ภาพประกอบบทความเรื่องรอยฟกช้ำและอาการบวมหลังทำ Shurink
ลิฟติ้ง

Shurink บวมช้ำกี่วันหาย? เจาะลึกอาการและวิธีดูแลตัวเองช่วงพักฟื้น

รอยฟกช้ำและอาการบวมหลังทำ Shurink ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาชั่วคราวที่หายได้เอง บทความนี้สรุประยะเวลาที่มักยุบและวิธีดูแลตัวเองช่วงพักฟื้น

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหมคะ ที่ส่องกระจกหลังทำ Shurink แล้วรู้สึกว่าหน้ามีรอยช้ำจาง ๆ หรือดูบวมนิดหน่อย จนอดสงสัยไม่ได้ว่า "แบบนี้ปกติไหม"? หลายคนที่เพิ่งทำ Shurink ครั้งแรกมักกังวลเรื่องนี้ไม่น้อย เพราะตัวหัตถการเองใช้เวลาไม่นาน แต่สิ่งที่ทำให้กังวลใจกลับเป็นช่วงไม่กี่วันหลังจากนั้น

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยฟกช้ำและอาการบวมหลังทำ Shurink เกิดขึ้นได้อย่างไร ใช้เวลากี่วันกว่าจะยุบ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองช่วงพักฟื้น และสัญญาณที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ

Shurink คืออะไร และทำไมหลังทำถึงมีรอยฟกช้ำ บวม

Shurink (ชื่อทางการค้าคือ Ultraformer) เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU (ไฮฟู, High Intensity Focused Ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปรวมกันที่จุดลึกใต้ผิวหนัง จนเกิดเป็นจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ทีละน้อย

พลังงานของ Shurink ถูกออกแบบให้ไปถึงชั้นหนังแท้และชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System หรือชั้นพังผืดที่ยึดโครงหน้า เทียบได้กับชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า) ซึ่งอยู่ลึกกว่าที่ตาเห็น ผิวด้านนอกอาจดูเรียบเนียนปกติ แต่กระบวนการซ่อมแซมภายในกำลังเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง

ระหว่างที่พลังงานรวมตัวกันเป็นจุดเล็ก ๆ นี้ หลอดเลือดฝอยบริเวณนั้นอาจได้รับการกระตุ้นเล็กน้อยจนเกิดรอยช้ำจาง ๆ ได้ ส่วนอาการบวมมักเป็นปฏิกิริยาชั่วคราวของเนื้อเยื่อต่อความร้อนที่ส่งเข้าไป ไม่ใช่สัญญาณว่าเกิดความผิดปกติแต่อย่างใด

มีรายงานที่ระบุว่าคลื่นเสียงโฟกัสระดับจุลภาค (HIFU) สามารถสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ในชั้นลึกของผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยอาจมีรอยแดง บวม และในบางกรณีมีรอยฟกช้ำเกิดขึ้นชั่วคราว ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมอาการเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปหลังทำหัตถการกลุ่มนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ

ภาพแสดงชั้นผิวหนังที่พลังงานความร้อนของ Shurink ส่งผลถึง

บวมและฟกช้ำจะยุบภายในกี่วัน

อาการหลังทำ Shurink ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความหนาของผิวหนัง แต่โดยทั่วไปมักมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือวันที่ทำและวันถัดไปจะเป็นช่วงที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุด จากนั้นจะค่อย ๆ จางลงทีละวัน ลองดูตารางสรุปด้านล่างนี้ประกอบกันค่ะ

อาการวันที่ทำ-วันที่ 1วันที่ 2-3วันที่ 4-7
บวมเล็กน้อยอาจมีให้เห็นค่อย ๆ ยุบลงส่วนใหญ่ยุบหมดแล้ว
รอยฟกช้ำจาง ๆอาจเห็นได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองจางแทบไม่เหลือร่องรอย
ผิวแดง แสบร้อนเล็กน้อยไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วันค่อย ๆ ดีขึ้นกลับสู่ปกติ

รอยฟกช้ำมักจางเป็นสีเหลืองก่อนจะหายไป และส่วนใหญ่ใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดได้ไม่ยาก ส่วนอาการบวมมักสังเกตเห็นชัดในตอนเช้า แล้วค่อย ๆ ยุบลงระหว่างวัน หากผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์แต่ยังบวมข้างใดข้างหนึ่งชัดเจน หรือรอยช้ำเข้มขึ้นเรื่อย ๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินอาการค่ะ

ใครควรระวังเป็นพิเศษก่อนทำ Shurink

แม้ Shurink จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและมีดาวน์ไทม์สั้น แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร — ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยเพียงพอสำหรับกลุ่มนี้
  • ผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ — ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีแผลเปิดหรือการอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะทำ — ควรรอให้ผิวหายดีก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ง่ายหรือเป็นคีลอยด์ง่าย — ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม

หากคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าเหมาะกับการทำ Shurink ในตอนนี้ หรือควรเลี่ยงไปก่อนจนกว่าจะพร้อม

วิธีดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นให้บวมยุบเร็วขึ้น

หลังผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ในช่วง 2-3 วันแรก หากหลีกเลี่ยงความร้อนและแรงกดทับที่รุนแรง จะช่วยให้รอยช้ำและอาการบวมยุบเร็วขึ้น ลองดูแนวทางการดูแลตัวเองที่แนะนำด้านล่างนี้

  • ประคบเย็นเบา ๆ ในวันที่ทำ — ใช้ผ้าเย็นหรือเจลเย็นแตะเบา ๆ บริเวณที่บวม ไม่ควรกดแรง
  • งดซาวน่า อบไอน้ำ และอาบน้ำร้อนจัด — ความร้อนอาจทำให้บวมมากขึ้น ควรงดประมาณ 2-3 วัน
  • งดออกกำลังกายหนักและงดดื่มแอลกอฮอล์ — การไหลเวียนเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจทำให้รอยช้ำเห็นชัดขึ้น ควรพักประมาณ 2-3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการถูหรือนวดแรง ๆ บริเวณที่ทำ — ล้างหน้าหรือทามอยส์เจอไรเซอร์ด้วยการแตะเบา ๆ พอ
  • ทาครีมกันแดดให้สม่ำเสมอ — ผิวช่วงพักฟื้นมักไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ

การดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ก็ช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้นได้เช่นกัน หากรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัว สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำเรื่องยาแก้ปวดที่ค่อนข้างปลอดภัยได้นะคะ

ภาพแสดงวิธีดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นหลังทำ Shurink

ข้อควรระวัง: สัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์

ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ Shurink อาการเล็กน้อยที่กล่าวมาข้างต้นมักหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

  • บวมข้างเดียวที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ — ไม่ยุบลงแม้เวลาผ่านไปนานแล้ว
  • บริเวณที่กดแล้วเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ — อาจเป็นสัญญาณที่ต่างจากปฏิกิริยาการฟื้นตัวปกติ
  • มีไข้สูง ผิวแดงจัด หรือรู้สึกร้อนผิดปกติ — อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • ผิวเปลี่ยนแปลงคล้ายตุ่มน้ำหรือแผลไหม้ — ควรติดต่อคลินิกทันที
  • รอยช้ำหรือบวมที่ยังไม่ยุบแม้ผ่านไป 2 สัปดาห์

ผลลัพธ์ของ Shurink มักเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นทีละน้อยตั้งแต่ประมาณ 1 เดือนหลังทำ และชัดเจนขึ้นเมื่อครบประมาณ 3 เดือน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปกับปฏิกิริยาเล็กน้อยในช่วงพักฟื้น ทั้งนี้ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหัตถการให้เพื่อประเมินความเหมาะสมและแนวทางการดูแลที่ตรงกับสภาพผิวของคุณเป็นรายบุคคล

ภาพแสดงสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์หลังทำ Shurink

สรุป

รอยฟกช้ำและอาการบวมหลังทำ Shurink ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาชั่วคราวที่พบได้ทั่วไป และมักยุบลงเองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำ หากหลีกเลี่ยงความร้อนและแรงกดทับที่รุนแรง จะช่วยให้ช่วงพักฟื้นสบายขึ้น และหากมีอาการที่ผิดปกติไปจากที่กล่าวมา ไม่ควรปล่อยไว้หรือรักษาด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องรอยช้ำหรืออาการบวมหลังทำ Shurink ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาผ่าน LINE ทักมาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. หลังทำ Shurink วันเดียวกันแต่งหน้าได้ไหม

การแต่งหน้าเบส ๆ ส่วนใหญ่ทำได้ตั้งแต่วันที่ทำเลยค่ะ แต่ควรหลีกเลี่ยงการล้างเครื่องสำอางแบบถูแรง ๆ บริเวณที่ทำ ควรลูบเบา ๆ แทน หากยังมีอาการแดงหรือแสบร้อนอยู่ แนะนำให้เลื่อนการแต่งหน้าสีสันไปเป็นวันถัดไปจะสบายผิวกว่า

Q2. มีวิธีทำให้รอยฟกช้ำหายเร็วขึ้นไหม

ในวันที่ทำ การประคบเย็นเบา ๆ ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรกดแรง รอยฟกช้ำจาง ๆ ส่วนใหญ่จะจางเป็นสีเหลืองแล้วหายไปภายใน 5-7 วัน และสามารถใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดได้ หากผ่านไปเกิน 1 สัปดาห์แล้วยังเข้มขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Q3. ออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหน

การเดินเบา ๆ ทำได้ตั้งแต่วันที่ทำเลยค่ะ แต่การออกกำลังกายหนักหรือยกน้ำหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก อาจทำให้เลือดไหลเวียนเร็วขึ้นจนรอยช้ำเห็นชัด ควรงดประมาณ 2-3 วัน หลังจากวันที่ 4 เป็นต้นไป สามารถกลับไปออกกำลังกายตามปกติได้ทีละน้อย

Q4. บวมอยู่แบบนี้ กลัวว่าจะไม่ได้ผล อันตรายไหม

อาการบวมหลังทำเป็นปฏิกิริยาชั่วคราว ไม่เกี่ยวกับผลลัพธ์ของหัตถการโดยตรงค่ะ ผลของ Shurink มักเริ่มเห็นได้ทีละน้อยตั้งแต่ประมาณ 1 เดือน และชัดเจนขึ้นเมื่อครบประมาณ 3 เดือน แนะนำให้รอดูผลลัพธ์หลังจากอาการบวมยุบลงแล้วจะแม่นยำกว่าค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors