ภาพหน้าปกเรื่องจำนวนครั้ง ระยะห่าง และช่วงเวลาที่เห็นผลของ Sofwave
ลิฟติ้ง

Sofwave กี่ครั้งดี? เจาะลึกระยะห่างและช่วงเวลาที่เห็นผล

Sofwave มักเริ่มจาก 1 ครั้งแล้วดูการตอบสนองของผิวก่อนตัดสินใจทำเพิ่ม โดยผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นภายในหลายสัปดาห์ ไม่ใช่เห็นทันทีในวันทำ บทความนี้จึงรวบรวมเรื่องจำนวนครั้ง ระยะห่าง และช่วงเวลาที่เห็นผลไว้ให้ค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าและแก้มเริ่มหย่อนคล้อยไม่เหมือนเดิม พอเริ่มหาข้อมูลเรื่อง Sofwave คำถามแรก ๆ ที่มักผุดขึ้นมาคือ "ทำครั้งเดียวพอไหม" และ "ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะห่างแค่ไหน" ยิ่งบางครั้งไปปรึกษามาแล้วแต่ละคลินิกให้ข้อมูลจำนวนครั้งและระยะห่างต่างกันเล็กน้อย ก็ยิ่งทำให้สับสนมากขึ้น

โดยทั่วไปการดูแลผิวด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวมักไม่สามารถแก้ความหย่อนคล้อยได้ทั้งหมด แต่ในทางกลับกัน Sofwave ก็ไม่ใช่หัตถการที่ยกกระชับขึ้นทันทีในวันทำ หลักการคือมักเริ่มจาก 1 ครั้งแล้วดูการตอบสนองของผิวก่อนตัดสินใจทำเพิ่ม และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นภายในหลายสัปดาห์ บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องจำนวนครั้ง ระยะห่าง ช่วงที่เริ่มเห็นผล พร้อมเปรียบเทียบกับหัตถการยกกระชับที่ใกล้เคียง เพื่อให้วางแผนได้ตรงกับตารางชีวิตค่ะ

Sofwave คืออะไร และทำงานที่ผิวชั้นไหน

Sofwave เป็นหัตถการยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ลงไปที่ผิวหนังชั้นหนังแท้ระดับกลาง (Mid-Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ขึ้นมาใหม่ เหตุผลที่ผลลัพธ์ไม่ได้ปรากฏในวันทำแต่ค่อย ๆ ชัดขึ้นภายในหลายสัปดาห์ก็อยู่ตรงนี้ เพราะบริเวณที่พลังงานส่งไปถึงต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมใหม่

โดยข้อมูลจากงานวิจัยทางคลินิกและพยาธิวิทยาที่พบว่าคลื่นเสียงความถี่สูงแบบขนานช่วยเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในผิวชั้นหนังแท้ระดับกลางอย่างมีนัยสำคัญที่ 2 เดือนหลังทำ จะเห็นได้ว่ามีกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นใหม่ในชั้นที่พลังงานส่งไปถึง กระบวนการนี้ไม่ได้จบในครั้งเดียว แต่เป็นการที่ผิวได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อนอ่อน ๆ แล้วค่อย ๆ ฟื้นฟูและเติมคอลลาเจนด้วยตัวเอง จึงต้องใช้เวลา

ด้วยเหตุนี้ หากส่องกระจกในวันทำแล้วยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ก็ไม่ต้องผิดหวัง เพราะความรู้สึกตึงเล็กน้อยในวันทำมักใกล้เคียงกับอาการบวมหรือความร้อนชั่วคราว ส่วนความเปลี่ยนแปลงจริงจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไป

ภาพแสดงระดับความลึกที่พลังงานคลื่นเสียงรวมตัวในผิวหนังชั้นหนังแท้ระดับกลาง

Sofwave ต่างจากหัตถการยกกระชับคลื่นเสียงและคลื่นวิทยุอื่นอย่างไร

เมื่อเริ่มหาข้อมูลเรื่องการยกกระชับ นอกจาก Sofwave แล้วมักมีหัตถการคลื่นเสียงและคลื่นวิทยุอื่น ๆ ถูกพูดถึงพร้อมกัน จนเลือกยากขึ้น เนื่องจากระดับความลึกที่พลังงานเข้าไปทำงานและระยะพักฟื้นที่รู้สึกได้ต่างกันเล็กน้อย จึงแนะนำให้เลือกตามบริเวณที่กังวลและตารางกลับไปใช้ชีวิต ส่วนกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (Collagen Booster) อย่าง Rejuran หรือ Juvelook ที่เป็นการฉีดสาร มีหลักการต่างออกไป เพราะ Sofwave ไม่ใช่การฉีด แต่ใช้พลังงานกระตุ้นผิวชั้นหนังแท้

หัตถการระดับความลึกระยะพักฟื้นที่รู้สึกได้ช่วงที่เริ่มเห็นผล
Sofwaveหนังแท้ระดับกลางมักแทบไม่มีราว 4-12 สัปดาห์
HIFU ระดับสูง (กระตุ้น SMAS)ชั้นพังผืด SMAS ที่ลึกกว่าแดง บวมราว 1-3 วันราว 2-3 เดือน
คลื่นวิทยุ (RF) ยกกระชับหนังแท้ถึงชั้นไขมันมักแทบไม่มีราว 1-3 เดือน
คอลลาเจนบูสเตอร์ (แบบฉีด)ฉีดเข้าชั้นหนังแท้รอยเข็มราว 1-2 วันหลังสะสมหลายครั้ง

ตารางนี้เป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป เครื่องเดียวกันก็ยังให้ความรู้สึกต่างกันได้ตามระดับพลังงานและบริเวณที่ทำ หากกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยที่ลึก หัตถการที่ทำงานในชั้นลึกกว่ามักเหมาะกว่า แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หรืออยากกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว วิธีอย่าง Sofwave มักมีภาระน้อยกว่า ทั้งนี้แบบไหนเหมาะกับคุณ ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูความหนาของผิวและความหย่อนคล้อยจริงก่อนตัดสินใจ

ภาพแสดงความต่างของ Sofwave กับหัตถการยกกระชับคลื่นเสียงและคลื่นวิทยุอื่น

ผลลัพธ์สะสมทีละครั้งอย่างไร และนิ่งเมื่อไร

Sofwave หลายคนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่บริเวณที่มีความหย่อนคล้อย การทำเพิ่มอีกครั้งเพื่อสะสมการกระตุ้นคอลลาเจนก็อาจช่วยได้ ส่วนระยะห่างโดยทั่วไปมักเว้นหลังจากผลของครั้งแรกขึ้นเต็มที่แล้ว คือหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ขึ้นไป เพราะการทำเพิ่มเร็วเกินไปจะกลายเป็นการตัดสินตอนที่ผลของครั้งแรกยังปรากฏไม่หมด

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ขึ้นตามเวลาอย่างไรนั้น พอวาดเป็นกราฟคร่าว ๆ ได้ดังนี้ เช่นเดียวกับรายงานทางคลินิกที่พบว่าหลังทำหัตถการคลื่นเสียงความถี่สูง คอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้นตลอดช่วงหลายเดือน การจำไว้ว่าจุดสูงสุดของความเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ในวันทำ แต่มาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดมา จะช่วยให้ไม่ใจร้อน

อย่างที่เห็นในกราฟ ความรู้สึกจะชัดที่สุดในช่วง 6-12 สัปดาห์ จากนั้นคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจะค่อย ๆ ราบเรียบลง ระยะที่คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่เพราะคอลลาเจนจะลดลงอีกเมื่อเวลาผ่านไป การรักษาผลให้อยู่นานจึงต้องมีการดูแลประจำวันควบคู่ เช่น การกันแดดและเติมความชุ่มชื้น ส่วนครั้งต่อไป แนะนำให้ดูจากความเร็วที่ผลจางลงและปรึกษาแพทย์ร่วมกันค่ะ

ภาพแสดงกราฟการค่อย ๆ เห็นผลในแต่ละสัปดาห์หลังทำหัตถการ

การดูแลในวันทำและช่วงพักฟื้น พร้อมข้อควรระวัง

Sofwave มักมีระยะพักฟื้นน้อย จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันในวันทำได้ค่อนข้างสะดวก เพียงแต่เป็นช่วงที่ผิวชั้นหนังแท้เพิ่งได้รับการกระตุ้นด้วยความร้อน การดูแลผิวให้เรียบง่ายสักสองสามวันจะช่วยให้ผิวนิ่งขึ้น

  • วันทำ อาการแดงเล็กน้อยหรือความรู้สึกอุ่น ๆ มักสงบลงภายในไม่กี่ชั่วโมง และมักแต่งหน้าได้เมื่ออาการระคายเคืองสงบแล้ว
  • ช่วง 1-3 วันแรก ควรเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนเลือดมาก เช่น ซาวน่า อบสมุนไพร และการออกกำลังกายหนัก
  • สัปดาห์แรก ควรกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และพักผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น เรตินอลและกลุ่มกรด ไว้สักสองสามวัน หากต้องการผลัดเซลล์ผิวควรเลือกผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่อ่อนโยนและปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หลังจากนั้น ดูแลด้วยการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลักแบบเรียบง่าย แล้วค่อย ๆ รอผลที่ทยอยขึ้น

โดยทั่วไป Sofwave มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย อาจมีรอยแดงหรือรู้สึกอุ่นเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่หากอาการบวมหรือแดงไม่ยุบหลังผ่านไปหลายวัน หรือรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการทันที ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก และบทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การประเมินว่าหัตถการเหมาะกับคุณหรือไม่ รวมถึงจำนวนครั้งและระยะห่าง ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจจริงเพื่อความปลอดภัย

สรุป

Sofwave มักเริ่มจาก 1 ครั้งแล้วดูการตอบสนองของผิวก่อนตัดสินใจทำเพิ่ม โดยผลลัพธ์ไม่ได้ปรากฏในวันทำ แต่จะค่อย ๆ ชัดขึ้นภายในหลายสัปดาห์ ความรู้สึกมักชัดที่สุดในช่วง 6-12 สัปดาห์ และช่วงเวลาทำครั้งต่อไปควรดูจากความเร็วที่ผลค่อย ๆ จางลงร่วมกับแพทย์ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และหัตถการยกกระชับก็มีข้อควรระวังอยู่ จึงควรทำความเข้าใจสภาพผิวของตัวเองและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าควรทำ Sofwave กี่ครั้งและเว้นระยะห่างเท่าไร ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Sofwave ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม?

หลายคนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ แต่บริเวณที่มีความหย่อนคล้อย การทำเพิ่มอีกครั้งเพื่อสะสมการกระตุ้นคอลลาเจนก็อาจช่วยได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและระดับที่ต้องการ จึงแนะนำให้ดูการตอบสนองจากครั้งแรกก่อนตัดสินใจทำเพิ่ม

Q2. กี่วันหรือกี่สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

ผลจะไม่ปรากฏในวันทำ แต่มักค่อย ๆ ขึ้นภายในหลายสัปดาห์ค่ะ เพราะการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ต้องใช้เวลา โดยทั่วไปความรู้สึกจะชัดที่สุดในช่วง 6-12 สัปดาห์ ดังนั้นหากวันทำยังเปลี่ยนแปลงไม่มากก็ไม่ต้องกังวลนะคะ

Q3. ควรเว้นระยะห่างการทำครั้งถัดไปเท่าไร?

โดยทั่วไปมักเว้นหลังจากผลของครั้งแรกขึ้นเต็มที่แล้ว คือหลังผ่านไปหลายสัปดาห์ขึ้นไปค่ะ การทำเพิ่มเร็วเกินไปจะเป็นการตัดสินก่อนที่ผลของครั้งแรกจะปรากฏหมด ระยะห่างที่แน่นอนควรดูจากความเร็วที่ผลจางลงและให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

Q4. ทำ Sofwave แล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติในวันเดียวกันได้ไหม?

ระยะพักฟื้นน้อย จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันในวันทำได้ค่อนข้างสะดวกค่ะ เพียงแต่ควรเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนเลือดมาก เช่น ซาวน่า อบสมุนไพร และออกกำลังกายหนัก สัก 1-3 วัน และกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

บทความแนะนำ

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?ลิฟติ้ง

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?

แยกดับเบิ้ลชินจากผิวหย่อน ไขมันใต้คาง และแนวกล้ามเนื้อคอ เทียบอัลตราซาวด์ยกกระชับกับร้อยไหม จังหวะที่ใต้คางยกขึ้นมากที่สุด อาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหนลิฟติ้ง

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหน

ราคา Shurink ต่อปีคือราคาต่อครั้งคูณจำนวนครั้ง สรุปจังหวะที่ผลเริ่มจาง จำนวนช็อตตามไขมันบนหน้า อาการหลังทำที่ต้องรู้ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

บทความล่าสุด

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?ลิฟติ้ง

ยกกระชับกรอบหน้า ดับเบิ้ลชินเพราะหย่อนหรือไขมัน ควรเลือกวิธีไหน?

แยกดับเบิ้ลชินจากผิวหย่อน ไขมันใต้คาง และแนวกล้ามเนื้อคอ เทียบอัลตราซาวด์ยกกระชับกับร้อยไหม จังหวะที่ใต้คางยกขึ้นมากที่สุด อาการหลังทำที่ต้องรีบติดต่อ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหนลิฟติ้ง

ราคา Shurink ทั้งปีเท่าไร? ขึ้นกับว่าเว้นแต่ละรอบนานแค่ไหน

ราคา Shurink ต่อปีคือราคาต่อครั้งคูณจำนวนครั้ง สรุปจังหวะที่ผลเริ่มจาง จำนวนช็อตตามไขมันบนหน้า อาการหลังทำที่ต้องรู้ และการวางแผนตามทริปมาเกาหลี

ราคา Radiesse ต้องใช้กี่หลอด? เทียบจากขนาดหลอดและจำนวนต่อจุดผิวหนัง

ราคา Radiesse ต้องใช้กี่หลอด? เทียบจากขนาดหลอดและจำนวนต่อจุด

คำว่าหนึ่งหลอดของ Radiesse อาจหมายถึง 1.5 mL หรือ 0.8 mL สรุปวิธีอ่านใบเสนอราคาจากจำนวนหลอดต่อจุด รอบเติม การฉีดซ้ำ การวางแผนตามทริปมาเกาหลี และอาการหลังฉีดที่ควรรู้

ราคา Sculptra ใช้กี่ขวด? ขึ้นอยู่กับจุดที่ตอบและจำนวนครั้งผิวหนัง

ราคา Sculptra ใช้กี่ขวด? ขึ้นอยู่กับจุดที่ตอบและจำนวนครั้ง

Sculptra แบ่งฉีด 1–4 ครั้ง ห่างกัน 3–4 สัปดาห์ และจำนวนขวดขึ้นกับความกว้างและความลึกของจุดที่ตอบ สรุปวิธีอ่านใบเสนอราคา การวางแผนตามทริปมาเกาหลี และอาการหลังฉีดที่ต้องรู้

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?รูปหน้าและวอลุ่ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?

บวมและช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมักยุบภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ รวมสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันแรกถึงสัปดาห์ที่สอง เวลาที่แต่งหน้า ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ได้ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบ

ร่องแก้มลึกจากหน้าหย่อนกับหน้าตอบต้องแก้ต่างกัน รวมวิธีเช็กด้วยการดันแก้มหน้ากระจก สิ่งที่ HIFU และร้อยไหมทำได้ เมื่อไหร่ควรใช้ฟิลเลอร์ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors