื้นและความรู้สึกจะค่อย ๆ กลับมาตามจังหวะการฟื้นตัวของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเร่งหรือหาวิธีกระตุ้นพิเศษเพิ่มเติม

สัญญาณผิดปกติที่ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

แม้ส่วนใหญ่เวลาจะช่วยให้อาการดีขึ้นเอง แต่มีบางสัญญาณที่ไม่ควรรอ ควรรีบแจ้งคลินิกหรือแพทย์ที่ดูแลโดยเร็ว การรู้รายการเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้รับมือได้อย่างใจเย็นโดยไม่ตื่นตระหนก

  • ปวดเฉพาะจุดและแรงขึ้นทุกวัน สวนทางกับบริเวณอื่นที่ค่อย ๆ ดีขึ้น
  • ความรู้สึกตื้อชัดเจนต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ โดยไม่มีแนวโน้มดีขึ้น
  • มีตุ่มน้ำ น้ำเหลืองซึม หรือสีผิวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
  • บวมหรือรู้สึกร้อนเพียงข้างเดียว และอาการไม่ลดลงตามเวลา
  • มีไข้หรือบวมรุนแรงร่วมด้วย

อาการเหล่านี้ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทราบรายละเอียดการรักษาของคุณโดยตรง ไม่ควรรอดูอาการหรือหาวิธีรักษาด้วยตัวเอง ยิ่งแจ้งเร็ว การดูแลก็ยิ่งทำได้ทันท่วงที

ภาพแสดงสัญญาณผิดปกติหลังทำ Thermage ที่ควรรีบปรึกษาแพทย์

สรุป

อาการชา รู้สึกซ่า หรือตื้อที่ใบหน้าหลังทำ Thermage ส่วนใหญ่เป็นการตอบสนองชั่วคราวของเส้นประสาทต่อความร้อนที่ส่งลงสู่ผิวชั้นลึก และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากอาการกระจายทั่ว ๆ และเบาลงทุกวัน ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป ทั้งนี้การฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีอาการเฉพาะจุดที่แรงขึ้น หรือความรู้สึกตื้อยังชัดเจนเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจดูแลต่อด้วยตัวเอง

BeautyStone Clinic คลินิกความงามย่านฮับจอง กรุงโซล ประเทศเกาหลี พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลหลังทำหัตถการโดยตรงจากทีมแพทย์ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องอาการชาหรือความรู้สึกที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติหลังทำ Thermage แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. อาการชาหลังทำ Thermage จะอยู่กับเราตลอดไปไหม?

โดยทั่วไปอาการชาหรือรู้สึกตื้อหลังทำเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และมักค่อย ๆ ฟื้นตัวเองภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ค่ะ หากเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังชัดเจนอยู่ แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดนะคะ

Q2. ระหว่างที่ยังรู้สึกชา ซื้อยาหรือครีมมาทาเองได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เองค่ะ เพราะผิวช่วงนี้บอบบางกว่าปกติ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะอาจยิ่งทำให้ระคายเคือง หากไม่สบายผิวมาก ควรสอบถามคลินิกที่ทำหัตถการก่อนว่าใช้ผลิตภัณฑ์ใดได้บ้างนะคะ

Q3. ทำ Thermage แล้วจะรู้สึกชาแบบนี้ทุกคนไหม?

ไม่เหมือนกันทุกคนค่ะ บางคนแทบไม่รู้สึกอะไร บางคนรู้สึกชาหรือตื้อบางจุดอยู่หลายวัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความไวของเส้นประสาท และระดับพลังงานที่ใช้ หากกังวล สามารถแจ้งแพทย์ให้ช่วยติดตามอาการอย่างใกล้ชิดได้เลยนะคะ

Q4. ต้องรอให้ความรู้สึกกลับมาปกติก่อนไหม ถึงจะทำหัตถการครั้งถัดไปได้?

โดยทั่วไปควรรอให้ผิวและความรู้สึกกลับมาคงที่ก่อน แล้วจึงวางแผนขั้นตอนถัดไปค่ะ จังหวะที่เหมาะสมของแต่ละคนไม่เท่ากัน แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอโดยดูจากการฟื้นตัวจริงของคุณเป็นหลักนะคะ

บทความแนะนำ

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้หรือไม่ เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจผิวหนัง

เป็นหวัดหรือมีไข้ต่ำ ๆ ควรเลื่อนหัตถการที่จองไว้ไหม?

ไข้และการติดเชื้อเฉียบพลันส่งผลต่อการบวม การฟื้นตัว และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ จึงควรมีเกณฑ์ที่จับต้องได้ว่าอาการแบบไหนควรเลื่อนคิวที่จองไว้ แบบไหนยังคุยกับแพทย์ก่อนได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมแนวทางไว้ให้ค่ะ

บทความล่าสุด

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

ตุ่มเล็กและเส้นขนที่ติดใต้ผิวซึ่งพบระหว่างคอร์สเลเซอร์กำจัดขนกำจัดขน

ขนคุดระหว่างคอร์สเลเซอร์กำจัดขน ดูแลอย่างไรดี

ตุ่มและขนที่ติดใต้ผิวระหว่างคอร์ส ไม่ได้แปลว่าคุณดูแลตัวเองไม่ดี มันมาจากความหนาของเส้นขนและมุมของรูขุมขน มาดูจังหวะที่ควรคาดหมายหลังแต่ละครั้ง และสิ่งที่ช่วยได้จริงกันค่ะ

ลบรอยสักด้วย PicoWay หลายครั้งแล้วรู้สึกว่าไม่จางลงอีก สาเหตุและเกณฑ์ปรับแผนลบรอยสัก

ลบรอยสัก PicoWay หลายครั้งแล้วไม่จางลงอีก เพราะอะไร

การลบรอยสักมักเห็นผลชัดในช่วงแรก แล้วรู้สึกว่าช้าลงเมื่อทำไปหลายครั้ง บทความนี้ BeautyStone Clinic รวมสาเหตุของช่วงที่เหมือนหยุดนิ่ง และเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรกลับมาทบทวนแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ค่ะ

แพทย์แบ่งโซนบนใบหน้าก่อนเริ่มทำคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็กรูปหน้าและวอลุ่ม

ทำไมความลึกเข็ม Secret RF ถึงไม่เท่ากันในแต่ละจุดของใบหน้า?

Secret RF เครื่องเดียวกัน เซสชันเดียวกัน แต่ความลึกของเข็มถูกปรับหลายรอบระหว่างทำ เพราะผิวแต่ละจุดบนใบหน้าหนาไม่เท่ากัน และชั้นที่ต้องการให้ความร้อนไปถึงก็อยู่ลึกไม่เท่ากัน

ภาพคนกำลังลังเลว่าจะกลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่หลังทำ Ondaลิฟติ้ง

หลัง Onda กลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่

การลูบเบา ๆ กับการกดกัวซาขึ้น ใช้เวลารอไม่เท่ากัน บทความนี้จัดกลุ่มการนวด กัวซา และลูกกลิ้งหลัง Onda ตามระดับแรงกดที่ลงถึงเนื้อเยื่อ

ผู้หญิงจดรายการยาที่กินประจำก่อนเข้าปรึกษาที่คลินิกผิวหนัง

กินยาลดความดันหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ต้องบอกคลินิกก่อนทำไหม?

ยาลดความดันและยาละลายลิ่มเลือดที่กินประจำมีผลกับรอยช้ำและการห้ามเลือดในวันทำหัตถการ บทความนี้รวมเหตุผลที่ควรแจ้งคลินิกล่วงหน้า และเหตุผลที่ไม่ควรหยุดยาเอง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors