แพทย์อธิบายแผนการกระจายจำนวนช็อตบนใบหน้าก่อนเริ่มทำ Sofwave
ลิฟติ้ง

ได้ใบเสนอ Sofwave มาสองที่ ควรเทียบยังไงไม่ให้พลาด?

คู่มืออ่านข้อเสนอ Sofwave ก่อนตัดสินใจ ทั้งเหตุผลที่ยอดรวมช็อตเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ กับดักที่พบบ่อยตอนเปรียบเทียบราคา และข้อมูลที่ควรขอจากคลินิก

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 4 กันยายน 2026
6นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ถือตัวเลขจากสองคลินิกอยู่ในมือ ที่หนึ่งเสนอมาเยอะกว่าอีกที่เกือบเท่าตัว แล้วก็ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือควรสงสัย

ตัวเลขช็อตเป็นข้อมูลที่อ่านผิดได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่ง เพราะมันบอกว่าพลังงานถูกวางลงกี่จุด ไม่ได้บอกว่าวางลงตรงไหนและวางเพื่ออะไร ถ้าเทียบแค่ยอดรวม ก็เหมือนถามว่าจะใช้สีกี่กระป๋องโดยไม่บอกว่าจะทาห้องไหน

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณอ่านใบเสนอทีละบรรทัด ตั้งแต่วิธีดูว่าช็อตไปลงตรงไหน ไปจนถึงข้อมูลที่ควรขอให้เขียนมาให้ชัดก่อนตัดสินใจค่ะ

ยอดรวมช็อตของสองที่ เอามาวางเทียบกันตรง ๆ ได้ไหม?

ยังเทียบไม่ได้ค่ะ ถ้ายังไม่รู้ว่าแต่ละที่วางแผนคลุมพื้นที่เท่ากันหรือเปล่า หนึ่งช็อตคือหนึ่งจุดที่พลังงานถูกวางลงบนผิว ไม่ใช่หน่วยบอกความแรง ดังนั้นยอดที่สูงกว่ามักแปลว่าคลุมพื้นที่กว้างกว่า มากกว่าจะแปลว่าแรงกว่าหรือดีกว่า

ยอดรวมช็อตของสองที่ เอามาวางเทียบกันตรง ๆ ได้ไหม?

ในงานวิจัยเองตัวเลขก็ผูกกับบริเวณค่ะ รายงานหนึ่งไล่หัวผ่านแก้มสองข้าง 2 ถึง 3 รอบ รวมราว 150 ถึง 200 พัลส์ ซึ่งเป็นค่าของแก้มในครั้งนั้น ไม่ใช่ค่ากลางของทั้งหน้า อีกรายงานที่ทำใต้คางพร้อมแก้มใช้ราว 440 ไลน์ ที่ต่างกันขนาดนั้นเพราะพื้นที่ต่างกัน ไม่ใช่เพราะแผนไหนดีกว่ากัน

เพราะฉะนั้น คำถามแรกที่ควรถามกลับไม่ใช่ทำกี่ช็อต แต่เป็นช็อตเหล่านั้นลงตรงไหนบ้าง ถ้าได้คำตอบเป็นรายบริเวณ การเทียบสองใบจะง่ายขึ้นทันทีค่ะ

และยอดที่สูงกว่าก็ไม่ได้แปลว่าโดนเสนอเกินเสมอไปนะคะ บางแผนตั้งใจคลุมกว้างเพราะคุณเล่าไปว่ากังวลหลายจุดพร้อมกัน สิ่งที่พลาดจริง ๆ คือการตัดสินจากตัวเลขเดียวโดยไม่ถามว่ามันมาจากไหน

ตัวเลขเท่ากันแต่ลงคนละที่ ผลก็คนละเรื่อง

เพราะพื้นที่แต่ละส่วนไม่เท่ากัน และเนื้อใต้ผิวก็คนละแบบค่ะ Sofwave ล็อกความลึกไว้ที่หนังแท้ระดับกลางราว 1.5 มิลลิเมตร สิ่งที่หมอปรับได้จึงเหลือแค่การวางจุด คือลงกี่จุด ถี่แค่ไหน และเทน้ำหนักไปทางไหน ลองดูตัวอย่างการอ่านสองข้อเสนอด้านล่างนี้ค่ะ

ตรงไหนข้อเสนอ Aข้อเสนอ B
แก้มสองข้างเทน้ำหนักไว้ตรงนี้มากที่สุดแบ่งพอ ๆ กับส่วนอื่น
กรอบหน้าและใต้คางรวมอยู่ในชุดเดียวกับแก้มแยกออกมาเป็นอีกชุด
ลำคอไม่ได้อยู่ในแผนนี้ใส่มาด้วย ยอดรวมเลยสูงกว่า
ยอดรวมที่เห็นน้อยกว่า แต่เน้นจุดที่คุณกังวลมากกว่า เพราะคลุมกว้างกว่า
ควรถามต่อทำไมถึงเทน้ำหนักที่แก้มลำคอที่เพิ่มมาช่วยเรื่องที่คุณกังวลไหม
ตัวเลขเท่ากันแต่ลงคนละที่ ผลก็คนละเรื่อง

จะเห็นว่าสองใบนี้ไม่ได้แข่งกันตรง ๆ ตั้งแต่แรก เพราะตอบคนละโจทย์ ทั้งนี้พื้นที่กว้างอย่างแก้มมักกินสัดส่วนมากที่สุด ส่วนบริเวณผิวบางที่อยู่ใกล้กระดูกอย่างหน้าผากกับขมับมักได้ไม่มาก และลำคอที่ผิวบางและขยับตลอดเวลาก็ต้องวางเบากว่าใบหน้า

การกระจายที่พอดีกับคุณจริง ๆ ต้องรอให้หมอเห็นโครงหน้าก่อนค่ะ

กับดักที่เจอบ่อยตอนเทียบข้อเสนอ

สามข้อนี้คือจุดที่คนพลาดกันบ่อยที่สุดเวลาเอาสองใบมาวางข้างกันค่ะ

  • เทียบแต่ยอดรวม — โดยไม่ถามว่าตัวเลขนั้นมาจากกี่บริเวณ ยอดที่สูงกว่าอาจแค่คลุมกว้างกว่า
  • คิดว่ายิ่งเยอะยิ่งคุ้ม — งานทบทวนด้านความปลอดภัยเตือนว่าการใส่พลังงานเกินความจำเป็นแลกมาด้วยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทั้งอาการทางประสาทที่เกิดชั่วคราว และการยุบตัวของไขมันใต้ผิว ยิ่งรอบดวงตายิ่งต้องเบามือ
  • ดูราคาต่อช็อตอย่างเดียว — ราคาต่อหน่วยที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าแผนนั้นเหมาะกับหน้าคุณมากกว่า
กับดักที่เจอบ่อยตอนเทียบข้อเสนอ

ข้อกลางสำคัญมากกับคนที่ไขมันแก้มบางอยู่เดิมค่ะ ถ้าไปเทหนัก ๆ ตรงนั้น ผลอาจออกมาเป็นหน้าดูโทรมแทนที่จะดูแน่น รีวิวแนวทำแล้วหน้าตอบลง มักย้อนไปจบที่การวางจุด ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง

ส่วนการไล่บาง ๆ ให้ทั่วหน้าเพื่อประหยัดก็มีราคาของมันเองค่ะ พอแต่ละส่วนได้ไม่ถึงที่ควรได้ ผลมักออกมาอ่านยากจนสรุปไม่ได้ว่าเวิร์กหรือเปล่า ทางที่ปลอดภัยกว่าคือให้ครบตรงจุดที่ตั้งใจ แล้วเบามือในโซนที่ต้องระวัง

ควรขอให้คลินิกบอกอะไรก่อนตัดสินใจ?

ก่อนเข้าไปคุย ลองจดสิ่งที่กวนใจคุณเรียงไว้สักสามข้อ เช่น เส้นขากรรไกรที่หายไปในรูปถ่าย เงาใต้แก้มตอนเย็น หรือคอที่ดูไม่เข้ากับหน้า พอมีลิสต์นี้ติดมือ ทุกบรรทัดในใบเสนอจะถูกวัดกับสามข้อนี้ แทนที่จะถูกวัดกับความรู้สึกว่าเยอะหรือน้อยค่ะ

จากนั้นขอสี่อย่างนี้ก็พอ และควรได้เป็นข้อความที่อ่านทวนได้ ไม่ใช่ตัวเลขที่พูดผ่านกันไปตอนคุย

  • ลงตรงไหนบ้าง — แก้ม กรอบหน้า ลำคอ ได้จุดละเท่าไหร่ ไม่เอาแค่ยอดรวม
  • ทำไมถึงจัดแบบนั้น — อะไรทำให้จุดนั้นได้มากกว่าจุดอื่นในเคสของคุณ
  • แก้มคุณไขมันบางหรือหนา — แล้วมันเปลี่ยนแผนยังไง
  • หลังจากนี้นัดกันยังไง — ระหว่างทำใช้ยาชาทาไหม แล้วประเมินซ้ำตอนไหน
ควรขอให้คลินิกบอกอะไรก่อนตัดสินใจ?

พอมีสี่ข้อนี้ครบทั้งสองใบ การตัดสินใจจะเปลี่ยนจากการเดาว่าใครให้เยอะกว่า มาเป็นการดูว่าแผนไหนตอบเรื่องที่คุณกังวลได้ตรงกว่า ซึ่งเป็นคำถามที่ควรใช้ตัดสินตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เรื่องเงิน ปกติราคาจะผูกกับสองอย่าง คือจำนวนจุดที่ลงและบริเวณที่เลือกทำ ตัวเลขของแต่ละคนเลยไม่เท่ากันค่ะ อยากเห็นตัวเลขล่าสุดก่อนตัดสินใจ แวะดูหน้าอัตราค่าบริการ หรือทักมาถามทาง LINE ก็ได้ เพราะราคาของคลินิกที่กรุงโซลปรับได้ตามช่วงเวลา

ก่อนถึงวันทำ ควรบอกอะไรกับหมอ และคาดหวังแค่ไหน?

มีบางอย่างที่ควรบอกตั้งแต่แรก เพราะอาจทำให้ต้องเลื่อนหรือปรับแผนค่ะ

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก
  • มีแผลเปิด ติดเชื้อ หรือเคยเป็นคีลอยด์ตรงจุดนั้น
  • มีอุปกรณ์ฝังในตัว เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ
  • เพิ่งเติมฟิลเลอร์หรือทำอย่างอื่นตรงจุดเดียวกัน

หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมนิด ๆ บางคนรู้สึกตื้อหรือกดแล้วระบมตรงจุดที่ลง ซึ่งมักจางไปเองใน 1 ถึง 3 วัน แต่ถ้าบวมมากขึ้นหลังพ้นวันที่สอง แดงลามพร้อมความร้อน หรือชาแล้วไม่ดีขึ้น ให้รีบพบแพทย์ทันทีนะคะ

อีกอย่างคือเวลา คอลลาเจนไม่ได้ขึ้นในวันเดียวค่ะ ความเปลี่ยนแปลงจึงทยอยมาในช่วงราวสองถึงสามเดือน ส่วนจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหนก็ไม่เท่ากันในแต่ละคน นัดประเมินซ้ำจึงมีประโยชน์กว่าการนั่งนับวันเอง

ปิดท้ายสั้น ๆ นะคะ ยอดรวมไม่ใช่คะแนนของแผน สิ่งที่ควรอ่านคือจุดที่ลง เหตุผลเบื้องหลัง และความเข้ากันกับไขมันแก้มของคุณ แต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน จึงควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูของจริงก่อน ดีกว่าเอาตัวเลขมาเทียบกันบนหน้าจอค่ะ

ถ้าตอนนี้มีสองใบวางอยู่ตรงหน้าแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ถ่ายรูปส่งมาให้คุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ช่วยอ่านเป็นเพื่อนก็ได้นะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทักมาทาง LINE ได้เลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

เขาเสนอมา 300 ช็อต ถือว่าเยอะหรือน้อยคะ?

ตอบไม่ได้ค่ะถ้ายังไม่รู้ว่าลงกี่บริเวณ ตัวเลขเดียวกันอาจเป็นแผนที่แน่นสำหรับแก้มอย่างเดียว หรือเป็นแผนที่บางถ้ากระจายทั้งหน้าและลำคอ ให้ขอรายละเอียดรายบริเวณก่อนนะคะ

อยากประหยัด ควรตัดบริเวณไหนออกดี?

อย่าตัดจากราคาอย่างเดียวค่ะ ให้บอกหมอว่าอะไรกวนใจคุณที่สุด แล้วให้หมอจัดสรรจากตรงนั้น เพราะถ้าตัดบริเวณที่เป็นต้นเรื่องออกไป แผนที่เหลือก็มักตอบโจทย์ไม่ได้

ราคาต่อช็อตถูกกว่า แปลว่าคุ้มกว่าหรือเปล่า?

ไม่เสมอไปค่ะ ราคาต่อหน่วยที่ถูกกว่าอาจมาพร้อมการกระจายที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คุณกังวล ให้เทียบที่รายบริเวณก่อน แล้วค่อยดูราคารวมของทั้งแผน

ครั้งนี้ทำไปเท่าไหร่ ควรจดเก็บไว้ไหม?

ควรจดค่ะ ทั้งบริเวณและจำนวนที่ลงในแต่ละจุด เก็บไว้คู่กับรูปถ่าย พอถึงรอบประเมิน หมอจะใช้ข้อมูลชุดนี้วางแผนรอบถัดไปได้ตรงขึ้นมากค่ะ

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

บทความล่าสุด

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?ผิวหนัง

สิวอุดตันหัวปิดบีบไม่ออก ยาทาต้องใช้กี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ตุ่มสีผิวบนหน้าผากมักเป็นสิวอุดตันหัวปิด และการบีบมักทำให้อักเสบ ดูว่ายาทาต้องใช้นานแค่ไหน และกรณีไหนควรกดสิวที่คลินิก

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ปีกจมูกบานเวลายิ้ม ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะบานน้อยลงไหม?

ปีกจมูกที่ดูกว้างมีสาเหตุได้ 2 แบบ คือการขยับของกล้ามเนื้อ และความกว้างเดิมของกระดูกอ่อนและผิวหนัง โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?รูปหน้าและวอลุ่ม

ยิ้มเห็นเหงือก ฉีดโบท็อกซ์แล้วเหงือกจะโผล่น้อยลงแค่ไหน?

เหงือกที่โผล่เวลายิ้มมีสาเหตุได้ 3 แบบ คือกล้ามเนื้อ เหงือก และกระดูกขากรรไกรบน โบท็อกซ์ช่วยได้เฉพาะแบบแรก บทความนี้สรุปช่วงที่เห็นผลชัดที่สุดและระยะเวลาที่ผลอยู่

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์ถุงยิ้มใต้ตาแล้วจะดูบวมไหม? ตำแหน่งและปริมาณคือคำตอบ

ถุงยิ้มใต้ตาคือแนวกล้ามเนื้อ ฟิลเลอร์ควรวางเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวนั้น มาดูตำแหน่ง ปริมาณ และกรณีที่ควรตรวจไขมันใต้ตาก่อนค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัดรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกซ์แก้นอนกัดฟัน กัดฟันจะหยุดไหม? สิ่งที่ลดคือแรงกัด

งานวิจัยที่ตรวจการนอนหลับตลอดคืนพบว่าโบท็อกซ์ที่ขากรรไกรลดแรงกัดฟันได้ราว 12 สัปดาห์ แต่ไม่ได้ลดจำนวนครั้งอย่างชัดเจน มาดูว่าอาการตึงตอนเช้าและภาระที่ฟันจะเปลี่ยนไปอย่างไรค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors