แพทย์อธิบายแผนการกระจายจำนวนช็อตบนใบหน้าก่อนเริ่มทำ Sofwave
ลิฟติ้ง

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

จำนวนช็อตของ Sofwave ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกใบหน้า แต่เป็นค่าที่ออกแบบขึ้นตามขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละคน การเทียบยอดรวมระหว่างคลินิกจึงบอกอะไรได้น้อยกว่าที่คิด

ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหม เวลาไปปรึกษาเรื่องยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ สิ่งแรกที่ได้ยินมักเป็นตัวเลข บางที่เสนอ 300 ช็อต บางที่เสนอ 600 ช็อต พอตัวเลขห่างกันขนาดนี้ ความรู้สึกแรกของหลายคนก็คือยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม

แต่สิ่งที่มักไม่ได้อธิบายต่อคือตัวเลขนั้นถูกกระจายไปตรงไหนของใบหน้าบ้าง ช็อตไม่ใช่หน่วยของราคา แต่เป็นหน่วยของพื้นที่ จำนวนที่พอดีจึงเป็นค่าที่ออกแบบตามขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละคน การดูแลผิวที่บ้านช่วยเรื่องกรอบหน้าได้จำกัด หลายคนจึงมาถึงทางเลือกที่ใช้พลังงานเข้าช่วย

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูว่าช็อตของ Sofwave นับอะไรกันแน่ ทำไมแต่ละบริเวณถึงใช้ไม่เท่ากัน เพิ่มจำนวนแล้วดีขึ้นตามจริงหรือเปล่า พร้อมแนะนำว่าควรถามอะไรตอนปรึกษาค่ะ

ช็อตของ Sofwave นับอะไรกันแน่?

คำตอบสั้น ๆ คือ ช็อตนับจำนวนจุดที่พลังงานถูกวางลงบนผิว ไม่ได้นับความแรงของพลังงาน

Sofwave ใช้เทคโนโลยี SUPERB (Synchronous Ultrasound Parallel Beam) ที่ส่งคลื่นอัลตราซาวด์แบบลำขนานลงไปพร้อมกัน พลังงานไปรวมตัวที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ลึกราว 1.5 มิลลิเมตร แล้วสร้างจุดความร้อนขนาดเล็กเรียงเป็นแถว เรียกว่าโซนความร้อน (Thermal Coagulation Zone) ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่

พูดง่าย ๆ คือ เหมือนการปูกระเบื้องบนพื้นห้อง จำนวนแผ่นบอกว่าพื้นกว้างแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าแต่ละแผ่นแข็งแรงแค่ไหน ตัวเลขที่สูงกว่าจึงบอกขนาดพื้นที่มากกว่าคุณภาพ

ตัวเลขในงานวิจัยเองก็กำหนดเป็นรายบริเวณ มีรายงานการยกกระชับใบหน้าด้วยอัลตราซาวด์ลำขนานความเข้มสูง ที่ระบุว่าเดินหัวทรีตเมนต์ผ่านแก้มทั้งสองข้าง 2-3 รอบ รวมราว 150-200 พัลส์ ตัวเลขนั้นเป็นค่าของแก้มในการทำครั้งนั้น ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของทั้งใบหน้า

หัวทรีตเมนต์วางจุดความร้อนขนาดเล็กเรียงเป็นแถวในชั้นหนังแท้ระดับกลาง

ทำไมแต่ละบริเวณถึงใช้จำนวนช็อตไม่เท่ากัน?

เพราะขนาดพื้นที่ไม่เท่ากัน และเนื้อเยื่อใต้ผิวของแต่ละจุดก็ไม่เหมือนกัน

ในกลุ่มเครื่องอัลตราซาวด์ยกกระชับด้วยกัน การวางแผนแยกตามบริเวณเป็นเรื่องปกติ มีบทความปริทัศน์อย่างเป็นระบบเรื่องการรักษาด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ที่สรุปว่าบริเวณผิวบางที่สุดมักใช้หัวตื้น คิ้วและขมับใช้หัวตื้นร่วมกับหัวลึก ส่วนแก้มและใต้คางใช้หัวลึกที่สุดคือ 4.5 มิลลิเมตร

Sofwave ต่างออกไปเล็กน้อย เพราะความลึกถูกล็อกไว้ที่ชั้นหนังแท้ระดับกลาง ไม่ได้สลับหัวตามความลึก ตัวแปรที่แพทย์ปรับได้จึงมาอยู่ที่การกระจายจุด ว่าจะวางกี่จุด ถี่แค่ไหน และให้น้ำหนักกับบริเวณไหน

พื้นที่จึงเป็นตัวแปรหลัก เวลาทำใต้คางร่วมกับแก้มซึ่งเป็นผืนกว้าง ตัวเลขจะขยับขึ้นเอง มีบทความปริทัศน์ที่รายงานการใช้ 440 ไลน์กับบริเวณใต้คางและแก้ม แล้วพบการเปลี่ยนแปลงที่ประเมินได้ในผู้เข้ารับการรักษาส่วนหนึ่งเมื่อผ่านไปราวสองเดือน ตัวเลขที่ดูสูงมาจากขนาดพื้นที่ ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะมากขึ้นตามสัดส่วน

บริเวณลักษณะเนื้อเยื่อทิศทางการวางจำนวน
หน้าผากและขมับผิวบาง กระดูกอยู่ใกล้พื้นที่ไม่กว้าง จำนวนจึงไม่มาก
คิ้วและหางคิ้วพื้นที่เล็ก เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดใช้ไม่มาก แต่เน้นให้ตรงจุด
แก้มกว้าง มีชั้นไขมันรองรับมักได้สัดส่วนมากที่สุดของแผน
กรอบหน้าและใต้คางรู้สึกถึงความหย่อนคล้อยได้ชัดมักออกแบบรวมชุดเดียวกับแก้ม
ลำคอผิวบาง เคลื่อนไหวมากวางระมัดระวังและลดความถี่ลง

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แพทย์จะเป็นผู้ประเมินการกระจายเป็นรายบุคคล

การแบ่งโซนแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอเพื่อกระจายจำนวนช็อต

เพิ่มจำนวนช็อตแล้วผลลัพธ์ดีขึ้นตามจริงหรือเปล่า?

ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป และเป็นจุดที่ควรคุยกันให้ชัดก่อนตัดสินใจ

มีบทความที่ทบทวนความปลอดภัยของการใช้พลังงานอัลตราซาวด์กับใบหน้า อธิบายว่าการส่งพลังงานมากเกินจำเป็นมีโอกาสเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ เช่น การกระตุ้นเส้นประสาทชั่วคราว หรือการยุบตัวของชั้นไขมันใต้ผิว โดยเฉพาะรอบดวงตาซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

ในทางปฏิบัติ เรื่องนี้สำคัญกับคนที่ชั้นไขมันบนแก้มบางอยู่แล้ว ถ้าเทน้ำหนักลงหนักตรงนั้น หน้าอาจดูโทรมลงแทนที่จะดูแน่นขึ้น รีวิวแนวที่ว่าทำแล้วหน้าดูตอบลงมักมาจากการกระจายจำนวน ไม่ใช่จากตัวเครื่อง

ในทางกลับกัน จำนวนที่น้อยเกินไปก็มีปัญหาของตัวเอง การไล่หัวผ่านพื้นที่กว้างแบบบาง ๆ มักให้ความรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกำกวม ทิศทางที่ปลอดภัยกว่าจึงเป็นการให้ครบตามที่แต่ละบริเวณต้องการ แล้วลดลงในโซนที่ต้องระวัง

การเทียบแผนที่เน้นกรอบหน้ากับแผนที่กระจายบาง ๆ ทั่วใบหน้า

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนทำ

Sofwave เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย แต่ก็ยังมีเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อน

หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย รวมถึงความรู้สึกตื้อ ๆ หรือกดแล้วระบมในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมเพิ่มขึ้นหลังผ่านวันที่สอง ผิวแดงลามพร้อมความร้อน หรือรู้สึกชาที่ไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เรื่องเวลาก็ควรเผื่อใจไว้ คอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างตัว การเปลี่ยนแปลงจึงค่อยเป็นค่อยไปในช่วงราวสองถึงสามเดือน และระยะที่ผลอยู่ได้ก็ต่างกันไปในแต่ละบุคคล

กลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ต้น และอาจต้องเลื่อนหรือปรับแผน มีดังนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีแผลเปิดหรือการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกันมาไม่นาน
การดูแลผิวหลังทำในช่วงที่ยังมีรอยแดงและบวมเล็กน้อย

ตอนปรึกษาควรถามอะไร และค่าใช้จ่ายคิดยังไง?

คำถามที่ได้ข้อมูลจริงมักไม่ใช่ว่าทำกี่ช็อต แต่เป็นช็อตเหล่านั้นไปอยู่ตรงไหนของใบหน้า

  • การกระจายตามบริเวณ : แก้ม กรอบหน้า และลำคอได้อย่างละเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ยอดรวม
  • เหตุผลของการจัดสรร : ทำไมบริเวณนั้นถึงได้มากกว่าในเคสของคุณ
  • สภาพชั้นไขมัน : แก้มของคุณค่อนข้างบางหรือหนา และมีผลกับแผนอย่างไร
  • ความรู้สึกระหว่างทำและการติดตามผล : ใช้ยาชาแบบทาร่วมด้วยหรือไม่ และนัดประเมินซ้ำเมื่อไหร่

ส่วนค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปคิดตามจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ ตัวเลขของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน แนะนำให้ดูรายละเอียดล่าสุดที่หน้าอัตราค่าบริการ หรือสอบถามผ่าน LINE ก่อนตัดสินใจ เพราะราคาที่คลินิกในกรุงโซลอาจเปลี่ยนแปลงได้

สรุป

ช็อตของ Sofwave คือหน่วยนับจุดที่พลังงานถูกวางลงบนผิว ไม่ใช่หน่วยวัดความแรง ตัวเลขที่พอดีจึงมาจากขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของแต่ละคน และการดันยอดรวมให้สูงไว้ก่อนก็ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นตามสัดส่วนนั้น

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ เพราะการได้ดูโครงหน้าและชั้นไขมันจริงให้ข้อมูลมากกว่าการเทียบตัวเลขบนอินเทอร์เน็ต

หากคุณกำลังลังเลว่าจำนวนช็อตที่ได้รับข้อเสนอมาเหมาะกับหน้าของคุณหรือเปล่า แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ทีมงาน BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพคนกำลังลังเลว่าจะกลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่หลังทำ Ondaลิฟติ้ง

หลัง Onda กลับมานวดหน้าและกัวซาได้เมื่อไหร่

การลูบเบา ๆ กับการกดกัวซาขึ้น ใช้เวลารอไม่เท่ากัน บทความนี้จัดกลุ่มการนวด กัวซา และลูกกลิ้งหลัง Onda ตามระดับแรงกดที่ลงถึงเนื้อเยื่อ

แพทย์ปรึกษาผู้เข้ารับบริการเรื่องการทำ Oligio X หลังฉีดฟิลเลอร์ลิฟติ้ง

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ทำ Oligio X ได้ไหม? ควรเว้นระยะเท่าไหร่

เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาไม่นาน แล้วอยากทำ Oligio X ต่อ ความร้อนจากคลื่นวิทยุมีผลกับฟิลเลอร์ HA แค่ไหน บทความนี้รวมข้อมูลจากงานวิจัยที่มีอยู่ พร้อมแนวทางจัดลำดับและเว้นระยะห่างระหว่างสองหัตถการ

ผู้หญิงปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการคลื่นวิทยุบริเวณรอบดวงตาลิฟติ้ง

ทำ InMode FX ที่รอบดวงตาและใต้ตาได้ไหม? ขอบเขตที่ควรรู้

InMode FX ออกแบบมาโดยคิดถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ผิวรอบดวงตาบางและมีไขมันรองรับน้อย เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป มาดูกันว่าขอบเขตที่พอพิจารณาได้อยู่ตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างนะคะ

บทความล่าสุด

ใบหน้าที่ดูซูบลงหลังน้ำหนักลดเร็วรูปหน้าและวอลุ่ม

น้ำหนักลดแล้วหน้าซูบ ควรเติมวอลลุ่มตอนไหนดี

น้ำหนักลดลงแล้วเสื้อผ้าหลวมขึ้น แต่ใบหน้ากลับดูซูบและเหนื่อยกว่าเดิม เพราะไขมันที่หนุนใบหน้าอยู่ด้านในลดลงไปพร้อมกัน บทความนี้รวมสาเหตุ ความเสี่ยงของการรีบเติมวอลลุ่มตอนน้ำหนักยังไม่นิ่ง และจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มออกแบบ

การกินโปรตีนให้พอในช่วงหลังทำหัตถการคอลลาเจนและผลลัพธ์ที่ตามมาผิวหนัง

ทำหัตถการคอลลาเจนแล้วผลไม่ขึ้น ต้องกินโปรตีนวันละเท่าไหร่?

หัตถการอย่างคอลลาเจนบูสเตอร์หรือลิฟติ้งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ผิวสร้างคอลลาเจน แต่วัตถุดิบจริงมาจากโปรตีนในมื้ออาหาร ถ้ากินไม่พอ การฟื้นตัวและผลที่เห็นก็มักช้ากว่าที่ควร บทความนี้รวมเส้นขั้นต่ำต่อวัน วิธีแบ่งมื้อ และข้อควรระวังไว้ให้ค่ะ

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดีผิวหนัง

Sculptra ต้องใช้กี่ไวอัล? ดูจากพื้นที่และอายุ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

ตัวเลขไวอัลของ Sculptra ไม่ได้บอกขนาดของผลลัพธ์ แต่เป็นผลของการคำนวณพื้นที่ที่ต้องกระจายให้ทั่ว ร่วมกับความเร็วในการสร้างคอลลาเจนที่เปลี่ยนไปตามอายุ แล้วแบ่งออกเป็นหลายครั้ง

เปรียบเทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติผิวหนัง

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

ยาตัวเดียวกัน จุดเดียวกัน แต่ฉีดด้วยมือกับใช้หัวฉีดให้ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บทความนี้เทียบให้เห็นว่าความเจ็บ รอยช้ำ และความสม่ำเสมอของความลึกต่างกันตรงไหน

สภาพผิวในห้องแอร์ที่ความมันยังออกแต่น้ำในผิวชั้นนอกลดลงผิวหนัง

อยู่ห้องแอร์แล้วหน้ามันแต่ผิวตึง เกิดจากอะไร

หน้ามันแต่ก็ยังรู้สึกตึง อาการนี้เกิดขึ้นได้บ่อยในห้องแอร์ เพราะปริมาณความมันกับน้ำในผิวชั้นนอกเคลื่อนไหวคนละทาง บทความนี้รวมสาเหตุ ระยะเวลาที่ผิวเริ่มแห้ง และเงื่อนไขในห้องที่ปรับได้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors