ภาพประกอบบทความ Sofwave เหมาะกับผิวและรูปหน้าแบบไหน
ผิวหนัง

Sofwave เหมาะกับผิวแบบไหน? เช็ก 5 ข้อก่อนตัดสินใจทำ

Sofwave อุ่นผิวชั้นหนังแท้ส่วนกลางเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน จึงเหมาะกับริ้วรอยเล็กและความหย่อนคล้อยระยะแรก ชวนเช็กว่าผิวและรูปหน้าของคุณตอบโจทย์หรือไม่

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าผิวหน้าเริ่มไม่กระชับเหมือนเดิม ทั้งที่ริ้วรอยยังไม่ลึกมากไหมคะ? ปัญหาผิวเริ่มหย่อนเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลใจ เพราะบั่นทอนความมั่นใจได้ไม่น้อย

เมื่อเริ่มมองหาโปรแกรมยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด ชื่อของ Sofwave (โซฟเวฟ) มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึง แต่คำถามที่สำคัญกว่า "เครื่องนี้ดีไหม" คือ "ผิวและรูปหน้าแบบเราเหมาะกับเครื่องนี้หรือไม่" เพราะความหนาของผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงหน้าของแต่ละคน ทำให้ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ต่างกัน ลำพังการดูแลผิวที่บ้านช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่การกระตุ้นคอลลาเจนชั้นลึกมักต้องพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกหลักการทำงานของ Sofwave ลักษณะผิวและรูปหน้าที่ตอบโจทย์ กรณีที่ควรพิจารณาทางเลือกอื่น พร้อมข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจค่ะ

Sofwave คืออะไร? ทำงานกับผิวชั้นไหน

Sofwave เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบลำแสงขนาน (Parallel Beam Ultrasound) โดยเครื่องจะปล่อยคลื่นหลายลำพร้อมกันลงไปที่ผิวชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ที่ความลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เพื่อสร้างความร้อนกระจายเป็นบริเวณกว้าง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ พร้อมระบบหล่อเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบนระหว่างทำ

เปรียบเหมือนการรดน้ำสนามหญ้าด้วยสปริงเกอร์หลายหัวพร้อมกันให้ทั่วทั้งผืน แทนที่จะฉีดน้ำแรงลงทีละจุดลึก ๆ ความร้อนจึงครอบคลุมชั้นกลางของผิวทั่วถึง มีงานวิจัยที่รายงานว่าคลื่นอัลตราซาวด์แบบขนานช่วยเพิ่มคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่วนกลางโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ออกแบบมาเพื่อเน้นชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้นเป็นหลัก

ภาพแสดงการทำงานของคลื่นอัลตราซาวด์แบบขนานในผิวชั้นหนังแท้ส่วนกลาง

Sofwave เหมาะกับใคร? ลักษณะผิวและรูปหน้าที่ตอบโจทย์

จากความลึกที่เครื่องออกแบบมา กลุ่มที่มักตอบโจทย์คือคนที่ปัญหาหลักอยู่ที่ "คุณภาพผิว" มากกว่าการหย่อนคล้อยที่รุนแรง ลองเช็ก 5 ข้อด้านล่างว่าตรงกับคุณกี่ข้อ

  • มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวเริ่มหยาบ หรือรู้สึกว่าความยืดหยุ่นของผิวลดลง
  • ความหย่อนคล้อยอยู่ในระยะแรกถึงปานกลาง เช่น แนวแก้มเริ่มคลายตัว
  • ผิวบางถึงหนาปานกลาง ไม่ได้มีชั้นไขมันใต้ผิวหนามาก
  • ต้องการโปรแกรมที่พักฟื้นน้อย กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
  • กังวลเรื่องความเจ็บ อยากได้ตัวเลือกที่รู้สึกสบายกว่า

ในแง่รูปหน้า คนที่โครงหน้ายังชัดอยู่แต่ผิวเริ่มหยาบและตึงน้อยลง มักรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ดี เพราะปัญหาอยู่ในชั้นที่พลังงานของ Sofwave เข้าถึงพอดี ทั้งนี้การประเมินด้วยตัวเองอาจคลาดเคลื่อน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

ภาพแสดงลักษณะผิวและระดับความหย่อนคล้อยที่เหมาะกับ Sofwave

กรณีไหนควรพิจารณาทางเลือกอื่น

ในทางกลับกัน หากแก้มหรือกรอบหน้าหย่อนชัดจนต้องยกโครงสร้างใบหน้า หรือผิวและชั้นไขมันหนา การอุ่นเฉพาะชั้นกลางอาจให้ผลน้อยกว่าที่คาดหวัง กรณีแบบนี้เทคโนโลยีที่ส่งพลังงานลงลึกกว่า เช่น HIFU (ไฮฟู) แบบโฟกัสพลังงานเป็นจุด อย่าง Ulthera (อัลเทอร่า) ที่เข้าถึงชั้น SMAS (ชั้นเนื้อเยื่อระดับเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) อาจตอบโจทย์มากกว่า

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยเกี่ยวกับคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสที่สร้างจุดความร้อนชั้นลึกเพื่อกระตุ้นการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ พูดง่าย ๆ คือ ปัญหาชั้นลึกควรใช้เครื่องมือที่ลงถึงชั้นลึก การเลือกจึงไม่ใช่ว่าเครื่องไหน "ดีกว่า" แต่เป็นว่าปัญหาของคุณอยู่ชั้นไหน ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ภาพแสดงกรณีที่ควรพิจารณาเทคโนโลยียกกระชับที่ลงลึกกว่า

ใครไม่เหมาะกับ Sofwave? กลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อน

แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องให้แพทย์ประเมินเป็นพิเศษก่อน ดังนี้

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผลเปิด หรือโรคผิวหนังในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • ผู้ที่มีวัสดุฝังในบริเวณเดียวกัน หรือเพิ่งทำหัตถการอื่นมาไม่นาน

รายการเหล่านี้เป็นแนวทางเบื้องต้น หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอยู่ ควรแจ้งแพทย์ให้ครบถ้วนในขั้นตอนปรึกษา เพื่อให้แพทย์ออกแบบแผนการดูแลที่ปลอดภัยสำหรับคุณ

ผลข้างเคียงและความรู้สึกระหว่างทำ

ระหว่างทำ ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่นถึงร้อนเป็นช่วงสั้น ๆ หลายคนบอกว่ารู้สึกสบายกว่าเครื่องที่โฟกัสพลังงานลงจุดลึก เพราะความร้อนกระจายกว้างกว่า โดยก่อนทำจะมีการทายาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ทั้งนี้ระดับความเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล สามารถแจ้งแพทย์เพื่อปรับระดับพลังงานได้

หลังทำ อาจมีรอยแดง ผิวอุ่น หรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน ช่วงแรกควรงดความร้อนจัด เช่น ซาวน่า และบำรุงให้ความชุ่มชื้นพร้อมทากันแดดสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นหรือบวมนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที โดยรวมถือเป็นหัตถการที่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน

เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง และค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร

ผลลัพธ์ของการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์จะไม่เกิดขึ้นเต็มที่ตั้งแต่วันแรก เพราะกลไกหลักคือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยทั่วไปหลายคนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงราวสัปดาห์ที่ 4 และผิวจะค่อย ๆ กระชับชัดขึ้นจนค่อนข้างคงที่ช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 12 ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ส่วนจำนวนครั้งที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและเป้าหมายของแต่ละคน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล สำหรับค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและการออกแบบแผนการรักษา จึงควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

สรุป: Sofwave เหมาะกับผิวแบบไหน แล้วคุณควรเลือกอย่างไร

Sofwave เป็นการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบลำแสงขนาน ที่เน้นอุ่นผิวชั้นหนังแท้ส่วนกลางเป็นบริเวณกว้าง จึงตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ผิวหยาบ และความหย่อนคล้อยระยะแรกถึงปานกลางเป็นหลัก ส่วนคนที่หย่อนคล้อยชัดเจนหรือผิวและชั้นไขมันหนา อาจต้องพิจารณาเทคโนโลยีที่ลงลึกถึงชั้น SMAS แทนหรือทำร่วมกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

BeautyStone Clinic เป็นคลินิกความงามจากเกาหลี ตั้งอยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล เราให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนว่าปัญหาของคุณอยู่ที่ผิวชั้นไหน มากกว่าการเชียร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง หากคุณกำลังลังเลว่า "ผิวและรูปหน้าแบบเราเหมาะกับ Sofwave หรือไม่" ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Sofwave เจ็บไหม?

ส่วนใหญ่รู้สึกอุ่นถึงร้อนเป็นช่วงสั้น ๆ และหลายคนบอกว่าสบายกว่าเครื่องที่โฟกัสพลังงานลงจุดลึก เพราะพลังงานกระจายในชั้นกลางของผิว ก่อนทำจะมีการทายาชาเพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ทั้งนี้ระดับความเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ

Q2. ทำ Sofwave แล้วกี่วันเห็นผล?

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ปรากฏตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยทั่วไปเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงราวสัปดาห์ที่ 4 และชัดขึ้นจนค่อนข้างคงที่ช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 12 ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ

Q3. ผิวหนาหรือมีชั้นไขมันเยอะ ทำ Sofwave ได้ไหม?

ทำได้ แต่อาจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้น้อยกว่า เพราะพลังงานของเครื่องเน้นชั้นหนังแท้ส่วนกลาง กรณีนี้แพทย์อาจแนะนำเทคโนโลยีที่ลงลึกถึงชั้น SMAS แทน จึงควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจค่ะ

Q4. Sofwave ต่างจาก HIFU อย่างไร?

ต่างกันที่ความลึกและรูปแบบการส่งพลังงาน Sofwave กระจายความร้อนแบบลำแสงขนานในชั้นหนังแท้ส่วนกลาง ส่วน HIFU แบบโฟกัสจะยิงพลังงานเป็นจุดลงลึกถึงชั้น SMAS จึงเหมาะกับปัญหาคนละแบบ ควรเลือกตามชั้นผิวที่เป็นปัญหาของคุณค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors